สหรัฐฯ-ปากีสถาน ประณามกลุ่มฮูตีขู่ปิดกั้นการขนส่ง
สหรัฐฯ-ปากีสถาน ประณามกลุ่มฮูตีขู่ปิดกั้นการขนส่งในทะเลแดง-ซาอุฯ ชี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
23-7-2026
Yahoo Finance รายงานโดยอ้าง สำนักข่าว AP ว่า สหรัฐอเมริกา (U.S.) และประเทศปากีสถาน (Pakistan) ได้ออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มกบฏฮูตี (Houthis) ในประเทศเยเมน (Yemen) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กรณีข่มขู่คุกคามเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ในทะเลแดง (Red Sea) หลังจากที่กลุ่มดังกล่าวได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) เมื่อช่วงต้นสัปดาห์
นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวโทษประเทศอิหร่าน (Iran) ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประกาศปิดล้อมทางทะเลของกลุ่มกบฏฮูตีต่อซาอุดีอาระเบีย พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสามารถลดระดับความตึงเครียดลงได้ ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีได้รับการสนับสนุนด้านอาวุธและได้รับอิทธิพลอย่างมากจากอิหร่าน ทว่ายังคงมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มมวลชนติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในประเทศเลบานอน (Lebanon) และกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ในประเทศอิรัก (Iraq) ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากอิหร่าน
“การกระทำใดๆ ก็ตามที่จำกัดการเดินเรือผ่านทะเลแดง จะสร้างปัญหาในลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)” มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) กล่าวในระหว่างการประชุมนอกรอบของการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค ณ ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) โดยระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ติดต่อประสานงานกับทางซาอุดีอาระเบียหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับภัยคุกคามนี้
สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งในภาวะปกติจะมีน้ำมันปิโตรเลียมของโลกขนส่งผ่านถึง 1 ใน 5 ได้ถูกปิดการเดินเรือทั้งหมดหรือบางส่วน นับตั้งแต่สงครามในอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีของสหรัฐฯ และประเทศอิสราเอล (Israel)
“นี่ไม่ใช่ภัยคุกคามใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เคยปรากฏขึ้นมาแล้วในอดีต ทว่าแก่นแท้ของปัญหานี้ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า อิหร่านเข้ามาอยู่ตรงกลางของเรื่องนี้อีกครั้ง หากจะพูดถึงตัวสร้างปัญหาในภูมิภาค ก็คืออิหร่านนั่นเอง” มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) กล่าวเสริม
ในขณะเดียวกัน ประเทศปากีสถานได้ออกแถลงการณ์ประณามภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตีเมื่อวันพุธ โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวมุ่งละเมิดหลักการอันเป็นที่ยอมรับของกฎหมายระหว่างประเทศ การที่กลุ่มฮูตีเปิดแนวรบใหม่ต่อซาอุดีอาระเบียด้วยการประกาศปิดล้อมทางทะเล กำลังส่งผลกระทบและข่มขู่ต่อการขนส่งน้ำมันและระบบการค้าโลก ซึ่งภายหลังจากที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดล้อม ซาอุดีอาระเบียได้พึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่งน้ำมันไปยังทะเลแดงเพื่อส่งออกน้ำมันหลายล้านบาร์เรลออกสู่ตลาดโลก
เจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮูตี 3 ราย ซึ่งปฏิเสธที่จะเปิดเผยนามเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้ให้ข่าวแก่สื่อมวลชน ระบุว่า กลุ่มฮูตีได้แจ้งเตือนไปยังบริษัทเดินเรือระหว่างประเทศเมื่อวันจันทร์ ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องแคบบาบเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) ซึ่งเป็นประตูสู่ทะเลแดงที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของคาบสมุทรอาหรับจากช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่สำนักข่าว SABA (SABA) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลเยเมนภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี รายงานเมื่อวันอังคารว่า เรือพาณิชย์ 6 ลำในทะเลแดงจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางหลังจากได้รับคำเตือนจากกลุ่มกบฏ แม้ว่าสำนักข่าวเอพี (Associated Press: AP) จะยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงของรายงานดังกล่าวได้ทันที แต่ข้อมูลการติดตามเรือจากเว็บไซต์ MarineTraffic.com แสดงให้เห็นว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 ลำที่กลับลำเรือกลางทะเลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ได้ออกเตือนเมื่อวันพุธว่า การกระทำดังกล่าว “คุกคามความมั่นคงในภูมิภาค บั่นทอนเสรีภาพในการเดินเรือ ท้าทายระเบียบทางทะเลที่ยึดถือตามกฎเกณฑ์ และเป็นภัยต่อการไหลเวียนของระบบการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง”
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ณ กรุงอิสลามาบัด (Islamabad) ยังระบุว่า ปากีสถาน “มีความกังวลเป็นพิเศษต่อรายงานข่าวเรื่องภัยคุกคามที่มุ่งเป้าไปที่เรือพาณิชย์ที่ดำเนินกิจกรรมการค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย” พร้อมเตือนด้วยว่า “การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ใดๆ ต่อเรือที่ชักธงชาติปากีสถาน หรือผลประโยชน์ทางทะเลของปากีสถาน จะถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์ทางอธิปไตยของปากีสถาน”
อนึ่ง ปากีสถานและซาอุดีอาระเบียเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน โดยซาอุดีอาระเบียถือเป็นหนึ่งในผู้จัดส่งน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของปากีสถาน
เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ลงนามในสนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วมกัน (Mutual Defense Pact) ซึ่งระบุว่าการโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่งให้ถือเป็นการโจมตีทั้งสองประเทศ ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นคล้อยหลังเหตุการณ์ที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีประเทศกาตาร์ (Qatar) ซึ่งเป็นรัฐอ่าวอาหรับเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ปากีสถานยังได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศกลุ่มอาหรับ ซึ่งรวมถึงซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ปากีสถานยังเคยทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และในปัจจุบันกำลังทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยระหว่างทั้งสองฝ่าย หลังจากที่ทั้งสองประเทศกลับมาเปิดฉากโจมตีใส่กันอีกครั้งเมื่อช่วงต้นเดือนนี้
ปากีสถานและซาอุดีอาระเบียคงความสัมพันธ์ด้านการทหารและการป้องกันประเทศอย่างใกล้ชิดมานานหลายทศวรรษ ส่วนหนึ่งเกิดจากพันธกรณีระยะยาวของกรุงอิสลามาบัดในการช่วยปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม ทั้งใน นครมักกะฮ์ (Mecca) และ นครมาดีนะฮ์ (Medina) ในซาอุดีอาระเบีย โดยกองกำลังทหารของปากีสถานได้รับการส่งไปประจำการในซาอุดีอาระเบียครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสงครามในเยเมนที่มีประเทศอียิปต์ (Egypt) เข้ามาเกี่ยวข้อง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.yahoo.com/news/politics/articles/u-pakistan-condemn-houthi-red-131022310.html