.
ทรัมป์เตรียมดันประธาน FIFA จานนี อินฟานติโน นั่งเลขาธิการ UN คนต่อไป ชี้ได้รับความเคารพจากทั่วโลก
23-7-2026
The Telegraph รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ (US) ต้องการให้จานนี อินฟันตีโน (Gianni Infantino) ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เป็นเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) คนต่อไป
The Telegraph รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐอเมริกา (US) มีความปรารถนาที่จะเสนอชื่อ นายจานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือ สหประชาชาติ (UN) คนใหม่ ต่อจาก นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส (António Guterres) สัญชาติโปรตุเกส ที่กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งในเดือนธันวาคมนี้
หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กโพสต์ (New York Post) รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวยกย่องนายอินฟานติโนว่าเป็นบุคคลที่ “ได้รับการยอมรับนับถือจากทุกคนทั่วโลก” และมี “ความสามารถพิเศษในการรวบรวมผู้คนเข้าด้วยกัน” ทั้งนี้ นายอินฟานติโน วัย 56 ปี อดีตเลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า (UEFA) สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับนายทรัมป์ในช่วงเตรียมการจัดแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งสหรัฐฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยประธานฟีฟ่าผู้นี้ได้พยายามอย่างยิ่งในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำสหรัฐฯ ถึงขั้นมอบรางวัลสันติภาพฟีฟ่า (Fifa Peace Prize) เป็นครั้งแรกให้แก่นายทรัมป์เมื่อเดือนธันวาคม หลังจากที่นายทรัมป์พลาดการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
อย่างไรก็ตาม นายอินฟานติโนได้เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก เมื่อฟีฟ่าได้ทำการยกเลิกโทษแบนจากใบแดงของ นายโฟลาริน บาโลกุน (Folarin Balogun) กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ ภายหลังจากที่นายทรัมป์ได้เข้าไปแทรกแซง ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ย้อนหลังไปตั้งแต่ช่วงที่สหรัฐฯ ยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเมื่อปี 2018 โดยนายทรัมป์ได้เปิดทำเนียบขาว (White House) ต้อนรับนายอินฟานติโน ก่อนจะเรียนเชิญกลับมายังกรุงวอชิงตันอีกครั้งในปี 2020 เพื่อร่วมพิธีลงนามในข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) นอกจากนี้ นายอินฟานติโนยังได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเพื่อสันติภาพ (Board of Peace) ของนายทรัมป์เมื่อช่วงต้นปีนี้ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ สถาบันฟีฟ่า และสนามฟุตบอลอีกหลายแห่งในฉนวนกาซา (Gaza) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจช่วยเหลือมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 5.2 พันล้านปอนด์)
จากพฤติกรรมดังกล่าว เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชน แฟร์สแควร์ (Fair Square) ได้ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่า โดยกล่าวหานายอินฟานติโนว่าละเมิดประมวลจริยธรรมขององค์กรว่าด้วยความเป็นกลางทางการเมืองอย่างซ้ำซาก ซึ่งรวมถึงการแสดงตัวสนับสนุน "การกระทำและนโยบาย" ของนายทรัมป์อย่างเปิดเผย ตลอดจนในพิธีจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก นายอินฟานติโนก็ได้มอบถ้วยรางวัลทองคำที่สลักชื่อของนายทรัมป์พร้อมเหรียญรางวัลสำหรับคล้องคอ และในพิธีมอบถ้วยรางวัลแก่ทีมชาติสเปน (Spain) ผู้ชนะการแข่งขัน ผู้นำสหรัฐฯ ก็ได้อยู่บนเวทีต่อร่วมกับประธานฟีฟ่าอีกด้วย
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า นายอินฟานติโนอาจได้รับการเสนอชื่อจากหลายฝ่ายนอกเหนือจากการสนับสนุนของนายทรัมป์ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายอินฟานติโนมีความต้องการที่จะรับตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ หรือนายทรัมป์ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือกับเขาแล้วหรือยัง โดยในปัจจุบัน ผู้ท้าชิงตำแหน่งต่อจากนายกูแตร์เรส ได้แก่ นางมิเชล บาเชเลต์ (Michelle Bachelet) อดีตประธานาธิบดีประเทศชิลี (Chile) และนายราฟาเอล กรอสซี (Rafael Grossi) ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
ขณะเดียวกัน นายทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อองค์กรสหประชาชาติอยู่บ่อยครั้ง โดยกล่าวหาว่า UN มีส่วนทำให้เกิด "การย้ายถิ่นฐานที่ไม่สามารถควบคุมได้" และการ "วินาศกรรม" พร้อมทั้งสั่งตัดงบประมาณสนับสนุนและการชำระเงินตามพันธกรณีแก่คณะกรรมการ และเมื่อปีที่แล้ว นายทรัมป์ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสันติภาพขึ้นโดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ ส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่านายทรัมป์พยายามที่จะสร้างองค์กรขึ้นมาทดแทน UN แต่นายทรัมป์ก็ได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าว
ทางด้าน นายเปาโล แซมโพลลี (Paolo Zampolli) ทูตพิเศษด้านพันธมิตรระดับโลกของนายทรัมป์ และเป็นเพื่อนสนิทของนายอินฟานติโน ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเสนอชื่อครั้งนี้ว่า "มีเพียงประธานาธิบดีทรัมป์เท่านั้นที่จะมีความคิดที่อัจฉริยะเช่นนี้" พร้อมระบุกับนิยอกร์กโพสต์ว่า นายอินฟานติโน "จะทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี" และเป็นบุคคลที่ "ทุกคนชื่นชอบ" โดยเสริมทิ้งท้ายว่า "ในสหประชาชาติ คุณต้องรับมือกับประเทศสมาชิก 193 ประเทศ แต่ในฟีฟ่า มีสมาชิกมากกว่า 200 ประเทศ และประวัติการทำงานอันยอดเยี่ยมของจานนีก็แสดงให้เห็นว่าเขารู้วิธีในการบริหารจัดการ"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/07/22/trump-wants-nominate-infantino-un-secretary-general/?WT.mc_id=tmgoff_tw_post_nominate-infantino-un-secretary-general/