.
รัสเซียเสนอพร้อมเป็น'เจ้าภาพ' จัดการเจรจาระหว่าง 'อิหร่านกับประเทศอ่าวอาหรับ'
21-7-2026
สำนักข่าว TASS รายงานว่า รัสเซียประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างอิหร่าน (Iran) กับประเทศอ่าวอาหรับ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง จากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ (US) และอิหร่าน ซึ่งมีการโจมตีตอบโต้กันรายวัน รวมถึงเป้าหมายในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf)
การเผชิญหน้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) ตกอยู่ในความสับสนอลหม่านอีกครั้ง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้กันเป็นรายวัน โดยมีพื้นที่ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยเช่นกัน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้ ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้เสนอทางออกเพื่อช่วยชีวิต โดยระบุว่ามีความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกด้านสถานที่สำหรับการเจรจาระหว่างอิหร่านและชาติอาหรับ ตามที่ นายอเล็กซานเดอร์ อาลีมอฟ (Alexander Alimov) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ได้เปิดเผยต่อสำนักข่าวอิซเวสเตีย (Izvestia) ทั้งนี้ ในภาวะที่ขาดแคลนกระบวนการเจรจาที่เป็นสาธารณะอย่างเป็นทางการ รัฐบาลมอสโก (Moscow) ยังคงรักษาช่องทางการติดต่อกับกลุ่มตัวกลางไกล่เกลี่ยในความขัดแย้งนี้ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงประเทศปากีสถาน (Pakistan) และประเทศตุรกี (Turkey) ท่ามกลางการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญที่ชี้ว่าคู่กรณีต่าง ๆ จะรังแต่ยกระดับการโจมตีให้รุนแรงขึ้นในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ข้อเสนอในการเป็นเจ้าภาพเจรจาของรัสเซียจึงอาจมีคุณค่าและความสำคัญอย่างยิ่งในเวลานี้
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเตหะราน (Tehran) ได้เรียกร้องต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อให้ออกคำสั่งห้ามกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (Gulf nations) ในการมอบพื้นที่ฐานทัพให้แก่ประเทศสหรัฐฯ (US) เพื่อใช้ในปฏิบัติการโจมตีทางทหาร ซึ่งทางกลุ่มประเทศอาหรับได้กล่าวตอบโต้ข้อเรียกร้องดังกล่าวโดยระบุอย่างชัดเจนว่า พวกเขาไม่เคยยินยอมที่จะตกเป็นเครื่องมือในมือของรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) ในการทำสงครามต่อต้านรัฐบาลเตหะราน (Tehran) ทางด้าน นายอเล็กซานเดอร์ อาลีมอฟ (Alexander Alimov) เน้นย้ำว่า รัฐบาลมอสโก (Moscow) เชื่อว่าการอนุญาตให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของต่างชาติบนผืนแผ่นดินของตน ถือเป็นทางเลือกและสิทธิ์อันชอบธรรมในอธิปไตยของประเทศนั้น ๆ ทว่านักการทูตชาวรัสเซียกล่าวเสริมว่า ทางด้าน UN ยังไม่ได้ให้ความสำคัญและใส่ใจต่อข้อกังวลของประเทศอิหร่าน (Iran) อย่างจริงจังเพียงพอ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลเตหะราน (Tehran) กำลังตอบโต้พฤติกรรมสับปลับตีสองหน้าของรัฐบาลกลุ่มประเทศอาหรับด้วยแนวทางของตนเอง ซึ่งก็คือการหันมาใช้กำลังทางทหารเข้าจัดการ
แม้ว่าการแลกเปลี่ยนการโจมตีตอบโต้จะเกิดขึ้นรายวัน แต่ช่องทางการติดต่อสื่อสารทางการทูตยังคงดำเนินงานต่อไป แม้ว่าจะยังไม่สามารถบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ได้ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศปากีสถาน (Pakistan) ในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ยหลักในการสร้างสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) ได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเดินทางกลับคืนสู่เงื่อนไขตามบันทึกความเข้าใจเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งระบุไว้ว่าประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศสหรัฐฯ (US) ควรจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงขั้นสุดท้ายร่วมกันภายในระยะเวลา 60 วัน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีการประกาศข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับการจัดการเจรจารอบใหม่ในกรุงอิสลามาบัด (Islamabad) ออกมาแต่อย่างใด
ทางด้าน นางเยเลนา ซูโปนินา (Yelena Suponina) นักวิเคราะห์การเมืองผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านตะวันออกกลาง ได้ระบุในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอิซเวสเตีย (Izvestia) ว่า ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) จะรังแต่ทวีความรุนแรงและบานปลายยิ่งขึ้นในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป พร้อมเน้นย้ำว่าภายหลังจากพิธีฝังศพของ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของประเทศอิหร่าน (Iran) ทางกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้รับความฮึกเหิมอย่างมากจากการสนับสนุนในวงกว้างของภาคประชาชน นอกจากนี้ การต่อสู้ทางการเมืองภายในประเทศของอิหร่านเองก็กำลังทวีความดุเดือดขึ้น ท่ามกลางกระแสการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาที่กำลังเพิ่มพูนกำลังขับเคลื่อน ด้วยเหตุนี้ ประเทศอิหร่าน (Iran) จึงมีความรู้สึกในขณะนี้ว่าตนเองสามารถสร้างแรงกดดันต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐฯ เพื่อบีบให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่ดีกว่าเดิมและเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝั่งตนเองมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เองก็มีประเด็นเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterms) ของตนเองที่ต้องกังวล และเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่งที่เขาจะต้องยุติความขัดแย้งในครั้งนี้ลง ทว่าจากการที่ประเทศอิหร่าน (Iran) แสดงท่าทีไม่ยินยอมที่จะให้ความร่วมมือหรือโอนอ่อนผ่อนตาม ส่งผลให้การยกระดับความรุนแรงกลายเป็นรูปแบบหลักของสถานการณ์ในปัจจุบัน อย่างน้อยที่สุดในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวสรุปในที่สุดว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะพยายามเคลื่อนไหวเพื่อเปิดการเจรจาก่อนหน้าการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ทว่าในเวลานี้กลับกลายเป็นฝั่งประเทศอิหร่าน (Iran) ที่เป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าและกุมความได้เปรียบในกระบวนการเจรจาดังกล่าวทั้งหมดแทน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://iz.ru/2135101/maksim-bazanov/rf-gotova-organizovat-peregovory-irana-i-stran-zaliva