สมรภูมิยูเครนยกระดับสู่สงครามเรือ
สมรภูมิยูเครนยกระดับสู่สงครามเรือ–โดรน รัสเซียโจมตีเรือสินค้าขนข้าวโพดตอนใต้ยูเครน- ยูเครนตอบโต้ด้วยโดรนหลายร้อยลำถล่มมอสโก กระทบพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน
21-7-2206
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า การโจมตีของประเทศรัสเซีย (Russia) ต่อเรือบรรทุกสินค้าบริเวณใกล้กับเมืองท่าโอเดสซา (Odesa) ทางตอนใต้ของประเทศยูเครน (Ukraine) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย ขณะที่ฝั่งยูเครนได้เปิดฉากยิงโดรน (Drone) หลายร้อยลำเข้าโจมตีกรุงมอสโก (Moscow) เพียงหนึ่งวันหลังจากที่กรุงเคียฟ (Kyiv) เผชิญกับการระดมยิงขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile) ครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สงคราม
สำนักงานท่าเรือของประเทศยูเครนเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า รัสเซียได้โจมตีเรือขนส่งสินค้าที่จดทะเบียนภายใต้ธงชาติประเทศกินี-บิสเซา (Guinea-Bissau) ซึ่งบรรทุกข้าวโพดและมีลูกเรือสัญชาติอินเดียและซีเรีย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถช่วยเหลือลูกเรือไว้ได้จำนวน 8 ราย
นายโอเลห์ คิเปอร์ (Oleh Kiper) ผู้ว่าราชการภูมิภาคโอเดสซา เปิดเผยว่า ปฏิบัติการโจมตีของรัสเซียในพื้นที่โอเดสซาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วถึง 28 ราย เฉพาะในเดือนกรกฎาคมนี้เพียงเดือนเดียว
"นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของเดือนกรกฎาคม ภูมิภาคโอเดสซาตกอยู่ภายใต้การระดมยิงโจมตีเป็นประจำทุกวัน โดยมีบางวันที่ต้องประกาศแจ้งเตือนภัยทางอากาศในพื้นที่ถึง 13 ถึง 15 ครั้ง" นายโอเลห์ คิเปอร์ (Oleh Kiper) กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของยูเครน
ขณะที่ทางด้านกระทรวงกลาโหมของประเทศรัสเซีย (Russian Defence Ministry) แถลงว่า กองกำลังของตนได้ระเบิดโจมตีคลังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ณ บริเวณท่าเรือโอเดสซา
ทั้งนี้ รัสเซียได้ยกระดับการโจมตีต่อประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างเข้มข้น โดยมักจะใช้ขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile) ในการโจมตี เนื่องจากในปัจจุบันกรุงเคียฟกำลังเผชิญกับสภาวะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่น Patriot ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการป้องกันภัยคุกคามประเภทดังกล่าว
เพื่อเป็นการตอบโต้ ยูเครนได้ยกระดับและเพิ่มความถี่ในการโจมตีเข้าไปในดินแดนของประเทศรัสเซีย (Russia) โดยส่งโดรน (Drone) หลายร้อยลำพุ่งเป้าโจมตีกรุงมอสโก (Moscow) และภูมิภาคโดยรอบในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย และเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารหลายแห่ง ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ของรัสเซีย
นายเซอร์เกย์ โซเบียนิน (Sergei Sobyanin) นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เปิดเผยว่า มีการตรวจพบการยิง "โดรนของฝ่ายศัตรู" จำนวนมากกว่า 400 ลำ มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคมอสโกในช่วงเวลา 20:30 น. (หรือตรงกับเวลา 17:30 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช GMT) ถึงเวลา 05:00 น. (หรือตรงกับเวลา 02:00 น. ตามเวลา GMT) ของวันถัดมา โดยโดรนส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นไว้ได้ด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย ซึ่งในจำนวนนี้มีโดรนจำนวน 85 ลำถูกทำลายลงในขณะที่กำลังแล่นเข้าใกล้เมืองหลวงของรัสเซีย
ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ผู้นำยูเครน ระบุว่า ยูเครนได้พุ่งเป้าโจมตีสิ่งปลูกสร้างด้านโลจิสติกส์และคลังเก็บน้ำมันของประเทศรัสเซีย (Russia) ในภูมิภาคมอสโก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแนวชายแดนของยูเครนออกไปมากกว่า 400 กิโลเมตร (ประมาณ 250 ไมล์)
"พวกเรากำลังดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างยุติธรรม ต่อทุกการโจมตีของรัสเซียที่กระทำต่อเมืองและชุมชนต่าง ๆ ของเรา" ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X
ด้าน นายอันดรีย์ โวโรบยอฟ (Andrei Vorobyov) ผู้ว่าราชการภูมิภาคมอสโก เขียนระบุข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ว่า "ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ได้ร่วมกันขับไล่การโจมตีด้วยโดรนในภูมิภาคมอสโก โดยความเสียหายหลัก ๆ ถูกบันทึกไว้ในเขตโปดอลสค์ (Podolsk), โดโมเดโดโว (Domodedovo) และเขตโอดินต์โซโว (Odintsovo)" นอกจากนี้ยังระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 10 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหนึ่งราย และในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บมีผู้มีสัญชาติจีนรวมอยู่ด้วยจำนวน 3 ราย
"ตามข้อมูลในเบื้องต้น มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายในโดโมเดโดโวอันเนื่องมาจากเหตุเพลิงไหม้บ้านพักส่วนบุคคล และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 รายบนทางหลวงสาย M-4 ซึ่งเป็นจุดที่โดรนตกใกล้กับยานพาหนะ" นายอันดรีย์ โวโรบยอฟ (Andrei Vorobyov) กล่าวเสริม
ขณะเดียวกัน บริษัท Wildberries ซึ่งเป็นผู้ให้บริการค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย (Russia) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า คลังโลจิสติกส์ของบริษัทในเขตโปดอลสค์ได้รับการอพยพพนักงานเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน ทว่าหลังจากนั้นสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติในเวลาต่อมา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากกรณีที่การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนส่งผลให้พนักงานคลังสินค้าของ Wildberries เสียชีวิตอย่างน้อย 8 รายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบราย ขณะเดียวกันการโจมตีอีกระลอกยังเป็นชนวนให้เกิดเพลิงไหม้คลังเก็บน้ำมันด้านนอกกรุงมอสโกด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ โดรน (Drone) ของยูเครนยังได้เข้าโจมตีเรือรบและเรือสินค้าของประเทศรัสเซีย (Russia) จำนวน 7 ลำในช่วงคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในบริเวณทะเลดำ (Black Sea) และทะเลอาซอฟ (Sea of Azov) ตามการเปิดเผยของ นายโรเบิร์ต บรอฟดี (Robert Brovdi) ผู้บัญชาการกองกำลังโดรนของกรุงเคียฟ (Kyiv) โดยระบุว่าเป้าหมายประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 3 ลำ และเรือบรรทุกสินค้าแห้งอีกจำนวน 4 ลำ ส่งผลให้ยอดรวมของเรือสินค้าและเรือเดินสมุทรที่ถูกโจมตีในเดือนกรกฎาคมพุ่งขึ้นเป็น 183 ลำแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นายโรเบิร์ต บรอฟดี (Robert Brovdi) กล่าวเสริมว่าสถานีไฟฟ้าประกอบย่อยจำนวน 7 แห่งในพื้นที่คาบสมุทรไครเมียซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของประเทศรัสเซีย (Russia-occupied Crimea) ก็ถูกโจมตีเสียหายด้วยเช่นกัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/fg4uuz