.
ทั่วโลกเร่งคุมโซเชียลมีเดียเด็ก ออสเตรเลียนำร่อง EU-สหรัฐฯ-ตะวันออกกลาง เดินหน้าจำกัดการเข้าถึงต่ำกว่า 15-16 ปี รับมือผลกระทบสุขภาพจิตและภัยออนไลน์
15-8-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า จากประเทศออสเตรเลีย (Australia) ไปจนถึงทวีปยุโรป หลายประเทศทั่วโลกกำลังขยับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กและเยาวชน โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ประเทศออสเตรเลีย (Australia) ได้กลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยบล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์มยอดนิยม ได้แก่ TikTok, YouTube ของบริษัท Alphabet (Alphabet), รวมถึง Instagram และ Facebook ของบริษัท Meta (Meta)
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงภาพรวมที่หลายประเทศและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำกำลังเร่งจัดระเบียบการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพและสุขภาพจิตของเด็ก
ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรเดินหน้าคุมเข้ม
กฎหมายฉบับประวัติศาสตร์ของประเทศออสเตรเลีย (Australia) ได้บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ต้องบล็อกผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2025 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดที่สุดในโลกในการจัดการกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามอาจเผชิญโทษปรับสูงถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 34.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ขณะเดียวกัน ในประเทศสหราชอาณาจักร (Britain) อดีตนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนว่า รัฐบาลตั้งเป้าอนุมัติมาตรการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีภายในช่วงคริสต์มาส โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 นอกจากนี้ นายสตาร์เมอร์ยังระบุเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ดำเนินงานในอังกฤษจะต้องหยุดยั้งไม่ให้เด็กส่งต่อภาพเปลือยบนโทรศัพท์มือถือ มิฉะนั้นจะเผชิญกฎหมายบังคับอย่างเด็ดขาด โดยรัฐบาลได้เริ่มยกร่างกฎหมายเพื่อกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำเด็ดขาดไว้ที่ 15 ปีสำหรับการใช้งานโซเชียลมีเดีย
ยุโรปแห่ออกกฎหมายสกัดเด็กใช้โซเชียล
ในประเทศโปแลนด์ (Poland) พรรครัฐบาลประกาศเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ว่า กำลังจัดเตรียมร่างกฎหมายใหม่เพื่อห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย และกำหนดให้แพลตฟอร์มต่างๆ ต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบอายุของผู้ใช้งาน เช่นเดียวกับในประเทศสโลวีเนีย (Slovenia) รองนายกรัฐมนตรีมาเตจ อาร์คอน (Matej Arcon) เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ว่า กำลังยกร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าถึงโซเชียลมีเดียเช่นกัน
สำหรับประเทศสเปน (Spain) รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลการแปลงสภาพ ออสการ์ โลเปซ (Oscar Lopez) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ในเดือนพฤษภาคมว่า สเปนจะเดินหน้าผลักดันกฎระเบียบใหม่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนเครือข่ายสังคมออนไลน์และระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แม้จะเผชิญการล็อบบี้อย่างหนักจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีก็ตาม โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) ระบุว่าสเปนจะห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าถึงโซเชียลมีเดีย และบังคับให้แพลตฟอร์มต้องติดตั้งระบบยืนยันตัวตน
ด้านประเทศสวีเดน (Sweden) คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลได้เสนอแนะเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนว่า ควรกำหนดอายุขั้นต่ำที่ 15 ปีสำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย โดย ลิซา เอนกลุนด์ คราฟฟต์ (Lisa Englund Krafft) ผู้ตรวจสอบของรัฐบาล กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการสังคมและสาธารณสุข ยาคอบ ฟอร์สสเมด (Jakob Forssmed) ว่า มาตรการแบนดังกล่าวสามารถออกแบบให้แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิดชอบระบบตรวจสอบอายุได้
ตะวันออกกลาง สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปขยับใหญ่
สภาผู้แทนราษฎรของประเทศตุรกี (Turkey) ได้ผ่านกฎหมายเมื่อวันที่ 24 เมษายน ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งนำร่องกฎระเบียบใหม่สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งรวมถึงบริษัทซอฟต์แวร์เกม ขณะที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) สำนักงานสื่อของรัฐบาลเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนว่า ได้อนุมัติมติกำหนดอายุขั้นต่ำในการใช้โซเชียลมีเดียไว้ที่ 15 ปี นับเป็นประเทศอาหรับแห่งแรกที่นำมาตรการนี้มาใช้ โดยสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีสร้างหรือใช้บัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัว และจำกัดการเข้าถึงฟีเจอร์เต็มรูปแบบของแพลตฟอร์ม
ในประเทศสหรัฐอเมริกา (United States) ร่างกฎหมายที่มุ่งบังคับให้บริษัทโซเชียลมีเดียต้องเพิ่มมาตรการปกป้องเด็กและเยาวชนได้รับแรงส่งสำคัญ หลังจากวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน เทด ครูซ (Ted Cruz) ประกาศเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมว่าจะสนับสนุนร่างกฎหมาย Kids Online Safety Act ซึ่งจะกำหนดให้บริษัทโซเชียลมีเดียต้อง "ใช้ความระมัดระวังอย่างเหมาะสม" ในการออกแบบฟีเจอร์ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเยาวชน ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวแยกต่างหากจากกฎหมาย Children's Online Privacy Protection Act ที่มีอยู่เดิมซึ่งคุ้มครองข้อมูลเด็กต่ำกว่า 13 ปี อย่างไรก็ตาม รัฐต่างๆ ที่ผ่านกฎหมายต้องยินยอมจากผู้ปกครองกลับกำลังเผชิญการฟ้องร้องในชั้นศาลด้วยข้อโต้แย้งด้านสิทธิเสรีภาพในการพูด
ทางด้านสหภาพยุโรป (EU) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ระบุเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมว่า สหภาพยุโรปจะแสวงหามาตรการคุ้มครองเด็กจากฟีเจอร์ที่เป็นอันตราย โดยจะมุ่งเป้าไปที่ "พฤติกรรมการออกแบบที่ก่อให้เกิดการเสพติดและเป็นอันตราย" ในร่างกฎหมาย Digital Fairness Act ที่เตรียมเสนอปลายปีนี้ ขณะที่รัฐสภายุโรปได้ลงมติเห็นชอบในเดือนพฤศจิกายน เรียกร้องให้แบนการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ เว็บไซต์แชร์วิดีโอ และเพื่อนเสมือน AI สำหรับเด็กต่ำกว่า 16 ปีหากปราศจากความยินยอมของผู้ปกครอง และแบนเด็ดขาดสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี
เสียงสะท้อนจากภาคเทคโนโลยีและนักเคลื่อนไหว
แม้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลัก ทั้ง TikTok, Facebook และ Snapchat จะกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำไว้อย่างน้อย 13 ปีในการสมัครใช้งาน แต่นักเคลื่อนไหวเพื่อการคุ้มครองเด็กย้ำว่า มาตรการควบคุมดังกล่าวยังไม่เพียงพอ โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการในหลายประเทศในยุโรปแสดงให้เห็นว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีจำนวนมากที่ยังคงมีบัญชีใช้งานโซเชียลมีเดียอยู่ในปัจจุบัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/legal/government/australia-europe-countries-move-curb-childrens-social-media-access-2026-08-14/