จีน-ไทยหารือยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจและ AI
ผู้เชี่ยวชาญจีน-ไทยหารือยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI
4-9-2026
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า คณะผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนระดับสูงจากประเทศจีน (China) และประเทศไทย (Thailand) ได้เข้าร่วมการประชุมทวิภาคีว่าด้วย "ความร่วมมือทางเศรษฐกิจดิจิทัลจีน-ไทย" (China-Thailand Digital Economy Cooperation) ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมเชิงนิเวศนานาชาติกุ้ยหยาง (Guiyang International Eco-Conference Center) เมืองกุ้ยหยาง (Guiyang) มณฑลกุ้ยโจว (Guizhou Province) ทางตอนใต้ของประเทศจีน (China) นอกรอบการประชุม งานมหกรรมอุตสาหกรรมคลังข้อมูลขนาดใหญ่นานาชาติจีน ประจำปี 2026 (China International Big Data Industry Expo 2026) เพื่อหารือและสำรวจแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence - AI)
รายงานวิเคราะห์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจดิจิทัลจีน-ไทย ซึ่งนำเสนอในที่ประชุมระบุว่า ภาคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital economy) ได้ก้าวขึ้นเป็นเป้าหมายหลักของการลงทุนต่างชาติในประเทศไทย (Thailand) โดยในปี 2025 ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสูงถึงประมาณ 2.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.90 แสนล้านบาท) ครอบคลุมโครงการรวมทั้งสิ้น 151 โครงการ ขณะเดียวกัน โครงการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากประเทศจีน (China) ในประเทศไทย (Thailand) ในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2026 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (Year-on-Year)
ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณการค้าทางดิจิทัล (Digital trade) ระหว่างประเทศจีน (China) และประเทศไทย (Thailand) ในปี 2025 มีมูลค่าพุ่งสูงเกินกว่า 1.10 แสนล้านหยวน (ประมาณ 5.40 แสนล้านบาท) คิดเป็นอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.3 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่แซงหน้าการค้าสินค้าในรูปแบบดั้งเดิมอย่างมาก และกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนความเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ
นายนรินทร ศักดิเศรษฐ์ (Narinthor Sakdiset) ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (Board of Investment - BOI) ประจำนครเฉิงตู (Chengdu) เปิดเผยว่า โครงการลงทุนของบริษัทจากประเทศจีน (China) ในประเทศไทย (Thailand) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงปี 2021 ถึง 2025 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital industry), ยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ เอ็นอีวี (New Energy Vehicles - NEVs) ตลอดจนเทคโนโลยีการถลุงแร่
นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศจีน (China) และประเทศไทย (Thailand) ได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI R&D Centers) ระดับชาติหลายแห่ง เพื่อยกระดับและกระชับความร่วมมือทวิภาคีในการวิจัยปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม เช่น ห้องปฏิบัติการร่วมด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial AI), ระบบไร้คนขับ (Unmanned systems), ระบบการทำเหมืองอัจฉริยะ (Smart mining), ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) และเทคโนโลยีอัจฉริยะคาร์บอนต่ำ (Low-carbon smart technologies)
ปัจจุบัน ห้องปฏิบัติการร่วมดังกล่าวได้ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกว่า 70 โครงการ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology transfer) การยื่นจดสิทธิบัตรร่วมกัน (Joint patent applications) และการพัฒนาบุคลากรทางเทคนิคระดับสูงระหว่างทั้งสองประเทศ
ทางด้าน นางสุนทรีย์ ส่งเสริม (Soontaree Songserm) รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บีดีไอ (Big Data Institute - BDI) แห่งประเทศไทย ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทย (Thailand) และประเทศจีน (China) สามารถนำความร่วมมือทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบันมาต่อยอด และยกระดับความเป็นหุ้นส่วนเพื่อส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานรัฐบาล บริษัทผู้ประกอบการ สถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย และภาคส่วนเทคโนโลยีของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะช่วยแปรเปลี่ยนกรอบความร่วมมือไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ สำนักบริหารการจัดเก็บภาษีและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของจีนรายงานเพิ่มเติมว่า มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมข้อมูล (Data industry) ของประเทศจีน (China) มีขนาดใหญ่ถึง 6.78 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 33.29 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 โดยมีอัตราการเติบโตคิดเป็นร้อยละ 15.7 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.xinhuathai.com/china/595207_20260903