ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ สูงกว่าจีนมาก
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ สูงกว่าจีนมาก เสี่ยงเงินทุนไหลออก ขณะ PBOC คงดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นเศรษฐกิจ
3-9-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า แรงเทขายระลอกใหม่ในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries) ได้ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (Yield gap) ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ของประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศจีน (China) ถ่างกว้างออกอีกครั้ง จนพุ่งเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเงินทุนไหลออกจากประเทศจีน (China) เพิ่มสูงขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury yield) อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงหลัก ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับร้อยละ 4.81 ในช่วงการซื้อขายของตลาดเอเชีย (Asia) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีน (Chinese Government Bond yield) ที่มีระยะเวลาไถ่ถอนใกล้เคียงกันยังคงทรงตัวอยู่อย่างมั่นคง ณ ระดับร้อยละ 1.69 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระหว่างทั้งสองประเทศถ่างกว้างออกเป็น 312 เบสิสพอยต์ (Basis points - bps) เข้าใกล้ระดับสถิติสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ ณ ระดับประมาณ 315 เบสิสพอยต์ เมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว ตามข้อมูลการรวบรวมของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ที่มีการบันทึกย้อนหลังไปถึงปี 2002
การถ่างกว้างขึ้นของส่วนต่างอัตราผลตอบแทนดังกล่าว เป็นผลมาจากทิศทางนโยบายการเงิน (Monetary policy) ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของสองมหาอำนาจเศรษฐกิจ โดย ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Federal Reserve - Fed) ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อ ขณะที่ ธนาคารกลางแห่งประเทศจีน หรือ พีโอซี (People’s Bank of China - PBOC) ยังคงต้องรักษาต้นทุนการกู้ยืมให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แม้ตามทฤษฎีแล้ว ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นนี้จะลดความดึงดูดใจของสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินหยวน (Yuan) และยกระดับความเสี่ยงจากภาวะเงินทุนไหลออก (Capital flight) แต่บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า ผลกระทบในโลกความเป็นจริงได้รับการบรรเทาลงด้วยเกราะป้องกันในตลาดการเงินภายในประเทศจีน
นายเจฟฟรีย์ จาง (Jeffrey Zhang) นักยุทธศาสตร์ประจำสถาบันการเงิน เครดิต อะกริโคล ซีไอบี (Credit Agricole CIB) แสดงทรรศนะว่า "ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กว้างขวางตลอดทั้งเส้นโค้งอัตราผลตอบแทน (Yield curve) ร่วมกับเส้นโค้งอัตราผลตอบแทนของจีนที่ค่อนข้างราบเรียบ จะยังคงกดดันความน่าสนใจของพันธบัตรรัฐบาลจีนสำหรับนักลงทุนภาคเอกชนต่างชาติ โดยจะเข้าไปบดบังและหักล้างผลประโยชน์ที่ได้รับจากการแข็งค่าอย่างค่อยเป็นค่อยไปของสกุลเงินหยวนเพียงบางส่วน"
อย่างไรก็ดี แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายดังกล่าว นายเจฟฟรีย์ จาง (Jeffrey Zhang) ได้ลดน้ำหนักความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากภาวะเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็ว โดยอ้างอิงถึงนโยบายการคลังและนโยบายการเงินของประเทศจีน (China) ที่มีความมั่นคงอย่างยิ่ง พร้อมประเมินว่า ผู้บริหารสำรองเงินตราต่างประเทศ (Reserve managers) ของธนาคารกลางต่างๆ จะยังคงความสนใจในการถือครองพันธบัตรรัฐบาลจีน (Chinese Government Bonds - CGBs) เพื่อประโยชน์ในการกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์ (Asset diversification) ตลอดจนการสนับสนุนการใช้สกุลเงินหยวนในเวทีสากลที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด พันธบัตรพานดา (Panda bond market) ซึ่งเป็นพันธบัตรในรูปสกุลเงินหยวนที่ออกและเสนอขายในประเทศจีนโดยผู้กู้ยืมต่างชาติ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยดึงดูดนักลงทุนระดับโลกกลุ่มใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ท้องถิ่นของจีน
นอกเหนือจากมิติทางกลไกของตลาดพันธบัตรแล้ว ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ถ่างกว้างขึ้นกลับส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อสกุลเงินหยวน (Yuan) โดยการซื้อขายเมื่อวันพุธ สกุลเงินหยวนเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ณ ระดับ 6.72 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังคงเกาะกลุ่มอยู่ใกล้ระดับที่แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สกุลเงินหยวนปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาแล้วเกือบร้อยละ 4 ส่งผลให้กลายเป็นสกุลเงินที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชีย (Asia) รองจากสกุลเงินวอนของประเทศเกาหลีใต้ (South Korean won) โดยได้รับอานิสงส์หลักจากภาคการส่งออกที่แข็งแกร่งของประเทศจีน (China) และการแปลงค่าเงินตราต่างประเทศของภาคเอกชน ขณะเดียวกัน มาตรการควบคุมเงินทุนที่เข้มงวด (Strict capital controls) ของทางการจีนยังช่วยจำกัดภาวะเงินทุนไหลออกอย่างไม่เป็นระเบียบ ส่วนระดับการถือครองพันธบัตรท้องถิ่นจีนโดยนักลงทุนต่างชาติที่ยังอยู่ในระดับต่ำก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยปกป้องตลาดจากการพุ่งสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลจีนของกองทุนต่างชาติได้ปรับตัวลดลงมาตั้งแต่ปี 2022 โดยคิดเป็นเพียงร้อยละ 4.6 ของตลาดพันธบัตรรัฐบาลจีนทั้งหมด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตามการคำนวณของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-02/china-us-yield-gap-nears-record-high-as-treasury-selloff-deepens