.
เยอรมนีอนุมัติใบอนุญาตส่งออกอาวุธให้อิสราเอล $930 ล้าน พุ่ง 4 เท่าจากปีก่อน แม้เผชิญข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ศาลโลก
4-9-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า รัฐบาลแห่งประเทศเยอรมนี (Germany) ได้อนุมัติสิทธิ์การส่งออกอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางการทหารให้แก่ประเทศอิสราเอล (Israel) คิดเป็นมูลค่าเกือบ 800 ล้านยูโร (ประมาณ 930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตามการรายงานของ นิตยสารแดร์ ชปีเกล (Der Spiegel) ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากเอกสารคำชี้แจงของรัฐบาลต่อกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร โดยยอดรวมมูลค่าดังกล่าวปรับตัวพุ่งสูงขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่ารวมทั้งหมดที่ทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) เคยอนุมัติไปตลอดทั้งปีที่ผ่านมา
รายงานข่าวระบุคำชี้แจงของรัฐบาลเยอรมนีว่า ประมาณหนึ่งในห้าของมูลค่าการส่งออกดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับโครงการความร่วมมือทางอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างเยอรมนีและอิสราเอล ซึ่งเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อ กองทัพเยอรมัน (German Armed Forces) ขณะเดียวกัน สัดส่วนมากกว่าสองในสามของมูลค่าการอนุมัติส่งออกทั้งหมด ผูกพันอยู่กับสัญญาจัดสร้าง เรือดำน้ำไอเอ็นเอส ดราคอน (INS Drakon) ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชั้น ดอลฟิน 2 (Dolphin II-class submarine) ความยาวเกือบ 70 เมตร ที่ต่อขึ้นสำหรับประเทศอิสราเอล (Israel) โดยบริษัทอู่ต่อเรือสัญชาติเยอรมัน ทีเคเอ็มเอส (TKMS) โดยเรือดำน้ำลำดังกล่าวซึ่งสามารถดำน้ำกบดานอยู่ใต้ผืนน้ำได้นานหลายสัปดาห์ ได้เดินทางออกจากท่าเรือ เมืองคีล (Kiel) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศอิสราเอล (Israel)
ทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) ระบุเพิ่มเติมว่า สำหรับมูลค่าการส่งออกส่วนที่เหลือนั้น ครอบคลุมถึงอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ที่ไม่ถูกจัดประเภทเป็น "อาวุธสงคราม" (Weapons of war) ซึ่งประกอบด้วย อาวุธปืนขนาดเล็ก, กระสุนปืน, วัตถุระเบิด ตลอดจนโดรนไร้คนขับ อ้างอิงตามรายงานของ นิตยสารแดร์ ชปีเกล (Der Spiegel)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ พรรคเลฟต์ (The Left Party) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายในสภาเยอรมนี ออกมากล่าวหาทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) อย่างรุนแรงว่ากำลังแสดง "พฤติกรรมมาตรฐานสองหัวอย่างไม่มีขอบเขต" (Boundless double standards)
นางสาวลีอา ไรส์เนอร์ (Lea Reisner) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) จากพรรคเลฟต์ กล่าวแสดงทรรศนะวิพากษ์วิจารณ์ว่า "ในขณะที่ นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิร์ซ (Chancellor Friedrich Merz) แสดงท่าทีแสร้งทำเป็นโกรธเคืองต่อถ้อยแถลงอันไร้มนุษยธรรมของ นายอิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของประเทศอิสราเอล ทว่ารัฐบาลผสมของเขากลับเดินหน้าผลักดันความร่วมมือทางการทหารกับรัฐบาลและกองทัพที่กำลังเผชิญข้อหาก่ออาชญากรรมสูญพันธุ์มนุษยชาติ (Genocide charges) ต่อหน้าศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ไอซีซี (International Criminal Court - ICC) ทั้งยังให้การสนับสนุนความรุนแรงของกลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ (West Bank) และยังคงเดินหน้าเข้ายึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศเลบานอน (Lebanon)"
ทั้งนี้ นายอิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลของประเทศอิสราเอล (Israel) ได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านในระดับสากลเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากออกมาประกาศเปิดเผยว่าตนเองถือว่าพื้นที่ฉนวนกาซา (Gaza Strip) "เป็นของพวกเรา" พร้อมทั้งเรียกร้องให้ กองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ (Israel Defense Forces - IDF) ดำเนินปฏิบัติการ "สังหารแบบชี้เป้า" (Targeted assassinations) ในพื้นที่ดังกล่าวหลายสิบครั้งในทุกๆ คืน โดยกล่าวอ้างว่าประชากรบางส่วนในฉนวนกาซา "ไม่อยู่ในสภาวะที่เป็นมนุษย์"
ภายใต้ข้อบังคับของ พระราชบัญญัติควบคุมอาวุธสงครามแห่งเยอรมนี (Germany’s War Weapons Control Act) กำหนดให้อนุมัติใบอนุญาตส่งออกอาวุธ "ต้องถูกปฏิเสธเสมอ" ในกรณีที่มีความเสี่ยงว่าอาวุธดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ใน "การกระทำที่ทำลายสันติภาพ" หรือในกรณีที่อาจก่อให้เกิดความเสีย หายต่อพันธกรณีของประเทศเยอรมนี (Germany) ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2025 ทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) ได้เคยสั่งระงับการส่งออกอาวุธให้แก่ประเทศอิสราเอล (Israel) ชั่วคราว อันเนื่องมาจากข้อห่วงใยต่อแผนการของทางการ เยรูซาเล็มตะวันตก (West Jerusalem) ในการเข้ายึดครองเมืองกาซาซิตี้ (Gaza City) ทว่ามาตรการจำกัดดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปในเดือนพฤศจิกายน หลังจากมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกับ กลุ่มฮามาส (Hamas) โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกา (US) เป็นผู้สนับสนุน กระนั้นก็ตาม กองกำลังอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางการทหารในฉนวนกาซา (Gaza Strip) และเปิดฉากการสู้รบกับ กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ (Hezbollah) ในประเทศเลบานอน (Lebanon) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกองทัพอิสราเอลยังคงเข้าควบคุมและยึดครองพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ของเลบานอนจนถึงปัจจุบัน
ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศเยอรมนี (Germany) กำลังเร่งขยายขอบเขตความร่วมมือทางการทหารกับประเทศอิสราเอล (Israel) ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา กองทัพเรือเยอรมนี (German Navy) เปิดเผยว่าประสบความสำเร็จในการทดลองยิงขีปนาวุธทอดตัว (Ballistic missile) สัญชาติอิสราเอล ซึ่งมีระยะทำการไกลถึง 500 กิโลเมตร ณ บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic) ทั้งนี้ ประเทศเยอรมนี (Germany) ไม่มีขีปนาวุธทอดตัวเป็นของตนเอง โดยมีเพียง ขีปนาวุธร่อนแบบทอรัส (Taurus cruise missiles) เป็นระบบขีปนาวุธที่มีระยะทำการไกลที่สุดในคลังแสง
อย่างไรก็ดี การให้การสนับสนุนประเทศอิสราเอล (Israel) อย่างเหนียวแน่นและแข็งกร้าวของทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) ในขณะที่ฝ่ายอิสราเอลกำลังเผชิญกับข้อหาก่ออาชญากรรมสูญพันธุ์มนุษยชาติ ณ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ไอซีเจ (International Court of Justice - ICJ) จากคำฟ้องของประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) ได้ส่งผลกระทบและบั่นทอนการสนับสนุนในเวทีสากลต่อประเทศเยอรมนีอย่างหนัก เห็นได้จากการที่ประเทศเยอรมนีพ่ายแพ้และล้มเหลวในการคว้าเก้าอี้สมาชิกชั่วคราวใน คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ในการลงมติเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/645068-berlin-arms-sales-israel-gaza/