ภาคธุรกิจเยอรมนี 1,300 บริษัท หนุน EU
ภาคธุรกิจเยอรมนี 1,300 บริษัท หนุน EU ใช้มาตรการการค้าขั้นเด็ดขาดต่อจีน แม้ต้องแบกรับความเสี่ยงต้นทุนพุ่ง-มาตรการตอบโต้ ขณะ Volkswagen จ่อปลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง
5-9-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ภาคธุรกิจเยอรมนีสนับสนุนสหภาพยุโรปให้ใช้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นต่อจีน แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงทางธุรกิจ
ผลการสำรวจความคิดเห็นของบริษัทเยอรมนีจำนวนราว 1,300 แห่ง ซึ่งจัดทำและเผยแพร่โดยสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี (DIHK) เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า บริษัทเยอรมนีมากกว่าครึ่งหนึ่งเห็นควรให้ สหภาพยุโรป (EU) ดำเนินมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นต่อประเทศจีน (China) แม้ว่าจะส่งผลให้ธุรกิจของตนเองต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาษีศุลกากร หรือมาตรการตอบโต้ทางการค้าก็ตาม
ท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นดังกล่าวมีขึ้น แม้ว่าบริษัทเยอรมนีจำนวนมากจะยอมรับว่า ตนเองยังคงต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานและฐานการผลิตในประเทศจีน (China) เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัทไว้ก็ตาม โดยในกลุ่มบริษัทที่มีฐานการดำเนินงานของตนเองอยู่ในประเทศจีน (China) นั้น พบว่าสัดส่วนของผู้ที่สนับสนุนให้ใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 49 ซึ่งยังคงสูงกว่าสัดส่วนของผู้ที่คัดค้าน ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 46
การแข่งขันจากคู่แข่งประเทศจีน (China) ได้ขยายตัวเป็นวงกว้างในหลากหลายสาขาอุตสาหกรรม โดยสองในสามของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งรวมถึงเครื่องจักรกลและยานยนต์ ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยร้อยละ 83 ของบริษัทในกลุ่มนี้รายงานว่าเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น และครึ่งหนึ่งระบุว่าแรงกดดันจากการแข่งขันอยู่ในระดับสูงหรือสูงมาก
การเปิดเผยผลสำรวจดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) และกรุงปักกิ่ง (Beijing) กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามการค้า ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายในเดือนตุลาคมสำหรับการบรรลุความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขข้อขัดแย้งทางเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลกรุงเบอร์ลิน (Berlin) กำลังปรับเปลี่ยนไปสู่ท่าทีในการตั้งรับและคุ้มกันทางการค้ามากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรี ฟริดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) แห่งประเทศเยอรมนี (Germany) กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี “ดูเหมือนว่าจะเริ่มเปลี่ยนความคิดแล้ว” เกี่ยวกับความไม่สมดุลทางการค้าโลก พร้อมกับมอบหมายให้คณะรัฐมนตรีจัดทำข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้ากับประเทศจีน (China)
ดร. โฟลเกอร์ ไทรเออร์ (Dr. Volker Treier) หัวหน้าฝ่ายการค้าต่างประเทศของ DIHK กล่าวว่า “ยุโรปจะต้องเร่งแก้ไขและตอบโต้การบิดเบือนการแข่งขันอย่างเด็ดขาด แต่ก็ต้องไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการใช้มาตรการแบบเหมาเข่ง”
ดร. โฟลเกอร์ ไทรเออร์ (Dr. Volker Treier) อธิบายว่า การแข่งขันจากประเทศจีน (China) ได้ก้าวเข้าสู่ “มิติใหม่” โดยรายงานระบุว่า ซัพพลายเออร์จากประเทศจีน (China) สามารถลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีและคุณภาพกับบริษัทเยอรมนีได้เป็นอย่างมาก และกระทั่งกลายเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีในบางสาขา เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Mobility)
เมื่อการแข่งขันจากประเทศจีน (China) ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น สองในสามของบริษัทที่ได้รับการสำรวจจึงได้เรียกร้องให้ สหภาพยุโรป (EU) มีแนวทางดำเนินการที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวในการรับมือกับประเทศจีน (China) ขณะที่ร้อยละ 60 ต้องการลดความพึ่งพาเชิงยุทธศาสตร์ และเกือบครึ่งหนึ่งสนับสนุนให้มีการกีดกันบริษัทจากประเทศจีน (China) ออกจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
แรงกดดันดังกล่าวมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับระดับการเปิดรับความเสี่ยงในประเทศจีน (China) ของแต่ละบริษัท โดยในกลุ่มบริษัทที่มีการดำเนินงานหรือมีการลงทุนของตนเองในประเทศจีน (China) นั้น มีถึงร้อยละ 88 ที่รายงานว่าเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับร้อยละ 38 ในกลุ่มบริษัทที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจโดยตรงกับประเทศจีน (China)
อย่างไรก็ตาม ดร. โฟลเกอร์ ไทรเออร์ (Dr. Volker Treier) ได้กล่าวเตือนว่า การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะส่งผลให้ยอดขายหรือธุรกิจในประเทศจีน (China) ลดลงเสมอไป โดยมีเพียงร้อยละ 12 ของบริษัทที่เผชิญการแข่งขันที่เข้มงวดขึ้นเท่านั้น ที่ระบุว่ากำลังพิจารณาถอนตัวออกจากสายธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ขณะที่ครึ่งหนึ่งเลือกใช้วิธีลดต้นทุน และเกือบหนึ่งในสามวางแผนที่จะยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศจีน (China) ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
รายงานยังระบุด้วยว่า ห่วงโซ่อุปทานและฐานการผลิตในประเทศจีน (China) อาจมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเยอรมนีบางแห่ง ยกตัวอย่างเช่น บริษัทบางแห่งระบุว่า การซื้อเครื่องจักรใหม่จากประเทศจีน (China) มีราคาถูกกว่าการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมในประเทศเยอรมนี (Germany)
นอกจากนี้ ดร. โฟลเกอร์ ไทรเออร์ (Dr. Volker Treier) ยังเตือนว่า มาตรการปกป้องทางการค้าไม่สามารถชดเชยข้อเสียเปรียบที่เกิดขึ้นภายในประเทศได้ โดยระบุว่า “หากต้นทุนพลังงานและค่าแรงที่สูง หรือระบบราชการที่เทอะทะกำลังฉุดรั้งบริษัทของเราไว้ เราก็ต้องแก้ไขปัญหาเหล่านั้นที่นี่”
“นี่ไม่ใช่การเรียกร้องให้เกิดสงครามการค้า” ดร. โฟลเกอร์ ไทรเออร์ (Dr. Volker Treier) กล่าวเน้นย้ำ “สิ่งที่บริษัทต่างๆ ต้องการคือการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ใช่การตัดขาดหรือโดดเดี่ยวตนเอง”
ผลกระทบจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีน (China) กำลังส่งผลลามไปถึงตลาดแรงงานในภูมิภาคยุโรป โดย Volkswagen Group ได้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีถึงแผนการที่จะปรับลดตำแหน่งงานลงอีก 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2030 โดยอ้างถึงการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงและความต้องการในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเกิดขึ้นตามหลังรายงานการปรับลดตำแหน่งงานในลักษณะเดียวกันของค่ายรถยนต์รายอื่น รวมถึง BMW
ในขณะเดียวกัน การเจรจาทางการค้าระหว่าง สหภาพยุโรป (EU) และประเทศจีน (China) ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยนายหลิง จี (Ling Ji) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีน (China) ได้หารือร่วมกับนายเดอนีส์ เรอดอนเนต์ (Denis Redonnet) รองอธิบดีกรมการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจแห่งคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ณ กรุงปักกิ่ง (Beijing) ในระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 2 กันยายนที่ผ่านมา
ด้านนางหวง ลิง (Huang Ling) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีน (China) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การเจรจาทางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายควรแก้ไขข้อห่วงกังวลร่วมกันบนพื้นฐานความเท่าเทียมกัน
“ไม่ควรมีการเรียกร้องหรือกำหนดเงื่อนไขเพียงฝ่ายเดียว นับประสาอะไรกับการใช้ข้ออ้างเพียงเล็กน้อยมาขู่ว่าจะปิดตลาด” นางหวง ลิง (Huang Ling) กล่าว
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/economy/global-economy/article/3366365/german-firms-back-tougher-eu-trade-measures-china-despite-business-risks?module=top_story&pgtype=homepage