.
จีนสั่งตรวจสอบความปลอดภัยห่วงโซ่อุปทานทางทหารทั้งระบบ เดินหน้าพึ่งพาตนเองด้านกลาโหม ลดการพึ่งพาชิปและซอฟต์แวร์ต่างชาติ ตามกฎหมายระดมพลฉบับใหม่
1-9-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประเทศจีน (China) เตรียมเปิดฉากตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทานทางการทหาร (Military supply chains) ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการพึ่งพาตนเองในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ทางเทคโนโลยีและความมั่นคงระดับโลกที่ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น
ปฏิบัติการสำรวจและตรวจสอบยุทโธปกรณ์ สินค้าทางการทหาร ตลอดจนเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตพิเศษเฉพาะทาง จะถูกดำเนินการร่วมกันโดยคณะกรรมาธิการการทหารศูนย์กลาง (Central Military Commission: CMC) และหน่วยงานภายใต้คณะรัฐมนตรีจีน (State Council) ซึ่งถือเป็นมาตรการบังคับตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการระดมพลเพื่อการป้องกันประเทศ (National Defense Mobilization Law) ฉบับปรับปรุงแก้ไขใหม่ที่เพิ่งผ่านการอนุมัติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
กฎหมายฉบับปรับปรุงใหม่ดังกล่าว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 (2569) ได้กำหนดข้อบังคับให้บรรดาเจ้าหน้าที่ภาครัฐและฝ่ายทหารต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานภาคกลาโหม (Supply chain resilience) ให้สามารถรองรับสภาวะฉุกเฉินและภาวะสงครามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง (Beijing) สอดคล้องกับแนวโน้มของกองทัพทั่วโลกที่กำลังเร่งตรวจสอบและทบทวนห่วงโซ่อุปทานยุทโธปกรณ์ของตนเองอย่างใกล้ชิด โดยทางฝั่งประเทศสหรัฐฯ (US) ได้ออกคำสั่งบีบให้บรรดาบริษัทผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศเร่งระบุและตรวจสอบแหล่งที่มาของชิ้นส่วนที่มาจากประเทศคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งนโยบายดังกล่าวของสหรัฐฯ ยกระดับความเร่งด่วนมากขึ้นหลังจากที่ประเทศจีน (China) ประกาศจำกัดการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ (Rare earths) และแม่เหล็กถาวร (Permanent magnets) เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศอินเดีย (India) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างฐานการผลิตยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ (Defense localization) จากบทเรียนวิกฤตสงครามอิหร่าน
แม้ว่าประเทศจีน (China) จะประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญในการทลายจุดคอขวดทางเทคโนโลยีทางการทหารหลายประการในช่วงที่ผ่านมา อาทิ การพัฒนาโลหะผสมพิเศษ (Specialized alloys) และเทคโนโลยีอาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic weapons) แต่ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมกลาโหมของจีนยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์และชิปประมวลผลขั้นสูง (High-end chips) รวมถึงซอฟต์แวร์ออกแบบทางวิศวกรรม (Design software) จากต่างประเทศ
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศแห่งชาติจีน หรือ State Administration of Science, Technology and Industry for National Defense (SASTIND) ได้ออกมาย้ำเตือนถึงความจำเป็นในการเร่งรัดการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความปลอดภัย ตลอดจนการยกระดับนวัตกรรมภายในประเทศอย่างเต็มกำลัง
ในภาพใหญ่ ประเทศจีน (China) ได้เดินหน้าผลักดันการใช้งานเทคโนโลยีที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ (Homegrown tech) ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่มีความอ่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในโครงข่ายกองทัพและรัฐวิสาหกิจ โดยล่าสุดมีรายงานว่า ทางการจีนกำลังยกเลิกการใช้งานระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows รุ่นเก่าที่เคยได้รับการปรับแต่งเป็นการเฉพาะสำหรับหน่วยงานรัฐบาล ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งของจีนได้พัฒนาและเปิดตัวระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของตนเองขึ้นมาทดแทนระบบของต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-08-31/china-orders-military-supply-chain-checks-in-self-reliance-push?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy