.
สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันเป็นวันที่ 5 ขณะที่ทรัมป์ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านเป็นเป้าหมายต่อไป
16-7-2026
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) เริ่มต้นเช้าวันพุธ (ตามเวลาสหรัฐฯ) ด้วยการประกาศเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งบ่งชี้ว่าปฏิบัติการทางทหารได้พัฒนาไปสู่การโจมตีอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มขยายขอบเขตไปยัง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนและพลังงาน ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมากขึ้น
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า"เมื่อเวลา 06.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) กองกำลังของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่"
พร้อมระบุว่า"ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดทอนขีดความสามารถทางทหารที่กองกำลังอิหร่านใช้ในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ"
กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้ดำเนินการโจมตีต่อเนื่องเป็นระยะเวลาราว 7 ชั่วโมง ตลอดคืนที่ผ่านมา ก่อนจะเปิดปฏิบัติการโจมตีอีกรอบในวันพุธ ซึ่งกินเวลาประมาณ 90 นาที
ก่อนหน้านั้นในช่วงเย็นของวันอังคาร สหรัฐฯ ได้กลับมาบังคับใช้ มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน อีกครั้ง พร้อมเดินหน้าโจมตีอิหร่าน เป็นคืนที่สี่ติดต่อกัน
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณข่มขู่ครั้งใหม่ โดยเตือนว่า หากอิหร่านยังไม่ยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา "สัปดาห์หน้าจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากสำหรับพวกเขา เพราะสัปดาห์หน้าจะถึงคิวของโรงไฟฟ้า"
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจขยายเป้าหมายการโจมตีไปยัง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หากความตึงเครียดยังคงยกระดับต่อไป.
ทรัมป์กล่าวเตือนอิหร่านว่า "คุณควรรีบทำข้อตกลงเสีย มิฉะนั้นจะไม่เหลืออะไรอีก" พร้อมขู่ยกระดับปฏิบัติการทางทหารว่า"ท้ายที่สุด เราจะโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานของอิหร่าน สัปดาห์หน้าจะถึงคิวของสะพาน เราจะทำลายโรงไฟฟ้าทั้งหมดของพวกเขา และจะทำลายสะพานทุกแห่ง หากพวกเขาไม่ยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา"
ด้าน ฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี (Fatemeh Mohajerani) โฆษกรัฐบาลอิหร่าน เปิดเผยว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมา การโจมตีของสหรัฐฯ ส่งผลให้ พลเรือนชาวอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 260 คน
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าการโจมตีทางอากาศยังได้ทำลาย ค่ายทหารแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย
สำนักข่าว Associated Press (AP) รายงานว่า"หนึ่งในการโจมตีมุ่งเป้าไปที่ค่ายทหารของกองพลทหารราบยานยนต์ที่ 388 (388th Mechanized Infantry Brigade) ซึ่งประจำการรถถังและยานเกราะ ในจังหวัดซิสตานและบาลูจิสถาน (Sistan and Baluchestan) ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน"
AP รายงานเพิ่มเติมว่า"รายงานระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 13 ลูกเข้าใส่เป้าหมายดังกล่าว โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายประกอบด้วยทั้งทหารเกณฑ์และทหารอาชีพ" พร้อมระบุว่า ยังมีทหารอีกจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ การโจมตีอย่างหนักของสหรัฐฯ ยังคงมุ่งเป้าไปที่ พื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน โดยมีรายงานว่า หนึ่งในเป้าหมายที่ถูกโจมตีคือ หอควบคุมการเดินเรือพลเรือน ที่เมือง ชาบาฮาร์ (Chabahar) ทางตอนใต้ของประเทศ
เมืองชาบาฮาร์เป็นที่ตั้งของ ท่าเรือน้ำลึกแห่งเดียวของอิหร่านที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้อิหร่านสามารถเข้าถึงมหาสมุทรอินเดียได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านอ่าวเปอร์เซีย จึงถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าและความมั่นคงของประเทศ.
ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยังคงเปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้เป็นระลอก โดยมุ่งเป้าไปยัง โครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่สำคัญของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และขยายวงไปถึงประเทศจอร์แดน
จากรายงานของแหล่งข่าวหลายแห่งในภูมิภาค เป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบด้วย
ฐานทัพอากาศชีคอีซา (Sheikh Isa Air Base) ในบาห์เรน
ศูนย์สนับสนุนกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ (U.S. Fifth Fleet) ในบาห์เรน
ฐานทัพอากาศอาลี อัล-ซาเลม (Ali Al-Salem Air Base) ในคูเวต
ค่ายทหารแคมป์บิวริง (Camp Buehring) ในคูเวต
ฐานทัพอากาศมูวัฟฟัก ซัลตี (Muwaffaq Salti Air Base) ในจอร์แดน
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานว่า ท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah Port) ซึ่งมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ถูกโจมตีเช่นกัน ด้านรัฐบาลคูเวตยืนยันว่า เรือของกองทัพเรือคูเวตลำหนึ่งถูกโจมตี ส่งผลให้ลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 4 นาย
นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์ยังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจำนวนมากที่ ยังไม่ได้รับการยืนยันความถูกต้อง ซึ่งอ้างว่าแสดงให้เห็น โดรนพลีชีพแบบ Shahed ของอิหร่านโจมตีพื้นที่ในคูเวต รวมถึงภาพกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ที่พวยพุ่งขึ้นจากสถานที่หลายแห่งที่กำลังลุกไหม้
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่า พื้นที่บางส่วนของกองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในบาห์เรน ปรากฏร่องรอยความเสียหายจากการโจมตีด้วยอาวุธวิถีเข้าใส่
IRGC ยังคงยืนยันจุดยืนเดิม โดยประกาศว่า"การส่งออกน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคนี้ จะต้องเกิดขึ้นได้สำหรับทุกฝ่าย หรือไม่ก็จะไม่มีฝ่ายใดสามารถส่งออกได้เลย"
ตลอดช่วงความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น อิหร่านยังคงเน้นย้ำท่าทีแห่ง ความเป็นเอกภาพและการไม่ยอมจำนนของชาติ โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏสัญญาณใด ๆ ว่าเตหะรานมีความตั้งใจจะถอยหรือยอมอ่อนข้อ ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คาดหวัง.
ทรัมป์ ยังคงเผชิญกับแรงกดดันให้ชี้แจงว่า สหรัฐฯ มีเป้าหมายต่อไปอย่างไร หรือวัตถุประสงค์สูงสุดของปฏิบัติการครั้งนี้คืออะไร ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน ทรัมป์ถูกผู้สื่อข่าวของ Fox News ซักถามเมื่อคืนวันพุธเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเข้ายึด เกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านพลังงานของอิหร่าน
ทรัมป์ตอบว่า "เราโจมตีเกาะคาร์กไปแล้ว อย่างที่คุณทราบ สองครั้ง หรือแม้แต่สามครั้ง ผมบอกว่าให้โจมตีทุกอย่าง แต่เว้นพื้นที่เล็ก ๆ ประมาณ 25 หลาเอาไว้ เพราะผมไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในประเด็นนั้น ส่วนเรื่องการเข้ายึดเกาะ หากเราสามารถทำให้พวกเขาอ่อนกำลังลงได้มากพอ และถอยร่นกลับไปอย่างลึกพอ ผมก็จะดำเนินการเช่นนั้น" อย่างไรก็ตาม กองกำลังอิหร่านยังไม่มีสัญญาณว่าจะยอมถอยหรือยุติการต่อต้าน
ตรงกันข้าม ข้อความจากกองบัญชาการกองทัพอิหร่านที่เผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ระบุว่า "การตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อการกระทำอันก้าวร้าวของศัตรูชาวอเมริกัน จะยังคงดำเนินต่อไป"
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายยังคงอยู่ในภาวะเผชิญหน้า และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพร้อมลดระดับความรุนแรงลงในขณะนี้. เสียงแจ้งเตือนภัยขีปนาวุธยังคงดังขึ้นใน บาห์เรนและคูเวต ช่วงเช้าตรู่ของวันพุธ ท่ามกลางการยิงโจมตีจากอิหร่าน ซึ่ง ณ จุดนี้ได้กลายเป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน
ขณะเดียวกัน มีคำถามเกิดขึ้นว่า...การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์จะกลับมาเป็นเป้าหมายอีกครั้งหรือไม่?
ที่มา Zerohedge