.
สหภาพยุโรป 'กำลังจ่ายเงิน' ให้กับสงครามของปูติน?
15-7-2026
The Telegraph รายงานว่า ท่ามกลางการที่ผู้นำยุโรปออกมาประกาศว่ากำลัง “ทุบเศรษฐกิจสงครามของรัสเซียให้พังลงทีละก้อน” ด้วยมาตรการคว่ำบาตรต่อเนื่อง ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ยังซื้อก๊าซจากรัสเซียในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และจ่ายเงินให้มอสโกเกือบ 5 พันล้านปอนด์ในเวลาเพียงครึ่งปีแรก โดยเงินส่วนนี้กำลังช่วยหล่อเลี้ยงสงครามที่ยุโรประบุว่าต้องการหยุด
ผู้เขียนในบทความต้นฉบับชี้ว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้สนับสนุนยูเครนอาจรู้สึก “สะใจ” ที่ได้เห็นโดรนยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียจนเกิดไฟไหม้ สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศรัสเซียเริ่มขาดแคลน เกิดภาพประชาชนทะเลาะวิวาทในคิวเติมน้ำมัน สำหรับประเทศที่ชอบอวดตัวเองว่าเป็น “มหาอำนาจพลังงาน” ภาพเหล่านี้ถือเป็นความอับอายอย่างหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าควรซื่อสัตย์กับความจริงว่า วลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้เงินสงครามมาจากที่ไหนกันแน่ ไม่ใช่จากน้ำมันเบนซินที่ขายให้คนในประเทศ แต่จากการขายน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติให้ลูกค้าต่างประเทศ โดยปีที่แล้วรายได้จากการขายสองรายการนี้ไหลเข้าสู่งบประมาณรัสเซียราว 7.5 หมื่นล้านปอนด์ เงินจำนวนนั้นคือเงินที่ใช้จ่ายค่าทหาร สร้างขีปนาวุธ และหล่อเลี้ยงสงคราม
ในมุมมองของผู้เขียน หากต้องการหยุดสงคราม “เป้าหมายที่แท้จริง” คือรายได้จากน้ำมันและก๊าซ หากตัดรายได้นี้ออก ก็เท่ากับตัดเสบียงสงครามออกด้วย เขาย้ำว่า “เรื่องนี้เรียบง่ายกว่าที่หลายคนทำให้มันดูซับซ้อน”
บทความชี้ว่าบรัสเซลส์ – ในฐานะศูนย์กลางการตัดสินใจของ EU – กล่าวอ้างว่ากำลังเดินหน้าทำสิ่งนี้อยู่ โดยเมื่อเดือนก่อนสหภาพยุโรปเพิ่งออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่ มุ่งเป้าไปที่ภาคอุตสาหกรรมทหาร–อุตสาหกรรมการผลิต (military–industrial complex) ระบบธนาคาร และ “กองเรือเงา” หรือเรือบรรทุกน้ำมันเก่าที่รัสเซียใช้หลบเลี่ยงเพดานราคาน้ำมัน พร้อมเตรียมชุดคว่ำบาตรลำดับที่ 21 เพิ่มเติม คาย่า คัลลาส (Kaja Kallas) หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของ EU ระบุว่า “เรากำลังทุบฐานรากของเศรษฐกิจสงครามรัสเซียลงทีละก้อน”
ผู้เขียนยอมรับว่าสำนวนเหล่านี้ “ฟังดูแข็งกร้าวและจริงจัง” แต่ชี้ว่ามีปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ “ยุโรปกำลังพูดสองอย่างที่สวนทางกันเองในเวลาเดียวกัน”
เขาอ้างรายงานที่เผยแพร่โดยกลุ่มรณรงค์ด้านพลังงาน Urgewald ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลการนำเข้าก๊าซรัสเซียในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ผลลัพธ์ถูกเรียกว่า “น่าตกใจ” โดยในเวลาเพียง 6 เดือน EU ซื้อนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากรัสเซียมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 5 พันล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยุโรปซื้อก๊าซ LNG จากโครงการ Yamal ซึ่งเป็นโครงการธงของรัสเซียแทบทั้งหมด โดยผู้ซื้อหลักคือ ฝรั่งเศส เบลเยียม และสเปน
เขาเน้นย้ำว่าปริมาณเหล่านี้ “ไม่ใช่สินค้าค้างสต็อกที่ไม่มีที่ไป” แต่เป็นการซื้ออย่างจงใจ เนื่องจากปริมาณส่งออก LNG จาก Yamal ไปยังเอเชียในช่วงเดียวกัน “ดิ่งลงเกือบสามในสี่” ยุโรปจึงไม่ได้ “บังเอิญ” ได้ก๊าซเหล่านี้ แต่ “เลือกจะรับ”
ผู้เขียนจึงสรุปว่า ในขณะที่ผู้นำยุโรปพูดว่ากำลังทุบเศรษฐกิจสงครามรัสเซียลงทีละก้อน ผู้ซื้อก๊าซในยุโรปกลับส่งเงิน 5 พันล้านปอนด์ให้เครมลินในช่วงเวลาเดียวกัน และทำเช่นนั้นในช่วงที่รัสเซียยิงขีปนาวุธใส่โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล และบ้านเรือนของยูเครนอย่างหนัก
เขาชวนให้ผู้อ่านคิดตามว่า นี่หมายถึงอะไร: ฝั่งยุโรปอนุมัติเงินช่วยเหลือทางทหารและการเงินหลายหมื่นล้านปอนด์เพื่อให้ยูเครนต่อสู้กับกองทัพรัสเซีย ขณะเดียวกันก็ส่งเงินหลายพันล้านให้รัสเซียใช้เป็นทุนให้กองทัพเดียวกันนั้น เขาเปรียบเปรยว่า “เราใช้มือข้างหนึ่งส่งอาวุธให้เหยื่อ และใช้มืออีกข้างจ่ายเงินให้ผู้รุกราน” พร้อมสรุปว่า “นี่ไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นเรื่องตลกร้าย”
เขายังย้ำว่าทัศนคติของรัสเซียต่อยุโรปไม่ได้เป็นไปในแบบคู่ค้าทางการค้า แต่เป็นแบบศัตรู โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่เครื่องบินรบและโดรนรัสเซียบินเข้าใกล้หรือข้ามเข้าไปในน่านฟ้าและพื้นที่ของโปแลนด์และโรมาเนีย เรือรัสเซียวนเวียนอยู่เหนือสายเคเบิลที่ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตและไฟฟ้าในทะเลบอลติก รวมถึงกรณีที่อุปกรณ์ติดไฟถูกนำขึ้นเครื่องบินขนส่งสินค้าซึ่งต่อมาจุดไฟในคลัง DHL ที่เบอร์มิงแฮม เขาระบุว่า “นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของคู่ค้า แต่มันคือพฤติกรรมของศัตรู – และเรากำลังจ่ายเงินให้ศัตรูเพื่อซื้อก๊าซ”
สำหรับข้ออ้างที่ว่า “ยุโรปขาดรัสเซียไม่ได้ในด้านพลังงาน” เขามองว่าถูกใช้มานานและหมดอายุแล้ว โดยชี้ว่าปัจจุบันน้ำมันรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนต่ำกว่า 3% ของการนำเข้าน้ำมันใน EU และการนำเข้าก๊าซรัสเซียลดลงต่อเนื่องมาหลายปี ปริมาณที่ยังเหลืออยู่จึงเป็น “ทางเลือกทางนโยบาย” ไม่ใช่ “เรื่องจำเป็นเชิงโครงสร้าง” และวิจารณ์ว่ารัฐบาลบางประเทศตัดสินใจให้ “ก๊าซราคาถูกเล็กน้อย” มีค่ามากกว่า “ชีวิตของคนยูเครน”
เขายอมรับว่ามีคนจะโต้กลับว่า EU ได้ตกลงแบน LNG รัสเซียแล้ว ซึ่งเป็นความจริง แต่กฎหมายจะมีผลเต็มที่ในปี 2027 ระหว่างนี้ “การซื้อยังเดินหน้าต่อไปในระดับทำสถิติใหม่” และทุกเรือที่เทียบท่าในยุโรปคือ “เช็กอีกใบที่เซ็นให้เครมลิน” เขาจึงมองว่าการแบนที่มาถึง “หลังจากส่งเงินไปแล้วหลายพันล้าน” ไม่ใช่มาตรการที่มีน้ำหนักมากนัก
ในบทสรุป ผู้เขียนเรียกร้องว่า หากต้องการ “ป้องกันตัวเองอย่างจริงจัง” และ “สนับสนุนยูเครนอย่างจริงจัง” ทางเดียวที่ซื่อสัตย์ต่อหลักการคือ สหราชอาณาจักร (UK) สหภาพยุโรป และพันธมิตรทุกประเทศต้อง “เลิกพึ่งพาน้ำมันและก๊าซรัสเซียอย่างสิ้นเชิง” โดยไม่ใช่ในปี 2027 แต่ “ทันที” ทุกบาร์เรลและทุกเรือบรรทุกที่ปฏิเสธการซื้อ คือ “เงินที่ถูกดึงออกจากคลังสงครามของปูตินโดยตรง”
เขาปิดท้ายว่าตะวันตก “ไม่สามารถพูดให้ดูดีแต่ทำอีกอย่างต่อไปได้” เพราะชาวยูเครนกำลังเสียชีวิตเพื่อสกัดกั้นกองทัพที่เราเองช่วยจ่ายเงินให้ และภาพโดรนที่โจมตีโรงกลั่นรัสเซียคือสิ่งที่เขาเรียกว่าความกล้าหาญ ในขณะที่ “สิ่งต่ำสุดที่เราทำได้” คือหยุดการให้ทุนฝั่งตรงข้าม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/news/2026/07/14/the-eu-is-paying-for-putins-war/