รัสเซียเร่งปรับเส้นทางส่งออกธัญพืช
รัสเซียเร่งปรับเส้นทางส่งออกธัญพืช หลังยูเครนส่งโดรนถล่มเรือ 11 ลำในทะเลอาซอฟ
15-7-2026
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า รัสเซียเตรียมเปลี่ยนเส้นทางส่งออกจากทะเลอาซอฟ หลังถูกยูเครนเปิดปฏิบัติการโดรนถล่มเรือขนส่งสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันอย่างต่อเนื่อง จนต้องเร่งรับมือกับความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และวิกฤตเชื้อเพลิงภายในประเทศ
กระทรวงเกษตรรัสเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร ระบุว่ารัสเซียกำลังเตรียมใช้ “เส้นทางเดินเรือทางเลือก” สำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรจากทะเลอาซอฟ และอาจเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งไปใช้ระบบอื่นแทนการเดินเรือ โดยย้ำว่าความตึงเครียดในทะเลอาซอฟจะไม่กระทบต่อการจัดหาอาหารในตลาดภายในประเทศหรือศักยภาพด้านการส่งออกของรัสเซีย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก โรเบิร์ต โบรฟดิ (Robert Brovdi) ผู้บัญชาการฝ่ายปฏิบัติการโดรนของกองทัพยูเครน เปิดเผยผ่านเทเลแกรมว่า ในคืนที่ผ่านมา โดรนยูเครนได้โจมตีเรือรัสเซีย 11 ลำในทะเลอาซอฟ เป้าหมายรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำ เรือบรรทุกสินค้าแห้ง 5 ลำ และเรือลากจูง 1 ลำ ส่งผลให้ยอดเรือรัสเซียที่ถูกโจมตีภายในระยะเวลา 9 วันล่าสุดพุ่งขึ้นเป็น 116 ลำ
ด้าน เซอร์เก ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียออกมากล่าวหายูเครนว่ากำลังก่อ “การก่อการร้าย” โดยระบุว่า การโจมตีเรือของยูเครน “รุนแรงยิ่งกว่าการปล้นสะดมของโจรสลัด” พร้อมให้เหตุผลว่าโจรสลัดยังคงปล้นทรัพย์เพื่อประโยชน์ของตนเอง ขณะที่การโจมตีของยูเครน “ไม่ก่อประโยชน์ต่อฝ่ายใดเลย มีเป้าหมายเพียงสร้างความเสียหายและข่มขู่” ซึ่งเขาย้ำว่า “นี่คือการก่อการร้ายโดยแท้จริง”
เหตุโจมตีในทะเลอาซอฟเกิดขึ้นคู่ขนานกับการที่ยูเครนเร่งขยายการโจมตีระยะไกลไปยังโรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียหลายแห่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมสถานการณ์ขาดแคลนเชื้อเพลิงในประเทศ จนกรุงมอสโกต้องออกมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงบางประเภท ท่ามกลางภาวะราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศสามารถสกัดกั้นโดรนยูเครนได้ 288 ลำในหลายภูมิภาคของรัสเซียตลอดคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยว่า เศษซากโดรนจากการสกัดกั้นได้ตกลงสู่พื้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และบ้านเรือนในหลายหมู่บ้านได้รับความเสียหาย
ในแคว้นครัสโนดาร์ เจ้าหน้าที่รายงานว่า การโจมตีโดรนครั้งหนึ่งทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมัน Afipsky ขณะที่ในสาธารณรัฐบัชคอร์โตสถาน (Bashkortostan) โรงกลั่นน้ำมันในเมืองซาลาวัต (Salavat) ก็ถูกยูเครนเล่นงานอีกครั้ง หลังเคยตกเป็นเป้าหมายมาแล้วถึงสองครั้งในเดือนกันยายน 2025 โดย ราดิย์ คาบิโรฟ (Radiy Khabirov) ผู้ว่าการฯ ระบุผ่านเทเลแกรมว่า การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในพื้นที่อุตสาหกรรมของเมือง
การโจมตีต่อโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของรัสเซียทำให้ความสามารถในการผลิตและกลั่นน้ำมันได้รับผลกระทบ ข้อมูลจากหน่วยงานและสื่อระหว่างประเทศระบุว่า เครมลินต้องขยายมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงบางประเภท เพื่อพยุงเสถียรภาพตลาดเชื้อเพลิงภายในประเทศ ท่ามกลางรายงานสถานีบริการน้ำมันในหลายภูมิภาคที่ประสบปัญหาขาดแคลนและราคาขายปลีกพุ่งสูง
ด้านรัสเซียยังคงตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศต่อยูเครนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายในกรุงเคียฟ โครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือในแคว้นโอเดซา รวมถึงคลังเก็บเชื้อเพลิงสำหรับกองกำลังยูเครนในท่าเรือยูชนี (Yuzhny) บริเวณชายฝั่งทะเลดำของยูเครน
ในมิติด้านความปลอดภัยทางทะเล ดมิโทร เปลเทนชุก (Dmytro Pletenchuk) โฆษกกองทัพเรือยูเครน ระบุว่ากองกำลังรัสเซียได้โจมตีเรือพลเรือนลำหนึ่งใกล้ท่าเรือโอเดซา โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุโจมตีครั้งนี้ แต่สะท้อนให้เห็นความเสี่ยงต่อเรือพาณิชย์และเส้นทางเดินเรือในทะเลดำที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารยูเครนเปิดเผยว่า กองกำลังยูเครนสามารถยิงสกัดขีปนาวุธ 7 ลูก และโดรน 108 ลำในหลายภูมิภาคทั่วประเทศในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่าการป้องกันภัยทางอากาศจากการโจมตีของรัสเซียยังคงเป็นภารกิจหลัก ท่ามกลางการสู้รบที่เห็นได้ชัดว่าขยายจากแนวหน้าไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสัญจรทางทะเลของทั้งสองฝ่าย
----
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/hghmyl