.
กลุ่มประเทศเอเชียเร่งเปิดเกมการทูตกระชับพันธมิตรใหม่ ผ่านการอัพเกรดผลิตอาวุธ-อุตฯกลาโหม รับมือสหรัฐฯ ที่คาดเดายากและจีนที่ขยายอิทธิพล
11-7-2026
Yahoo Finance รายงานว่า ท่ามกลางภูมิทัศน์ความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มหาอำนาจในเอเชียกำลังเร่งเครื่องกระชับพันธมิตรระดับภูมิภาคและเสริมขีดความสามารถในบ้านตนเอง มากกว่าพึ่งพาเครือข่ายความมั่นคงที่นำโดยสหรัฐฯเพียงด้านเดียว ในขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับจีนซึ่งเพิ่มบทบาทเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่องในอินโด-แปซิฟิก. ภาพใหญ่สะท้อนการสร้าง “กันชน” และพื้นที่การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากการแกว่งตัวของนโยบายสหรัฐฯ และการผงาดขึ้นของจีน.
ในเชิงยุทโธปกรณ์ ข้อมูลจาก Nikkei ระบุว่า เมื่อเผชิญกับความล่าช้าในการส่งมอบขีปนาวุธจากสหรัฐฯ หลายประเทศในภูมิภาค เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ได้เริ่มเดินหน้าปรับโครงสร้างและเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมกลาโหมภายในประเทศเพื่อรองรับความต้องการระยะยาว. แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการผลักดัน “อธิปไตยด้านห่วงโซ่อุปทานกลาโหม” ให้พึ่งพาตนเองมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านการส่งออกอาวุธและล่าช้าทางการเมืองจากพันธมิตรตะวันตก.
ในเชิงการทูต ผู้นำเอเชีย-แปซิฟิกต่างเปิดเกมรุกหลายแนวคู่ขนานกัน เพื่อขยายและลงลึกพันธมิตรภูมิภาค นอกเหนือจากสมการสหรัฐฯ-จีน. นายกรัฐมนตรีอินเดียอยู่ระหว่างการเยือน 3 ประเทศในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม โดยจุดสำคัญของทริปนี้คือการลงนามข้อตกลงจัดหายูเรเนียมจากออสเตรเลีย เพื่อใช้ในโครงการพลังงานนิวเคลียร์พลเรือนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดของอินเดีย. ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติการขั้นตอนสุดท้ายของกรอบความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ที่วางไว้ตั้งแต่ปี 2014 และมีนัยเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านความมั่นคงพลังงานและการเชื่อมอินเดียเข้ากับภูมิภาคแปซิฟิกมากขึ้น.
ด้านญี่ปุ่น รัฐบาลโตเกียวเดินหน้าทำหน้าที่ “จุดเชื่อม” ระหว่างมหาอำนาจตะวันตกและพันธมิตรในเอเชีย ผ่านการจัดประชุมและเดินสายเยือนทั้งประเทศมหาอำนาจและรัฐขนาดเล็กในภูมิภาค. นโยบายการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการส่งออกยุทโธปกรณ์ ซึ่งเปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถส่งออกเรือรบและขีปนาวุธได้มากขึ้น ก็ถูกใช้ควบคู่กับการทูตเพื่อสร้างเครือข่ายความมั่นคงแบบ “สานเชื่อมหลายจุด” ในเอเชีย. สำหรับออสเตรเลีย รัฐบาลแคนเบอร์ราเดินหน้าลงนามข้อตกลงด้านกลาโหมและความมั่นคงกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกเพื่อขยายวงปริมณฑลความมั่นคงของตนเอง และลดการพึ่งพาเศรษฐกิจและความมั่นคงจากจีน.
ภาพรวมสะท้อนว่าทั้งมหาอำนาจและมหาอำนาจระดับกลางในเอเชียกำลังสร้างเครือข่ายพันธมิตรแบบ “ทับซ้อนหลายชั้น” ทั้งด้านกลาโหม พลังงาน และเทคโนโลยี เพื่อคานดุลอิทธิพลของสหรัฐฯและจีน โดยไม่ตัดขาดจากขั้วใดขั้วหนึ่ง. สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แนวโน้มนี้ยิ่งทำให้ ASEAN ถูกคาดหวังว่าจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลายฝ่ายที่เปิดพื้นที่ให้การประสานผลประโยชน์ระหว่างมหาอำนาจและรัฐขนาดกลางในภูมิภาคดำเนินไปโดยไม่ต้องเลือกขั้ว.
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.yahoo.com/news/world/articles/asian-powers-consolidate-regional-alliances-124936893.html