.
นายกฯสวีเดน 'ไม่เชื่อ' รัสเซียเตรียมโจมตี NATO ย้ำภัยจริงอยู่ที่ “สงครามไฮบริด” ระบุมอสโกรู้ดีว่าการโจมตี NATO คือความผิดพลาด 'ประกาศเพิ่มอาวุธให้ยูเครน'
8-7-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า นายกรัฐมนตรีอุล์ฟ คริสเตอร์สซอน (Ulf Kristersson) แห่งสวีเดน (Sweden) ปฏิเสธข้อสันนิษฐานที่ว่ารัสเซีย (Russia) อาจวางแผนโจมตีประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ด้วยกำลังทหารแบบดั้งเดิม
นายอุลฟ์ คริสเตอชอน (Ulf Kristersson) นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศสวีเดน (Sweden) ได้แสดงท่าทีปฏิเสธต่อกระแสความกังวลที่ระบุว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) อาจกำลังวางแผนที่จะเปิดฉากโจมตีด้วยอาวุธแบบดั้งเดิม (Conventional Attack) ต่อชาติสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO
"รัสเซียตระหนักดีเป็นอย่างยิ่งว่าการเปิดฉากโจมตีประเทศในกลุ่มพันธมิตร NATO จะเป็นแนวทางเลือกปฏิบัติที่เลวร้ายอย่างที่สุด" นายอุลฟ์ คริสเตอชอน (Ulf Kristersson) กล่าวให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว Bloomberg Television ในโอกาสการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำพันธมิตรทางทหาร ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี (Turkey) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นความวิตกกังวลที่ผู้นำกลุ่มประเทศยุโรปบางรายระบุว่า อาจเกิดการเผชิญหน้าและปะทะกันโดยตรงระหว่างภูมิภาคยุโรปและรัสเซีย นายกรัฐมนตรีสวีเดนได้แสดงท่าทีปฏิเสธต่อแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน
"เรายังไม่พบสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ไปในทิศทางนั้น แต่เรากลับพบสัญญาณจำนวนมากเกี่ยวกับภัยคุกคามและกิจกรรมในรูปแบบผสมผสานที่หลากหลาย (Hybrid Threats)" เขากล่าวชี้แจง พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุการณ์การทำลายสายเคเบิลใต้ทะเล ตลอดจนพฤติกรรมที่เป็นภัยของกลุ่มเรือที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) ซึ่งเคลื่อนไหวปฏิบัติการในลักษณะที่ "ขาดความระมัดระวังและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง"
นอกจากนี้ ผู้นำสวีเดนระบุเสริมว่า ยุโรปมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์จากแรงขับเคลื่อน (Momentum) ล่าสุดของประเทศยูเครน (Ukraine) ในกระบวนการปกป้องภูมิภาคจากการคุกคามของรัสเซีย ผ่านแนวทางการยกระดับการสนับสนุนระบบป้องกันภัยให้แก่กรุงเคียฟ (Kyiv) ตลอดจนการเพิ่มมาตรการกดดันทางยุทธศาสตร์ต่อกรุงมอสโก (Moscow)
สำหรับประเทศสวีเดน (Sweden) ถือเป็นประเทศสมาชิกใหม่ล่าสุดลำดับที่ 32 ขององค์การ NATO ซึ่งปัจจุบันได้ก้าวขึ้นมาทำบทบาทเป็นหนึ่งในประเทศผู้ให้การสนับสนุนที่แข็งแกร่งและเหนียวแน่นที่สุดต่อยูเครนเคียงข้างกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนอร์ดิก (Nordic) และภูมิภาคบอลติก (Baltic) โดยกระทรวงการต่างประเทศของสวีเดนเปิดเผยข้อมูลทางสถิติว่า กลุ่มความร่วมมือทั้ง 8 ประเทศนี้ได้จัดหาความช่วยเหลือทางการทหารให้แก่ยูเครนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงเกือบ 1 ใน 3 ของยอดการช่วยเหลือทั้งหมดในปี 2025 แม้ว่าจะมีจำนวนประชากรรวมกันเพียงประมาณ 30 ล้านคนเศษ เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งหมดของชาติสมาชิก NATO ที่มีอยู่สูงถึงราว 1 พันล้านคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สวีเดนเพียงประเทศเดียวได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนทางการทหารให้แก่ยูเครนไปแล้วคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.28 แสนล้านโครนา (หรือคิดเป็นประมาณ 1.33 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) นับตั้งแต่เกิดสงครามเต็มรูปแบบในปี 2022 และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสวีเดนเพิ่งได้ลงนามในข้อตกลงบริจาคเครื่องบินขับไล่รุ่นเก่าแบบ Saab Gripen จำนวน 16 ลำ ให้แก่ยูเครน ซึ่งการบริจาคนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงซื้อขายเครื่องบินรบในรุ่นปรับปรุงที่มีขอบข่ายที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ นายอุลฟ์ คริสเตอชอน (Ulf Kristersson) ได้หยิบยกสถานการณ์พุ่งสูงขึ้นของการระดมโจมตีทางอากาศจากฝั่งรัสเซียต่อพื้นที่เมืองต่างๆ ในยูเครนขึ้นมาเน้นย้ำ
"เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นเหตุผลที่ชัดเจนว่า เหตุใดพวกเราจึงต้องเร่งส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense) ที่จำเป็นให้แก่ยูเครนเพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองได้สำเร็จ" เขากล่าวสรุป "พวกเราควรแสดงจุดยืนให้กระจ่างแจ้งแก่รัสเซียอย่างที่สุดว่า เวลาไม่ได้อยู่ข้างพวกเขาอีกต่อไป"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-07/swedish-premier-rebuffs-notion-of-russia-planning-to-attack-nato?srnd=phx-politics