.
ทรัมป์ขู่ตัดความสัมพันธ์การค้ากับสเปน พร้อมประกาศกร้าว 'เดินหน้าฮุบกรีนแลนด์' อ้างเหตุความมั่นคงโลก
9-7-2026
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐอเมริกา (US) ได้ออกมาขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศสเปน (Spain) พร้อมทั้งยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าตัวเขายังคงต้องการครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ (Greenland) ท่ามกลางบรรยากาศการเดินทางมารวมตัวกันของบรรดาผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด ณ กรุงอังการา (Ankara) เมืองหลวงของประเทศตุรกี (Turkey)
โดยผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวตราหน้าประเทศสเปน (Spain) ว่าเป็น "พันธมิตรที่ยอดแย่" สืบเนื่องมาจากท่าทีและการกระทำของรัฐบาลมาดริดในช่วงที่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล (US-Israel) กับประเทศอิหร่าน (Iran)
"ผมรู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับ NATO" โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อกลุ่มผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในระหว่างการพบปะกับ นายมาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการใหญ่ของ NATO ก่อนการเปิดฉากการประชุมสุดยอดรอบหลักจะเริ่มต้นขึ้น
"ผมไม่มีความสุขกับ NATO จากสิ่งที่พวกเขาทำกับกรีนแลนด์ (Greenland) และผมก็ไม่มีความสุขกับ NATO จากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาไม่ต้องการช่วยเหลือพวกเราในการจัดการกับประเทศที่เป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งนั่นก็คือประเทศอิหร่าน (Iran)"
ยิ่งไปกว่านั้น โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้เลือกเจาะจงวิพากษ์วิจารณ์ประเทศสเปน (Spain) อย่างรุนแรงเป็นพิเศษ โดยเรียกสเปนว่าเป็น "พันธมิตรที่ยอดแย่ในระบบของ NATO"
"สเปน (Spain) ถือเป็นความสูญเสียที่เปล่าประโยชน์ พวกเราไม่ต้องการที่จะทำธุรกิจการค้าใด ๆ ร่วมกับสเปนอีกต่อไป" โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กล่าว พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าตนได้สั่งการให้สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (Treasury Secretary) ดำเนินการ "ตัดความสัมพันธ์ทางการค้า" ดังกล่าวเสีย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศสเปน (Spain) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าใช้ประโยชน์จากฐานทัพทหารร่วมบนดินแดนของตนในปฏิบัติการทางทหารเพื่อต่อต้านประเทศอิหร่าน (Iran) พร้อมทั้งดำเนินการปิดน่านฟ้าไม่ให้เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบสงครามบินผ่านน่านน้ำอาณาเขต
ทางด้านสำนักงานของ นายเปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) นายกรัฐมนตรีสเปน (Spanish Prime Minister) ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยระบุว่า ทางรัฐบาลสเปนมองท่าทีและถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เป็นเพียง "เรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ" (business as usual) และไม่มีเจตนาที่จะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์อัน "ยอดเยี่ยม" ที่สเปนมีร่วมกับรัฐบาลวอชิงตันแต่อย่างใด
ในแถลงการณ์ยังได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า ประเทศสเปน (Spain) เป็นฝ่ายที่เผชิญภาวะขาดดุลการค้ากับสหรัฐฯ (US) และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศนั้นถูกขับเคลื่อนและสร้างขึ้นโดยภาคธุรกิจเอกชน ไม่ใช่โดยหน่วยงานของรัฐบาล ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่สเปนเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพศุลกากรและการค้าของสหภาพยุโรป (EU) ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจึงไม่สามารถถูกเลือกปฏิบัติแยกเป็นรายประเทศได้
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งสหภาพยุโรป หรือ EU ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า ทางกลุ่มคาดหวังจะเห็นประเทศสหรัฐฯ (US) ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงทางการค้าที่มีร่วมกับกลุ่มประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศอย่างเป็นธรรม
"ผมขอเตือนพวกคุณว่า พวกเราได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯ (US) เมื่อปีที่ผ่านมา และเราคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะเคารพในข้อตกลงและพันธกรณีภายใต้แถลงการณ์ร่วมฉบับดังกล่าว เช่นเดียวกับที่พวกเราได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของเราเสมอมา" โอโลฟ กิลล์ (Olof Gill) โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission spokesperson) ระบุในแถลงการณ์
แม้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จะยังคงรู้สึกขุ่นเคืองใจต่อปฏิกิริยาของภูมิภาคยุโรปที่มีต่อสงครามของเขาร่วมกับอิสราเอล (Israel) ในการต่อสู้กับอิหร่าน (Iran) แต่ทว่าตัวเขาก็ยังไม่ยอมลดละความปรารถนาที่จะเข้าครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ (Greenland) ซึ่งเป็นดินแดนในปกครองของประเทศเดนมาร์ก (Denmark) หนึ่งในชาติสมาชิกของ NATO
"กรีนแลนด์ (Greenland) เป็นปัญหาใหญ่สำหรับพวกเรา" โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมระบุเสริมว่า: "พวกเราจำเป็นต้องใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อการปกป้องโลก ไม่ใช่แค่เพื่อการปกป้องสหรัฐอเมริกาเท่านั้น... มันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรเดนมาร์ก (Denmark) มากนัก แต่มันมีประโยชน์และช่วยพวกเราได้อย่างมหาศาล"
ทางด้าน นายมาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) กล่าวชี้แจงว่า ทางสหรัฐฯ (US) และประเทศเดนมาร์ก (Denmark) จะยังคงยึดมั่นตามข้อตกลงเดิมในการเดินหน้าเจรจาร่วมกัน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขยายอิทธิพลและการจัดกำลังพลทางทหารของสหรัฐฯ บนเกาะในแถบอาร์กติกแห่งนี้ อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นางเมตเต เฟรเดอริกเซน (Mette Frederiksen) นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก (Danish Prime Minister) ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นและแข็งกร้าวว่า ดินแดนกรีนแลนด์ (Greenland) "ไม่ได้มีไว้ขาย" อย่างเด็ดขาด
ขณะที่ โอโลฟ กิลล์ (Olof Gill) ได้แถลงเพิ่มเติมในนามของสหภาพยุโรป (EU) ว่า "การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของกรีนแลนด์ (Greenland) ถือเป็นสิทธิ์ขาดและหน้าที่ของชาวกรีนแลนด์และชาวเดนมาร์กเท่านั้น"
ทั้งนี้ บรรดาประเทศพันธมิตรในกลุ่ม NATO ต่างมีความคาดหวังที่จะใช้เวทีการประชุมสุดยอด ณ กรุงอังการา (Ankara) ในครั้งนี้ เป็นเครื่องมือในการลดระดับความเกรี้ยวกราดและผ่อนคลายความตึงเครียดของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในประเด็นเรื่องประเทศอิหร่าน (Iran) ควบคู่ไปกับการแสดงหลักฐานให้เห็นว่าพวกเขากำลังปฏิบัติตามสัญญาร่วมกันในการเร่งยกระดับงบประมาณการใช้จ่ายด้านกลาโหมของตนเองอย่างจริงจัง
ทว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ยังคงกล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องที่ "ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง" ที่ประเทศสหรัฐฯ (US) ต้องแบกรับสัดส่วนการใช้จ่ายงบประมาณที่สูงเกินไปและไม่สมส่วนในโครงสร้างของ NATO เพียงเพื่อทำหน้าที่ปกป้องภูมิภาคยุโรปให้พ้นจากการคุกคามของประเทศรัสเซีย (Russia)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/95a3ty