จีนเตรียมส่งดาวเทียมกว่า 1,000 ดวงจับตาเอเชียกลาง
จีนเตรียมส่งดาวเทียมกว่า 1,000 ดวงจับตาเอเชียกลาง ใช้ข้อมูล–เทคโนโลยี–เงินกู้ และโครงสร้างพื้นฐาน ปักฐานอิทธิพลในภูมิภาค
9-7-2026
Eurasianet รายงานว่า ประเทศจีน (China) กำลังวางแผนที่จะวางกำลังกลุ่มดาวเทียมสำรวจระยะไกล (remote-sensing satellites) จำนวนมากกว่า 1,000 ดวง เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ภูมิภาคเอเชียกลาง (Central Asia) ตามรายงานข้อมูลจากสำนักข่าวอย่างเป็นทางการของจีนอย่าง Xinhua และ The People’s Daily
ทั้งนี้ คาดหมายว่าดาวเทียมชุดแรกจำนวน 5 ดวงของกลุ่มดาวเทียม Tianwu Constellation จะถูกยิงขึ้นสู่วงโคจรในห้วงอวกาศภายในสิ้นปี 2026 นี้ โดยโครงการดังกล่าวได้รับการนำเสนอในฐานะโครงการริเริ่มความร่วมมือร่วมกันระหว่างประเทศจีน และกลุ่มประเทศในเอเชียกลาง ได้แก่ ประเทศคาซัคสถาน (Kazakhstan) ประเทศอุซเบกิสถาน (Uzbekistan) และประเทศทาจิกิสถาน (Tajikistan) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่ประกาศต่อสาธารณชนเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์และตรวจวัดสภาพสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change)
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีในวงกว้างว่าดาวเทียมสำรวจระยะไกลนั้นทำหน้าที่เปรียบเสมือน "ดวงตาบนท้องฟ้า" (eyes in the sky) ที่มีขีดความสามารถสูงในการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลทุกประเภท ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในมิติด้านพลเรือนและในภารกิจทางทหาร ยิ่งไปกว่านั้น ที่น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่งคือ กลุ่มดาวเทียมดังกล่าวทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์และทรัพย์สินของประเทศจีน โดยข้อมูลทั้งหมดที่จัดเก็บได้จะถูกส่งกลับไปประมวลผลภายในสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) ขณะที่กลุ่มประเทศพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียกลางจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นในสัดส่วนที่จำกัดอย่างมาก
การแข่งขันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมสื่อ
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงปรากฏว่า ไค-ฟู ลี (Kai-Fu Lee) ผู้บริหารระดับสูงของ 01 AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มีฐานปฏิบัติการในกรุงปักกิ่ง (Beijing) และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba และ Xiaomi ได้จัดงาน "สัมมนาเชิงยุทธศาสตร์" ร่วมกับรัฐบาลคาซัคสถาน โดยมีสมาชิกของคณะรัฐมนตรี (Cabinet of Ministers) และบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเข้าร่วมงานอย่างหนาตา ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้นำและสร้างแรงจูงใจต่อกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐในการพิจารณาเลือกใช้โมเดล AI ตลอดจนแนวทางในการนำระบบไปปรับใช้และดำเนินงานจริง ท่ามกลางสถานการณ์ที่โมเดลระบบ AI ของประเทศสหรัฐฯ (US) และโมเดล AI ของประเทศจีน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเชิงโครงสร้าง กำลังแข่งขันกันอย่างรุนแรงเพื่อช่วงชิงสิทธิ์และความเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียกลาง
ทั้งนี้ ไค-ฟู ลี (Kai-Fu Lee) ยังดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในคณะสมานฉันท์หรือสภาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Council) ของประธานาธิบดีคาซัคสถาน นายคาสซิม-โจมาร์ต โตคาเยฟ (Kassym-Jomart Tokayev) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแก่ผู้นำรัฐคาซัคสถานในมิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ AI นอกจากนี้ สำนักข่าว Kazinform ของคาซัคสถาน รายงานเพิ่มเติมว่า บริษัท Beijing Zhongguancun Tongli Technology Service Co., Ltd ของจีน ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับมูลนิธิ Astana AI Film Festival Foundation ของคาซัคสถาน เพื่อร่วมกันจัดหาเงินทุน ผลิต และจัดจำหน่ายเนื้อหาและสื่อที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI-generated media content) ร่วมกัน
การแผ่อิทธิพลด้านอุตสาหกรรมทรัพยากรน้ำ
นอกจากนี้ จีนยังคงเดินหน้ายกระดับการขยายขอบเขตความร่วมมือร่วมกับกลุ่มประเทศเอเชียกลางในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยตามรายงานของสื่อ DKNews kz ระบุว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำและการชลประทานของคาซัคสถาน (Ministry of Water Resources and Irrigation) ได้ลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงอัสตานา (PRC Embassy in Astana) เพื่อปูทางให้มหาวิทยาลัย Kazakh National University of Water Management and Irrigation ของคาซัคสถาน และมหาวิทยาลัย North China University of Water Resources and Electric Power ของจีน ร่วมกันจัดทำหลักสูตรปริญญาร่วม (joint degree program) ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้กลุ่มวิชาชีพและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำของคาซัคสถานเดินทางไปเข้ารับการศึกษาต่อในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ โดยข้อตกลงดังกล่าวจะครอบคลุมถึงข้อบังคับในการร่วมมือจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมร่วม (joint training center) ระหว่างกันด้วย
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งประเทศอุซเบกิสถาน บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการบริหารจัดการน้ำ (Ministry of Water Management) ได้เดินทางเข้าพบและหารือร่วมกับผู้แทนจากบริษัท Beijing Hrunan Technology Co., Ltd. ของประเทศจีน เพื่อศึกษาและสำรวจแนวทางร่วมกันในการยกระดับและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภูมิภาคจิซซัค (Jizzakh) ตามรายงานจากสำนักข่าวทางการของประเทศอุซเบกิสถานอย่าง UzA
สัญญาร่วมทุนและอภิมหาดีลอุตสาหกรรมในคาซัคสถาน
ทางด้านสถานการณ์การลงทุนในประเทศคาซัคสถาน ผู้ว่าราชการภูมิภาคอาไบ (Abai region) ได้ออกมาประกาศเปิดเผยการลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU ร่วมกับบริษัท DDS Group ของจีน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม (industrial park) ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ บรรดาเจ้าหน้าที่ยังได้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงร่วมกับบริษัท Jiachen Group ของจีนในการก่อสร้างโรงถลุงอะลูมิเนียม (aluminum smelter) ที่มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่ารายละเอียดเชิงลึกของข้อตกลงเหล่านี้ อาทิ แหล่งที่มาของเงินทุนสนับสนุน หรือสิทธิ์การครอบครองและความเป็นเจ้าของในตัวโครงการ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดออกมาต่อสาธารณชนในทันที
นอกจากนี้ บริษัทรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ด้านการทำเหมืองแร่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลปักกิ่งอย่าง China Nonferrous Metal Mining (CNMC) ได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทลูกแห่งใหม่ขึ้นในคาซัคสถานภายใต้ชื่อ GLY Minerals Ltd. ซึ่งเมื่อประเมินจากขนาดของโครงการปัจจุบันที่ดำเนินงานโดยกลุ่มบริษัทลูกรายอื่น ๆ ของ CNMC ในคาซัคสถาน — โดยบริษัทลูกรายหนึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างโรงถลุงทองแดงมูลค่า 1.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในภูมิภาคอาไบ และอีกบริษัทหนึ่งมีสิทธิ์ครอบครองและถือหุ้นในสัดส่วนสูงถึง 70% ในบริษัทเหมืองแร่ทองแดงในภูมิภาคอัคโตเบ (Aktobe) ซึ่งทาง CNMC มีแผนที่จะขยายเงินลงทุนเพิ่มเติมอีกถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ส่งผลให้บริษัทลูกที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่อย่าง GLY Minerals Ltd. นี้ ถูกประเมินว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเตรียมความพร้อมในการรองรับและดำเนินอภิมหาโครงการขนาดใหญ่อื่น ๆ ในอนาคตต่อไป
คีร์กีซสถานและเงินทุนพัฒนาธุรกิจจากจีน
สำหรับประเทศคีร์กีซสถาน ธนาคาร Eldik Bank ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการเงินและเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลคีร์กีซสถาน เตรียมที่จะกู้ยืมเงินเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 1 พันล้านหยวน (หรือคิดเป็นเม็ดเงินมูลค่าต่ำกว่าระดับ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย) จากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน หรือ China Development Bank ตามรายงานข้อมูลจากสื่อ Economist kg
โดยทางธนาคาร Eldik Bank วางแผนที่จะนำเม็ดเงินกู้ยืมดังกล่าวไปใช้ในภารกิจ "จัดสรรเงินทุนสนับสนุนแก่กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในภาคส่วนอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน โครงการพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมทั่วไป และภาคการเกษตร" ซึ่งในรายงานของ Economist kg ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญเพิ่มเติมว่า "ความร่วมมือในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษตรงที่ผู้ประกอบการภายในประเทศจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินระยะยาวที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการยกระดับและปรับปรุงโรงงานผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของตนให้มีความทันสมัย"
เติร์กเมนิสถานและโครงข่ายเชื่อมโยงระบบรถไฟข้ามพรมแดน
ส่วนความเคลื่อนไหวในประเทศเติร์กเมนิสถาน ปรากฏว่าสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 3 แห่งของเติร์กเมนิสถาน ได้ร่วมกันลงนามในข้อตกลงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการของจีน (Ministry of Education of China) เพื่อร่วมกันเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาจีนขึ้นในเติร์กเมนิสถาน ตลอดจนการ "ดำเนินกิจกรรมทางการศึกษาและการวิจัยร่วมกัน การขยายสายสัมพันธ์และความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรม และการร่วมกันสร้างพื้นที่บูรณาการทางการศึกษา วัฒนธรรม และข้อมูลข่าวสารให้เป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน" ตามรายงานของสื่อ Turkmen Portal
ในขณะเดียวกัน ทางด้านเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงอาชกาบัต (Ashgabat) ได้ทำพิธีส่งมอบและมอบทุนการศึกษาแก่พลเมืองเติร์กเมนิสถานจำนวน 10 ราย เพื่อเดินทางไปศึกษาเรียนรู้ต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามรายงานของเว็บไซต์ข่าวทางการของรัฐบาลเติร์กเมนิสถาน
นอกจากนี้ ประเทศจีนยังได้เริ่มเปิดให้บริการเชื่อมต่อระบบรถไฟขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน (freight rail service) สายใหม่ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อมณฑลชิงไห่ (Qinghai) ทางตอนกลางของจีน เข้ากับภูมิภาคบอลข่าน (Balkan) ของประเทศเติร์กเมนิสถาน โดยภูมิภาคดังกล่าวของเติร์กเมนิสถานทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางและฮับสำคัญสำหรับการขนส่งลำเลียงสินค้าต่อไปยังประเทศอิหร่าน (Iran) ประเทศตุรกี (Turkey) และตลาดในภูมิภาคยุโรป ตามรายงานข้อมูลของ Orient tm ทั้งนี้ ขบวนรถไฟขนส่งเที่ยวปฐมฤกษ์ซึ่งประกอบด้วยตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 55 ตู้ จะใช้ระยะเวลาในกระบวนการเดินทางผ่านเส้นทางขนส่งสินค้าประมาณ 14-15 วันเพื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง
ความร่วมมือสิ่งทอในอุซเบกิสถาน
ในส่วนสุดท้าย ความเคลื่อนไหวของประเทศอุซเบกิสถาน ปรากฏว่าสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มแห่งอุซเบกิสถาน (Association of Textile and Garment Industry Enterprises of Uzbekistan) ได้บรรลุข้อตกลงและลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU ร่วมกับบริษัท Xinjiang Production and Construction Corp. เพื่อร่วมกันส่งเสริม "การพัฒนาในระยะยาวของการสร้างความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรที่เอื้อประโยชน์ต่อกันและกันของทั้งสองฝ่ายอย่างยั่งยืน" ตามรายงานข่าวของสำนักข่าว UzDaily uz
---
IMCT NEWS
ที่มา
https://eurasianet.org/china-to-launch-satellite-constellation-to-keep-eyes-on-central-asia?fbclid=IwY2xjawS7XE9leHRuA2FlbQIxMQBicmlkETFrMlZYWEdDczlXQjRLY2ZUc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHssmXG1VHZ7lsihbzIGNMPE4t6kyCNdAU7tq9o32FcWFFjOWjUax_sj-cJ3w_aem_fOfUubTzeXIWdi9IBfNrSQ