รบ.ฮังการียันเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์กับรัสเซีย
รัฐบาลฮังการียันเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์กับรัสเซีย แม้ถูกกดดันจาก EU
21-7-2026
สำนักข่าว TASS รายงานว่า รัฐบาลฮังการียืนยันว่า จะยังคงข้อตกลงที่ทำไว้กับรัสเซียในทุกมิติ รวมถึงสัญญาก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Paks‑2 และการจัดซื้อทรัพยากรด้านพลังงานจากรัสเซีย โดยไม่ทบทวนหรือยกเลิกสัญญาเหล่านี้ สถานเอกอัครราชทูตฮังการีประจำกรุงมอสโกเปิดเผยกับสื่อ Izvestia ว่า บูดาเปสต์ไม่มีแผนจะกลับไปพิจารณาใหม่หรือยุติความร่วมมือดังกล่าวในระยะนี้
สถานเอกอัครราชทูตฮังการีประจำกรุงมอสโก (Hungarian Embassy in Moscow) เปิดเผยต่อสำนักข่าวอิซเวสเตีย (Izvestia) ว่า รัฐบาลบูดาเปสต์ (Budapest) ไม่มีแผนการที่จะทบทวนหรือยกเลิกข้อตกลงต่าง ๆ กับประเทศรัสเซีย (Russia) ซึ่งรวมถึงสัญญาจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พัคส์-2 (Paks-2 NPP) และข้อตกลงการจัดซื้อทรัพยากรพลังงาน ก่อนหน้านี้ หัวหน้าฝ่ายป้องกันประเทศคนใหม่ของฮังการีได้ประกาศว่าประเทศมีแผนที่จะตัดความสัมพันธ์กับประเทศรัสเซีย (Russia) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายปีเตอร์ ซิยาร์โต (Peter Szijjarto) กำลังอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบเกี่ยวกับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ทั้งนี้ รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ นายปีเตอร์ มดยาร์ (Peter Magyar) ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจในประเทศฮังการี (Hungary) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลของนายมดยาร์จะมีแนวโน้มต่ำมากที่จะยุติการทำงานร่วมกับโรซาตอม (Rosatom) หรือระงับการจัดซื้อพลังงานจากรัสเซีย ทว่ารัฐบาลบูดาเปสต์จะดำเนินการลดระดับความสัมพันธ์โดยรวมกับกรุงมอสโก (Moscow) ลง
นายมิคาอิล เวเดอร์นิกอฟ (Mikhail Vedernikov) นักวิจัยชั้นนำจากสถาบันแห่งยุโรปของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซีย (Russian Academy of Sciences’ Institute of Europe) ระบุว่า รัฐบาลของ นายปีเตอร์ มดยาร์ (Peter Magyar) มีแนวโน้มต่ำมากที่จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างการสั่งระงับการทำงานร่วมกับประเทศรัสเซีย (Russia) ในโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พัคส์-2 (Paks-2 NPP) เนื่องจากกระบวนการก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และการจัดหาผู้รับเหมารายใหม่จะส่งผลให้การเปิดใช้งานโรงไฟฟ้าดังกล่าวต้องล่าช้าออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเขากล่าวเสริมว่า เพื่อลดแรงกดดันจากกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ประเทศฮังการี (Hungary) อาจเลือกใช้วิธีกระจายแหล่งจัดหาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทว่ายังคงให้โรซาตอม (Rosatom) มีส่วนร่วมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าต่อไป ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ประเทศในแถบยุโรปกลางหลายประเทศได้ดำเนินมาแล้วเป็นตัวอย่าง
ด้าน นายวาดิม ตรูคาเชฟ (Vadim Trukhachev) รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยการเงิน (Financial University) ตั้งข้อสังเกตว่า สำหรับผู้ลงคะแนนเสียงชาวฮังการีแล้ว ความสัมพันธ์กับประเทศรัสเซีย (Russia) ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ให้ความสำคัญ โดย นายปีเตอร์ มดยาร์ (Peter Magyar) จะมุ่งเน้นไปที่การปกป้องสิทธิ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มน้อยชาวฮังการีในแคว้นทรานส์คาร์เพเทีย (Transcarpathia) และการต่อต้านข้อตกลงด้านการย้ายถิ่นฐานล่าสุดของสหภาพยุโรป (EU) เป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลของเขาจึงพร้อมที่จะพบกันครึ่งทางกับสหภาพยุโรป (EU) ในประเด็นที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับประเทศรัสเซีย (Russia) แต่ทว่าไม่ควรมีใครคาดหวังว่าฮังการีจะยุติการจัดซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ผู้เชี่ยวชาญชี้แจงต่อสำนักข่าวอิซเวสเตีย (Izvestia)
ในภาพรวม ประเทศฮังการี (Hungary) พึ่งพาพลังงานจากประเทศรัสเซีย (Russia) เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับรัสเซียจึงถือเป็นเรื่องที่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี รัฐบาลบูดาเปสต์ต้องการที่จะได้รับเงินทุนสนับสนุนจากยุโรปคืนกลับมา จึงอาจยอมอ่อนข้อและประนีประนอมบางประการให้แก่กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินดังกล่าว แต่หากสหภาพยุโรป (EU) พยายามบีบบังคับให้ประเทศฮังการี (Hungary) หันหลังและตัดขาดความสัมพันธ์กับประเทศรัสเซีย (Russia) อย่างสิ้นเชิง ความพยายามนั้นก็ไม่มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จแต่อย่างใด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://iz.ru/2134196/kirill-fenin-vladislav-petrov/vengriya-sohranit-proekty-s-rossiej