.
สตาร์เมอร์ลาออก เบิร์นแฮมขึ้นแท่นนายกฯ: สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับผู้นำคนใหม่ของสหราชอาณาจักร
21-7-2026
แอนดี เบิร์นแฮม เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ หลังเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ณ พระราชวังบักกิงแฮม นับเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนที่ 7 ในรอบเพียง 10 ปี เบิร์นแฮมได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคแรงงาน 349 คน จากทั้งหมด 401 คน และได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเป็นผู้สมัครเพียงรายเดียว
การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งของเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ซึ่งเผชิญกับคะแนนนิยมที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทอดทิ้งชนชั้นแรงงานของอังกฤษ ถูกโจมตีจากการไม่ดำเนินคดีกลุ่มคดีล่วงละเมิดเด็ก (grooming gangs) และไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของฝ่ายเสรีนิยมในประเด็นฉนวนกาซาได้ รายงานนี้จะพาย้อนดูปัจจัยที่นำไปสู่การสิ้นสุดอำนาจของสตาร์เมอร์ และความท้าทายที่ผู้สืบทอดตำแหน่งต้องเผชิญ
อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สตาร์เมอร์ต้องพ้นจากตำแหน่ง?
เมื่อสองปีก่อน สตาร์เมอร์นำพรรคแรงงานคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไป เอาชนะพรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) ได้อย่างขาดลอย ยุติการบริหารประเทศของรัฐบาลอนุรักษนิยมที่ยาวนานกว่า 15 ปี อย่างไรก็ตาม เขาต้องเผชิญกับปัญหาเดียวกับที่รัฐบาลอนุรักษนิยมก่อนหน้านี้ประสบ ไม่ว่าจะเป็นภาวะงบประมาณตึงตัว ค่าครองชีพที่พุ่งสูง ปัญหาผู้อพยพ และมาตรการภาษี โดยรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม การสนับสนุนอิสราเอลในการทำสงครามในฉนวนกาซา และการสนับสนุนยูเครนภายใต้การนำของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี
แรงกดดันต่อสตาร์เมอร์เพิ่มขึ้นจากสมาชิกพรรคแรงงานเอง ซึ่งกังวลต่อคะแนนนิยมที่ตกต่ำและโอกาสในการเลือกตั้งของพรรค โดยกระแสเรียกร้องให้เขาลาออกยิ่งรุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งพรรคแรงงานสูญเสียที่นั่งจำนวนมากให้แก่พรรคกรีนและพรรครีฟอร์มยูเค (Reform UK)
ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของสตาร์เมอร์ ยังเต็มไปด้วยข้อถกเถียงจากกรณีของปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำสหรัฐฯ และอดีตรัฐมนตรีการค้า ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษประจำสหรัฐฯ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน 2025 ก่อนถูกปลดจากตำแหน่งจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน และข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลวงใน
รายงานระบุว่า สตาร์เมอร์รับทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างแมนเดลสันกับเอปสตีน ซึ่งเป็นผู้ต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก แต่ยังคงแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
แมนเดลสันถูกจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และอยู่ระหว่างการสอบสวนในข้อกล่าวหาว่าเปิดเผยข้อมูลลับให้เอปสตีน รวมถึงวิ่งเต้นเพื่อประโยชน์ของเขา เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวส่งผลให้ทีมงานระดับสูงของสตาร์เมอร์จำนวนมากทยอยลาออก ขณะที่สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมีการเปิดเผยในเดือนเมษายนว่า อดีตทูตรายนี้ไม่ผ่านการตรวจสอบด้านความมั่นคงของสหราชอาณาจักร แต่ยังคงได้รับตำแหน่งดังกล่าว
กรณีแมนเดลสันยิ่งถูกซ้ำเติมจากข้อถกเถียงเกี่ยวกับคดีแก๊งล่อลวงและล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นชายเชื้อสายปากีสถาน ระหว่างปี 2008-2013 ซึ่งเป็นช่วงที่สตาร์เมอร์ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอัยการสูงสุด (Crown Prosecution Service: CPS) หน่วยงานดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการไม่ดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาในคดีเมืองรอชเดล และถูกกล่าวหาว่าให้ความสำคัญกับการปกปิดเรื่องราวและปิดปากผู้เสียหาย มากกว่าการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เนื่องจากเกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
เหตุใดจึงไม่มีการเลือกตั้งทั่วไป?
ระบบการเมืองของสหราชอาณาจักรแตกต่างจากหลายประเทศ โดยการลาออกของนายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปโดยอัตโนมัติ หากนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งระหว่างวาระ พรรคที่เป็นรัฐบาลจะจัดการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ภายในพรรค ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอังกฤษ 4 ใน 6 คน ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผ่านกระบวนการเลือกหัวหน้าพรรคภายใน หลังผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าลาออก
แอนดี เบิร์นแฮม คือใคร?
แอนดี เบิร์นแฮม ผู้นำพรรคแรงงานคนใหม่ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในเวทีระหว่างประเทศ แม้จะเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายตำแหน่งในรัฐบาลของโทนี แบลร์ และกอร์ดอน บราวน์ ช่วงทศวรรษ 2000
ในประเทศ เขาเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์มหานคร (Greater Manchester) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง โดยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2017 จนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคแรงงาน
ผู้นำใหม่ แต่ปัญหาเดิม
เบิร์นแฮมประกาศว่าจะนำ "การฟื้นฟูพรรคและประเทศ" พร้อมเปิด "ยุคแห่งความหวัง" ให้กับสหราชอาณาจักร แม้ผู้สนับสนุนมองว่าเขาจะช่วยฟื้นความนิยมของพรรคแรงงานได้ แต่ยังต้องติดตามว่าจะสามารถผลักดันนโยบายให้เป็นรูปธรรมได้มากน้อยเพียงใด
แม้พรรคแรงงานจะสามารถสลัดภาพลักษณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นในยุคของสตาร์เมอร์ได้ แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลอังกฤษเผชิญมาอย่างยาวนานยังคงอยู่ เบิร์นแฮมให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าสนับสนุนยูเครนต่อไป รวมถึงกระชับความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเฉพาะด้านกลาโหมและความมั่นคง
ขณะเดียวกัน แม้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นและระบบสวัสดิการสังคมที่อ่อนแอจะยังเป็นความท้าทายในระยะยาว แต่ภารกิจเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องเผชิญทันทีคือ การรับมือกับกระแสนิยมที่เพิ่มขึ้นของพรรครีฟอร์มยูเค (Reform UK) ภายใต้การนำของไนเจล ฟาราจ ซึ่งผลักดันประเด็นการย้ายถิ่นฐาน การบังคับใช้กฎหมาย และความเหลื่อมล้ำในการกระจายความมั่งคั่ง จนกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อรัฐบาล
นอกจากนี้ เบิร์นแฮมยังต้องเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างลอนดอนกับกรุงวอชิงตัน ซึ่งย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วในสมัยของสตาร์เมอร์
สื่ออังกฤษรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้พยายามผลักดันให้ทีมงานของเบิร์นแฮมจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในแนวทางที่สหรัฐฯ ต้องการ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความชื่นชมเบิร์นแฮม หลังมีรายงานว่าเขาอาจเปิดทางให้มีการขุดเจาะน้ำมันในทะเลเหนือมากขึ้น โดยทรัมป์ระบุว่า นโยบายดังกล่าวอาจเปลี่ยนสหราชอาณาจักรจาก "ประเทศที่ยากจนและล้มเหลว" ให้กลายเป็น "หนึ่งในประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลก" ได้.
ที่มา RT