.
BRICS 2026: ปูตินและโมดีต่างคาดหวังสูงก่อนเปิดฉากการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญ
11-9-2026
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย มีกำหนดเดินทางถึงประเทศอินเดียเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด BRICS ในกรุงนิวเดลี โดยเขาจะเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียในวันศุกร์นี้ การพบกันครั้งนี้คาดว่าจะช่วยต่อยอดจากบรรยากาศอันอบอุ่นและความก้าวหน้าในความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์อันดีเป็นการส่วนตัวระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ อินเดียและรัสเซียยังคงรักษาการติดต่อประสานงานทางการทูตและเศรษฐกิจในระดับสูงมาโดยตลอด ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยปูตินและโมดีเพิ่งพบกันล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ณ กรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน ในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO)
มีรายงานว่า เครื่องบิน อิลยูชิน อิล-76 (IL-76) ของรัสเซียจำนวน 3 ลำ ซึ่งบรรทุกทีมงานล่วงหน้าและเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ลงจอดที่เมืองเกรเทอร์นอยดาของอินเดียเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยทีมงานกำลังตรวจสอบการเตรียมความพร้อมและมาตรการรักษาความปลอดภัย ในขณะที่กรุงเดลีจัดเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับเหล่าผู้นำโลกสำหรับการประชุมสุดยอด BRICS ในวันที่ 12-13 กันยายนนี้
พลังงาน: รากฐานสำคัญของความสัมพันธ์
อินเดียได้กลายเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง เนื่องจากนิวเดลีต้องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อรองรับประชากรจำนวน 1.4 พันล้านคน โดยรัสเซียได้ขายน้ำมันให้อินเดียประมาณ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของการนำเข้าทั้งหมดของอินเดียในเดือนสิงหาคม แม้ว่านิวเดลีจะเริ่มกระจายแหล่งซื้อน้ำมันดิบให้มีความหลากหลายมากขึ้นแล้วก็ตาม
ทว่านี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในฐานะผู้ซื้อและผู้ขายแบบธรรมดา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างเข้าไปลงทุนในระบบนิเวศทางพลังงานของกันและกัน โดยบริษัท ONGC Videsh ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินเดีย ถือหุ้นร้อยละ 20 ในโครงการแหล่งน้ำมันซาคาลิน-1 (Sakhalin-1) ของรัสเซีย ขณะที่กลุ่มบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลอินเดียก็ถือหุ้นจำนวนมากในบริษัทลูกของ รอสเนฟต์ (Rosneft) บริษัทน้ำมันสัญชาติรัสเซีย ได้แก่ แวนคอร์เนฟต์ (Vankorneft) และ ทาส-ยูรียัค เนฟเตกาโซโดบิชา (Taas-Yuryakh Neftegazodobycha)
นอกจากนี้ รอสเนฟต์ยังถือหุ้นเกือบครึ่งหนึ่งในบริษัท ไนยารา เอนเนอร์ยี่ (Nayara Energy) ของอินเดีย ซึ่งเป็นเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันในรัฐคุชราตและมีเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่กว้างขวาง
ผลกระทบจากการที่อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซียนั้นส่งผลต่อระดับโลก โรงกลั่นน้ำมันของอินเดียมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสกัดกั้นไม่ให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้ ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ซัพพลายทั่วโลกหยุดชะงักไปเป็นจำนวนมาก หากเจาะลึกไปกว่านั้น ยุโรปซื้อน้ำมันดีเซลประมาณร้อยละ 60 และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานร้อยละ 15 จากโรงกลั่นของอินเดีย ซึ่งเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งตรงที่ยุโรปพยายามจะคว่ำบาตรอินเดียในกรณีน้ำมันรัสเซีย
ทางด้านมอสโกได้กล่าวย้ำหลายครั้งว่าพร้อมที่จะส่งมอบน้ำมัน "มากเท่าที่อินเดียต้องการ" แม้ว่านิวเดลีจะเผชิญกับคำขู่เรื่องการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกก็ตาม
พลังงานนิวเคลียร์ถือเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญของความสัมพันธ์ โดยอินเดียได้ตั้งเป้าหมายการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ที่ทะเยอทะยานถึง 100 กิกะวัตต์ภายในปี 2047 โดยปัจจุบัน เครื่องปฏิกรณ์ 2 จาก 6 เครื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คูดันกูลัม (Koodankulam) ในอินเดียตอนใต้ ซึ่งสร้างขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ รอสอะตอม (Rosatom) ของรัสเซีย สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้แล้ว และอีก 4 เครื่องกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปูตินและโมดีได้ตกลงที่จะหารือกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่สอง และเคาะเลือกสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งมีรายงานว่าอยู่ในเขตติรุเนลเวลิ (Tirunelveli) ในรัฐทมิฬนาดู
นอกจากนี้ อินเดียยังให้ความสนใจในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMRs) ของรัสเซีย เพื่อบรรลุเป้าหมายทางพลังงานของประเทศอีกด้วย
ความจำเป็นในการขยายความผูกพันทางเศรษฐกิจ
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่การเยือนอินเดียครั้งล่าสุดของปูติน ซึ่งในขณะนั้นมีการตั้งเป้าหมายทางการค้าไว้ที่ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐให้สำเร็จภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม อินเดียกลับต้องเผชิญกับการขาดดุลการค้ามหาศาลต่อรัสเซียเนื่องจากการซื้อน้ำมัน ดีมีทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ภาคธุรกิจของรัสเซียกำลังมองหาลู่ทางในการซื้อสินค้าจากอินเดียมากขึ้น รวมถึงจัดตั้งโครงการร่วมทุนต่างๆ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาช่องว่างทางการค้านี้
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์แบบเดียวกันนี้ ที่กดดันให้อินเดียต้องซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้น ก็กำลังเปิดโอกาสในการขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีไปสู่ภาคส่วนใหม่ๆ เช่นเดียวกัน
ที่มา RT