.
คนกลางเสนอหยุดยิง 10 วัน ขณะประธานาธิบดีอิหร่านระบุประเทศกำลังเผชิญ "สงครามเต็มรูปแบบ"
21-7-2026
กองทัพสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 นับตั้งแต่การสู้รบรอบใหม่ปะทุขึ้น โดยปฏิบัติการได้ขยายเป้าหมายจากฐานทัพไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านพลเรือนและการทหาร ขณะที่การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านยังคงสร้างแรงกดดันต่อประเทศในอ่าวเปอร์เซีย และลุกลามไปถึงจอร์แดน ซึ่งส่งผลให้ฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต
ทางการอิหร่านระบุว่า นับตั้งแต่การกลับมาปะทะกันอีกครั้งในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน และบาดเจ็บมากกว่า 500 คน โดยสื่อของรัฐรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 8 คนจากการโจมตีสะพานแห่งหนึ่งเมื่อวันศุกร์
ขณะเดียวกัน ฝ่ายสหรัฐฯ ก็เริ่มมีรายงานการสูญเสียเช่นกัน หลังกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่ามีกำลังพลเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในภูมิภาค
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ทหารสหรัฐฯ นายที่ 3 เสียชีวิตในภาคเหนือของอิรัก โดยระบุว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการ "ทำลายวัตถุระเบิดแบบควบคุม" (controlled detonation) กับโดรนโจมตีของอิหร่านที่ถูกยิงตก
เพนตากอนยังเปิดเผยว่า ร้อยโทไทเลอร์ เจมส์ ฟีแฮน วัย 25 ปี จากเมืองเอวาบีช รัฐฮาวาย และพลทหารอิซาเบลลา กอนซาเลส วัย 19 ปี จากเมืองแคร์รอลตัน รัฐเท็กซัส เป็นกำลังพลที่เสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพในจอร์แดนเมื่อวันศุกร์ โดยทั้งสองปฏิบัติภารกิจสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS)
แม้สถานการณ์จะทวีความรุนแรงต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา แต่อิหร่านเปิดเผยว่าได้รับข้อเสนอผ่านประเทศตัวกลางเพื่อรื้อฟื้นการเจรจากับสหรัฐอเมริกา
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวกับสื่อของรัฐเมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านยังคงยืนหยัดปกป้องตนเองอย่างเต็มที่ "ผมขอย้ำอีกครั้งว่า หน่วยงานด้านการทูตยังคงปฏิบัติภารกิจควบคู่ไปกับกองกำลังป้องกันประเทศอย่างสอดประสานกัน ข้อเสนอที่ส่งผ่านประเทศตัวกลางได้ถูกส่งมาถึงเราแล้ว และเราได้รับไว้เรียบร้อยแล้ว" บาเกอีกล่าว
คนกลางเร่งผลักดันหยุดยิงรอบใหม่ หวั่นสหรัฐฯ-อิหร่านเข้าสู่ความขัดแย้งยืดเยื้อ
หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานเพิ่มเติมว่า ประเทศตัวกลางกำลังเร่งผลักดันให้สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงครั้งใหม่ในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลว่าทั้งสองฝ่ายอาจเข้าสู่รูปแบบความขัดแย้งที่ไม่มีการทำสงครามเต็มรูปแบบ แต่ยังคงโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของภูมิภาค และเพิ่มความเสี่ยงที่การคำนวณผิดพลาดจะนำไปสู่การยกระดับการสู้รบ
ความพยายามดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9 ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศพันธมิตรอาหรับของสหรัฐฯ รวมถึงคูเวตและบาห์เรน นอกจากนี้ ยังมีเรืออีกลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซถูกกระสุนปริศนาโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ ส่งผลให้ลูกเรือต้องอพยพออกจากเรือ
แหล่งข่าวด้านการไกล่เกลี่ยเปิดเผยว่า กาตาร์ได้เสนอแนวคิดให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน พร้อมยุติมาตรการจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญของโลก อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ หรืออิหร่านพร้อมยอมรับข้อตกลงหยุดยิงรอบใหม่หรือไม่ หลังจากข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อกลางเดือนมิถุนายน ได้ล่มสลายลงเมื่อต้นเดือนนี้
ด้านโยอาคิม เคลเมนต์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของบริษัท Panmure Liberum กล่าวว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง "นักลงทุนยังคงมองว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับไปเจรจากันอีกครั้ง และก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ไม่เต็มใจเจรจาอีกต่อไป ตลาดจึงจะเริ่มสะท้อนความคาดหวังว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน" เขากล่าว อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงจากฝั่งอิหร่านยังไม่สะท้อนสัญญาณของการลดระดับความตึงเครียด
มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ประเทศกำลังอยู่ในภาวะ "สงครามเต็มรูปแบบ" กับสหรัฐอเมริกา และประชาชนชาวอิหร่านจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับผลกระทบที่เกิดจากความขัดแย้ง "ความจริงก็คือ วันนี้สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกำลังอยู่ในสงครามเต็มรูปแบบ เราต้องมองความเป็นจริงและยอมรับผลลัพธ์ตามธรรมชาติของการยืนหยัดต่อสู้ครั้งนี้" เปเซชเคียนกล่าว.
สื่อเผยทหารสหรัฐฯ บาดเจ็บหลายสิบนายจากการโจมตีของอิหร่าน ขณะถูกตั้งข้อสังเกตว่าเพนตากอนไม่เปิดเผยความเสียหายทั้งหมด สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของการสู้รบ ท่ามกลางรายงานที่ตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายสหรัฐฯ อาจปกปิดหรือประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับฐานทัพในภูมิภาคต่ำกว่าความเป็นจริง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บยังคงเพิ่มขึ้น
หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่า กำลังพลสหรัฐฯ หลายสิบนายได้รับบาดเจ็บ และเฮลิคอปเตอร์หลายลำได้รับความเสียหาย จากการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน 3 ครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
รายงานซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้บาดเจ็บและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนเหตุโจมตีของอิหร่านเมื่อวันศุกร์ ที่ทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 นาย และสูญหายอีก 1 นายในจอร์แดน
รายงานยังระบุว่า นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีกำลังพลสหรัฐฯ เสียชีวิตรวม 17 นาย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 400 นาย
ด้านเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ นายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่า "กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ไม่มีข้อกำหนดที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ"
พัฒนาการล่าสุดข้ามคืน: สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากโจมตีกันต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามขยายวง สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันอีกระลอก หลังการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพในจอร์แดนเมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 นาย ขณะที่รัฐบาลเตหะรานประกาศระงับการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว หลังสถานการณ์การสู้รบยกระดับขึ้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีอิหร่านอย่างหนักอีกครั้งในคืนที่ผ่านมา "เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้รักชาติ 3 คนที่อาจเสียชีวิต" พร้อมยืนยันว่า สหรัฐฯ จะยุติโอกาสที่อิหร่านจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9 โดยเป้าหมายประกอบด้วยศูนย์บัญชาการทางทหาร ระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีเฝ้าระวังชายฝั่ง ศักยภาพด้านการรบทางทะเล ฐานยิงขีปนาวุธและโดรน รวมถึงโครงข่ายการสื่อสาร เพื่อจำกัดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์และการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
CENTCOM ระบุเพิ่มเติมว่า จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม กองทัพสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์ 6 ลำ และสั่งระงับการเดินเรืออีก 1 ลำ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการด้านความปลอดภัย
มีรายงานเสียงระเบิดในหลายพื้นที่ของอิหร่าน ได้แก่ เมืองทาบริซ เมืองจาสก์ จังหวัดฮอร์โมซกัน เมืองซิริก เมืองคอร์มอจ เมืองเดลีจาน จังหวัดมาร์กาซี และเมืองอารัก ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกเปิดใช้งานในเมืองโคนารัก จังหวัดซิสถานและบาโลจิสถาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
อิหร่านยิงขีปนาวุธจากจังหวัดโลเรสถานทางตะวันตกของประเทศไปยังเป้าหมายของฝ่ายตรงข้าม ขณะที่มีรายงานการระเบิดบริเวณฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน รวมถึงเกิดแรงระเบิดในรัฐราสอัลไคมาห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
The Washington Post อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่รับทราบการหารือภายในรัฐบาลว่า วอชิงตันกำลังวางแผนรองรับความเป็นไปได้ของสงครามที่ขยายวงกว้าง
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังเปิดกว้างต่อการแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางการทูตกับอิหร่าน พร้อมระบุว่าการหารือกับประธานาธิบดีเลบานอนเป็นไปในเชิงบวก
องค์การพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในเมืองดาร์โควิน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แม้จะไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่เกิดเหตุ
คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถือเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสันติของอิหร่าน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการยกระดับความตึงเครียดและความไม่มั่นคงที่ตามมา
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่า ได้ทำลายคลังเก็บยุทโธปกรณ์ของกองทัพสหรัฐฯ 20 แห่งในพื้นที่อัซรักของจอร์แดน ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตหลายสิบราย ตามรายงานของ Al Jazeera Mubasher
IRGC ยังระบุว่า เรือ 2 ลำประสบ "อุบัติเหตุ" หลังพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเส้นทางที่ไม่ปลอดภัย และมีเรืออีก 2 ลำยกเลิกการเดินเรือ พร้อมเตือนว่า เรือที่ได้รับอิทธิพลจากสหรัฐฯ และใช้เส้นทางที่ไม่ปลอดภัย "จะต้องเผชิญอุบัติเหตุอย่างแน่นอน" ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมว่า IRGC อ้างว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำเกิดระเบิดหลังพยายามผ่านเส้นทางด้านใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ
ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า ได้รับรายงานเหตุเรือลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ ห่างจากเมืองคุมซาร์ของโอมานไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 8 ไมล์ทะเล แต่ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุของเหตุการณ์ได้
หนังสือพิมพ์ Tehran Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวด้านข่าวกรองหลายแห่งว่า กระแสคัดค้านสงครามภายในกองทัพสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีเจ้าหน้าที่ทหารปฏิเสธปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงกลาโหมคูเวตระบุว่า อิหร่านเปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่องต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญภายในประเทศ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้หลายจุดและความเสียหายอย่างหนัก
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ยังสามารถดำเนินต่อไปได้หากสอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติ พร้อมระบุว่า ประเทศตัวกลางได้ส่งสารมายังกรุงเตหะรานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และมีข้อเสนอหลายประการเพื่อป้องกันการยกระดับความขัดแย้ง แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียด พร้อมย้ำว่า อิหร่านจะไม่ถอนตัวจากการเจรจา แต่สิทธิอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซเป็นประเด็นที่ไม่อาจต่อรองได้
แหล่งข่าวของ Al Jazeera ในกระทรวงมหาดไทยปากีสถานเปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอิหร่านเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดแล้ว โดยอิหร่านและปากีสถานจะหารืออย่างครอบคลุมเกี่ยวกับการบริหารจัดการชายแดน ความมั่นคงข้ามพรมแดน การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจกรุงอิสลามาบัด (Islamabad MoU) และประเด็นความร่วมมืออื่น ๆ
กองทัพเยเมนประกาศว่าจะออกแถลงการณ์สำคัญในเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงซานา (13.00 น. ตามเวลา BST) มีรายงานเสียงระเบิดในเมืองอิสฟาฮาน อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าเป็นการระเบิดแบบควบคุม (controlled explosions) ขณะที่ผู้ว่าการจังหวัดบูเชห์รเปิดเผยว่า จังหวัดดังกล่าวตกเป็นเป้าการโจมตีของสหรัฐฯ 2 ครั้ง
สำนักข่าว Tasnim รายงานโดยอ้างข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า โดรน 1 ลำพุ่งตกภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าหลักของคูเวต ส่งผลให้เกิดความเสียหายบางส่วน.
ที่มา Zerohedge