ผู้ประท้วงในโตเกียวต่อต้านแนวโน้มทหารนิยม
ผู้ประท้วงหลายพันคนในโตเกียวต่อต้านแนวโน้มทหารนิยมที่เพิ่มขึ้น
21-7-2026
ประชาชนหลายพันคนรวมตัวกันบริเวณด้านหน้ารัฐสภาญี่ปุ่นในกรุงโตเกียวเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อคัดค้านแผนของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งยึดแนวทางสันติภาพของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการทหารของญี่ปุ่น ผู้จัดงานระบุว่า มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมประมาณ 25,000 คน โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้ทาคาอิจิลลาออก พร้อมคัดค้านแผนเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม การผ่อนคลายข้อจำกัดในการส่งออกอาวุธ และการออกกฎหมายที่พวกเขามองว่าอาจกระทบต่อเสรีภาพของประชาชน
การชุมนุมครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการประท้วงก่อนหน้านี้ในกรุงโตเกียว โดยผู้จัดงานอ้างว่ามีผู้เข้าร่วมประมาณ 50,000 คนในเดือนพฤษภาคม, 26,000 คนในวันที่ 19 มิถุนายน และ 27,000 คนในวันที่ 10 กรกฎาคม
ความขัดแย้งเรื่องมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญ
ประเด็นหลักของการประท้วงอยู่ที่ข้อเสนอของทาคาอิจิในการแก้ไข มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ญี่ปุ่นประกาศสละสิทธิในการทำสงครามและใช้กำลังเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างประเทศ
พรรครัฐบาลอย่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ต้องการเพิ่มข้อความที่รับรองสถานะของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น (Self-Defense Forces) อย่างชัดเจน รวมถึงเปิดทางให้รัฐบาลสามารถดำเนินมาตรการที่เห็นว่าจำเป็นต่อการรับมือภัยคุกคามด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ทาคาอิจิระบุว่า ภัยคุกคามดังกล่าวมาจากจีนและเกาหลีเหนือ ฝ่ายคัดค้านมองว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจลดข้อจำกัดต่อการใช้กำลังทางทหาร เปลี่ยนกองกำลังป้องกันตนเองให้มีลักษณะใกล้เคียงกับกองทัพทั่วไป และทำให้ญี่ปุ่นเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งนอกประเทศได้ง่ายขึ้น
ญี่ปุ่นเพิ่มงบกลาโหมครั้งใหญ่
รัฐบาลทาคาอิจิได้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แล้ว โดยงบประมาณกลาโหมปี 2026 จัดสรรเงินราว 8.8 ล้านล้านเยน (ประมาณ 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับโครงการต่าง ๆ เช่น ขีปนาวุธพิสัยไกล โดรน กระสุนและยุทโธปกรณ์ การเสริมความแข็งแกร่งของฐานทัพ โครงการด้านความมั่นคงอื่น ๆ
นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน รัฐบาลยังผ่อนคลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการส่งออกอาวุธร้ายแรงอีกด้วย
ประเด็นอาวุธนิวเคลียร์กลับมาเป็นที่ถกเถียง
การอภิปรายยังขยายไปถึงประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีรายงานว่า ที่ปรึกษาอาวุโสของทาคาอิจิรายหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ เคยเสนอในเดือนธันวาคมว่า ญี่ปุ่นควรมีอาวุธนิวเคลียร์ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีอาจกำลังพิจารณาทบทวนนโยบายเดิมของญี่ปุ่นที่ระบุว่า จะไม่ครอบครอง ไม่ผลิต และไม่อนุญาตให้นำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในดินแดนของประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่า นโยบายด้านนิวเคลียร์ของประเทศยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
จีนและรัสเซียออกมาเตือน
จีนระบุว่า ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มการเมืองฝ่ายขวาของญี่ปุ่นกำลังพยายามทำให้ประเทศกลับมาเป็นรัฐทหารอีกครั้ง ขณะที่รัสเซียเตือนว่า การเพิ่มกำลังทหารของญี่ปุ่นจะทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเลวร้ายลง และอาจกระตุ้นให้ประเทศที่รู้สึกถูกคุกคามต้องใช้มาตรการตอบโต้
ฝ่ายคัดค้านหวั่นญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามต่างประเทศ
ผู้คัดค้านการขยายกำลังทหาร รวมถึงผู้เข้าร่วมการชุมนุมครั้งล่าสุด มองว่าแนวทางสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่สองช่วยให้ญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางทหารระหว่างประเทศ และมีส่วนทำให้ประเทศมีเสถียรภาพมายาวนานหลายทศวรรษ พวกเขาเตือนว่า การเพิ่มศักยภาพทางทหารอาจทำให้ญี่ปุ่นถูกดึงเข้าสู่สงครามนอกประเทศ โดยไม่ได้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง
ผู้ประท้วงบางส่วนเรียกร้องให้รัฐบาลนำงบประมาณไปเพิ่มการสนับสนุนด้านสาธารณสุข การศึกษา การเตรียมรับมือภัยพิบัติ และการแก้ปัญหาค่าครองชีพแทน
คะแนนนิยมรัฐบาลทาคาอิจิลดลง
การประท้วงเกิดขึ้นพร้อมกับคะแนนนิยมของรัฐบาลทาคาอิจิที่ลดลง ผลสำรวจของ ANN เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า คะแนนสนับสนุนคณะรัฐมนตรีอยู่ที่ 49.2% ลดลง 10.9 จุดจากเดือนมิถุนายน และต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เธอเข้ารับตำแหน่ง ขณะที่คะแนนไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเพิ่มขึ้น 11.8 จุด มาอยู่ที่ 34.8%
ที่มา RT