ผบ.ทัพอากาศเยอรมนีเตือนยุโรป ไม่มีเวลารับมือปูติน
ผบ.ทัพอากาศเยอรมนีเตือนยุโรป 'ไม่มีเวลารับมือปูติน' หากไร้อาวุธสหรัฐฯ ชี้ต้องซื้อ F-35 เพิ่ม สกัดภัยคุกคามจากรัสเซีย
23-7-2026
POLITICO รายงานว่า พลโท โฮลเกอร์ นอยมันน์ (Holger Neumann) ผู้บัญชาการกองทัพอากาศเยอรมนี (Luftwaffe) ได้เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวโพลิติโค (POLITICO) โดยระบุว่า ประเทศเยอรมนี (Germany) จำเป็นต้องเดินหน้าจัดซื้อระบบอาวุธที่มีประสิทธิภาพและผ่านการพิสูจน์การใช้งานแล้วจากประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ต่อไป เช่น เครื่องบินขับไล่ เพื่อรับมือและต่อต้านภัยคุกคามจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ผู้นำรัสเซีย แม้ในขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปหรือ อียู (EU) กำลังผลักดันการสร้างและพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตนเองในระยะยาวก็ตาม
พลโท โฮลเกอร์ นอยมันน์ (Holger Neumann) กล่าวว่า “หากภารกิจของกองทัพอากาศ หรือกำลังทางอากาศขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) คือการเตรียมความพร้อมให้เร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เราอาจจำเป็นต้องจัดซื้อระบบที่มีจำหน่ายอยู่ในเชิงพาณิชย์แล้ว” พร้อมยอมรับว่าระบบดังกล่าวอาจไม่ได้ตอบสนองข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดของเยอรมนี แต่ยังคงเป็น “สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่คุณสามารถจัดซื้อได้ในขณะนี้สำหรับช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า” โดยเน้นย้ำประเด็นสำคัญว่า “การพัฒนาขีดความสามารถของเราเองต้องใช้เวลา และในเวลานี้ เราไม่มีเวลาเหลืออยู่แล้ว”
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของสหภาพยุโรปในการเบี่ยงทิศทางงบประมาณด้านการป้องกันประเทศไปสู่ผู้ผลิตในยุโรป เพื่อลดการพึ่งพาผู้จัดหารายใหญ่จากสหรัฐฯ ในช่วงที่ประเทศในยุโรปกำลังเร่งสะสมกำลังอาวุธใหม่เพื่อป้องปรามประเทศรัสเซีย (Russia) โดยสหภาพยุโรปได้นำเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ มาใช้ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกดำเนินการจัดซื้อร่วมกัน และเสริมสร้างฐานอุตสาหกรรมกลาโหมของบล็อก ทั้งยังมีกฎระเบียบใหม่สำหรับโครงการที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากอียู ซึ่งจำกัดการมีส่วนร่วมของประเทศนอกกลุ่ม รวมถึงสหรัฐฯ ไว้ที่ไม่เกิน 35% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่คณะเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแรงขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของอียูจะเป็นแผนการในระยะยาว แต่ความต้องการของกองทัพกลับเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการในทันที
ผู้บัญชาการกองทัพอากาศเยอรมนีระบุว่า อุตสาหกรรมของยุโรปมีขีดความสามารถที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยในอัตราเร่งที่เท่าทันกับสหรัฐฯ โดยเป้าหมายในปัจจุบันคือการอุดช่องโหว่ระยะสั้นโดยไม่ละทิ้งโครงการของยุโรป ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35A Lightning II ของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) จากสหรัฐฯ ที่รัฐบาลกรุงเบอร์ลิน (Berlin) ได้อนุมัติวงเงิน 8.3 พันล้านยูโรในการจัดซื้อจำนวน 35 ลำเมื่อเดือนธันวาคม 2022 เพื่อนำมาแทนที่เครื่องบินรุ่นเก่าอย่าง ทอร์นาโด (Tornado) ในภารกิจขนส่งระเบิดปรมาณูภายใต้ข้อตกลงการแบ่งปันนิวเคลียร์ของนาโต
พลโท โฮลเกอร์ นอยมันน์ (Holger Neumann) เปิดเผยว่า เครื่องบิน F-35 ลำแรกของเยอรมนีมีกำหนดออกจากสายการผลิตในสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนนี้ โดยคาดว่าเครื่องบินกลุ่มแรกจะเดินทางถึงฐานทัพอากาศบุคเคิล (Büchel Air Base) ทางตะวันตกของเยอรมนีภายในสิ้นปี 2027 ภายหลังผ่านการฝึกอบรม นักบินในสหรัฐฯ เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปี พร้อมกล่าวว่า “มีความคิดภายในกองทัพอากาศเยอรมนีที่จะจัดซื้อ F-35 เพิ่มเติม แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับกระทรวงกลาโหม ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ” โดยก่อนหน้านี้ สำนักข่าวโพลิติโคได้รายงานว่า รัฐบาลเยอรมนีได้ตั้งงบประมาณไว้มากกว่า 2 พันล้านยูโรสำหรับการจัดซื้อเครื่องบินเพิ่มเติมอีก 15 ลำ เพื่อเพิ่มฝูงบินตามแผนจาก 35 ลำเป็น 50 ลำ
การหารือดังกล่าวมีความเร่งด่วนยิ่งขึ้น หลังจากเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศส (France) ได้ล้มเลิกแผนการร่วมกันพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่หก (Sixth-generation Fighter) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการระบบต่อสู้ทางอากาศแห่งอนาคต หรือ เอฟซีเอเอส (Future Combat Air System: FCAS) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากข้อขัดแย้งระหว่างบริษัท แอร์บัส (Airbus) และบริษัท ดาสโซลต์ (Dassault) ในเรื่องผู้นำโครงการและการแบ่งสัดส่วนการทำงาน อย่างไรก็ดี พลโท นอยมันน์ ย้ำว่าแนวคิดโดยรวมของ FCAS ยังไม่ได้จบลง โดยระบุว่า “การตัดสินใจเดียวที่มีขึ้นคือ เราจะไม่ร่วมกันสร้างเครื่องบินขับไล่แบบมีคนขับที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการ”
นอกจากนี้ เยอรมนียังอยู่ระหว่างการจัดซื้อเครื่องบิน ยูโรไฟเตอร์ (Eurofighter) ล็อตใหม่ ซึ่งมีกำหนดส่งมอบระหว่างปี 2031 ถึง 2034 แต่ผู้บัญชาการกองทัพอากาศเยอรมนีมองว่า ไม่ควรมีการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ยุคที่สี่ (Fourth-generation Aircraft) เพิ่มเติมอีกหลังจากจุดนั้น โดยระบุว่า “สิ่งใดก็ตามที่เกินกว่า หรือเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป ควรจะเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้า (Fifth-generation) หรือล้ำหน้ากว่านั้น”
พลโท โฮลเกอร์ นอยมันน์ (Holger Neumann) กล่าวสรุปว่า ทางออกในท้ายที่สุดควรยังคงเป็นของยุโรป ไม่ว่าจะด้วยการเข้าร่วมโครงการที่มีอยู่แล้ว หรือการพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ร่วมกับพันธมิตร ทว่าทั้งสองแนวทางก็ไม่มีแนวโน้มที่จะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ได้ทันภายในปี 2035 ส่งผลให้คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นเพื่อรองรับในช่วงเวลาเร่งด่วนระหว่างนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.politico.eu/article/europe-isnt-ready-replace-us-weapons-german-air-chief-warns/