ทรัมป์ขู่เก็บภาษี 100% ยาสามัญ สะเทือนอินเดีย
ทรัมป์ขู่เก็บภาษี 100% ยาสามัญ สะเทือนอินเดียผู้ผลิตยาส่งออกรายใหญ่ บีบบริษัทย้ายฐานผลิตเข้าสหรัฐฯ ภายใน 2 ปี
23-7-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ สร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมยาอินเดีย หลังประกาศแผนเก็บภาษีนำเข้ายาสามัญ (generic drugs) ในอัตราสูงถึง 100% ซึ่งกระทบต่อกลยุทธ์ของผู้ผลิตยาจากอินเดียในตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของตน
ดัชนี NSE Nifty Pharma ในมุมไบปรับตัวลงมากสุดถึง 2.1% เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการร่วงลงแรงที่สุดในรอบกว่า 3 เดือน โดยหุ้นของ Sun Pharmaceutical Industries ลดลง 1.9% และ Cipla ลดลง 2.6%
ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์ใน Truth Social ว่า ผู้ผลิตยาที่ไม่มีสิทธิบัตรจะมีเวลา 2 ปีในการย้ายการผลิตมายังสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะเผชิญภาษีนำเข้า 100% ซึ่งจะเพิ่มเป็นสองเท่าอีกหนึ่งปีต่อมา อย่างไรก็ดี ตลาดยังรอรายละเอียดจากคำสั่งฝ่ายบริหารอย่างเป็นทางการ
นายมหีช โดสี (Mahesh Doshi) กรรมการคณะบริหารของ Indian Drug Manufacturers Association หรือ IDMA ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ผลิตยากว่า 1,000 ราย กล่าวว่า “นี่เป็นข่าวที่น่าประหลาดใจมากสำหรับอุตสาหกรรม ไม่มีใครคาดคิดเรื่องนี้”
มาตรการดังกล่าวยังเสี่ยงสั่นคลอนการจัดหายาราคาถูกที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนพึ่งพา โดยผู้ผลิตยาจากอินเดียเป็นแหล่งยาสามัญรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ และในปี 2024 ยาจากอินเดียมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของใบสั่งยาคุมกำเนิด ยาต้านซึมเศร้า และยารักษาความดันโลหิตในสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน อินเดียซึ่งมักถูกขนานนามว่าเป็น “pharmacy of the world” ยังมีโรงงานผลิตที่ได้รับอนุมัติจาก US Food and Drug Administration มากที่สุดนอกสหรัฐฯ
นายเนธาน เกรย์ (Nathan Gray) นักวิจัยอาวุโสจาก Institute for International Trade มหาวิทยาลัย Adelaide ระบุว่า ภาษีระดับที่ทรัมป์เสนอ “แทบจะปิดประตูไม่ให้ยาสามัญเหล่านี้เข้าสหรัฐฯ” และจะทำให้ยามีราคาแพงขึ้น เว้นแต่จะมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ผลิตอินเดีย โดยอุตสาหกรรมยาเป็นหนึ่งใน 3 สินค้าส่งออกหลักของอินเดียไปยังสหรัฐฯ มูลค่ารวม 10,500 ล้านดอลลาร์ในปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025
ยังมีความไม่แน่ชัดว่า ผู้ผลิตยาของอินเดียจะสามารถ “reshore” การผลิตกลับไปสหรัฐฯ ได้ตามที่ทรัมป์ต้องการหรือไม่ และเศรษฐศาสตร์ของการผลิตยาสามัญในประเทศจะคุ้มค่าหรือไม่
ความท้าทายการย้ายฐาน
นายนามิต โจชี (Namit Joshi) ประธาน Pharmaceutical Exports Council of India กล่าวว่า “2 ปีไม่ใช่กรอบเวลาที่จะสร้างระบบนิเวศของยาสามัญขึ้นมาได้” พร้อมชี้ถึงข้อกังวลเรื่องกำลังคนและระบบสนับสนุนต้นน้ำ รวมถึงความพร้อมของวัตถุดิบสำคัญอย่าง active pharmaceutical ingredients (API) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในกระบวนการผลิตยา
ผู้ผลิตยาบางรายอาจพิจารณาย้ายกำลังการผลิตไปยังสหรัฐฯ สำหรับสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ผ่านการถ่ายโอนเทคโนโลยีหรือการผลิตตามสัญญา ตามมุมมองของนายวิศาล มันชันดา (Vishal Manchanda) นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจาก Systematix Group เขาระบุว่าทางเลือกอีกด้านคือการลดการพึ่งพารายได้จากสหรัฐฯ และขยายตลาดไปยังประเทศอื่นแทน
ขณะเดียวกัน รายงานของ Bernstein Research ชี้ว่ามีโอกาสขยายการผลิตในสหรัฐฯ ได้ค่อนข้างเร็ว โดยผลสำรวจผู้ผลิตยาสามัญในปี 2022 พบว่า โรงงานผลิตในสหรัฐฯ 37 แห่งมีกำลังการผลิตเหลือเกือบ 50% นักวิเคราะห์ Bernstein ซึ่งนำโดยอีฟ เบอร์สไตน์ (Eve Burstein) ระบุว่า บริษัทไบโอฟาร์มาขนาดใหญ่ของอินเดีย ซึ่งจัดหายาสามัญในสหรัฐฯ ราว 65% ของปริมาณทั้งหมด น่าจะขยายกำลังการผลิตได้ เพราะส่วนใหญ่มีเครือข่ายโรงงานในสหรัฐฯ อยู่แล้ว
จับตาท่าทีต่อไป
ผู้ผลิตยารายใหญ่ของอินเดียน่าจะยังอยู่ในโหมดรอดูท่าที ขณะที่รายละเอียดปลีกย่อยของประกาศทรัมป์ยังไม่ออกมา โดย Indian Pharmaceutical Alliance ซึ่งเป็นสมาคมล็อบบี้ของอุตสาหกรรม ระบุว่าจะยังคงหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อไป
ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียที่บรรลุในเดือนกุมภาพันธ์กำหนดว่า อินเดียจะ “ได้รับผลลัพธ์จากการเจรจา” ในประเด็นยาสามัญและส่วนผสมยา แต่ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ปิดเป็นทางการ
นายวีรันชี ชาห์ (Viranchi Shah) อดีตประธาน IDMA กล่าวว่า อุตสาหกรรมอินเดียและรัฐบาลอินเดียกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อหาทางออกที่เป็นมิตรและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-22/indian-drugmakers-rattled-by-trump-s-100-levy-on-generic-drugs?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy