.
อิหร่านปัดข่าวเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์ขู่ถล่ม Pickaxe Mountain ที่ต้องสงสัยเป็นฐานนิวเคลียร์
23-7-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สหรัฐฯ ขยายวงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านตลอดคืนที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และเจ้าหน้าที่ในกรุงเตหะรานต่างส่งสัญญาณว่า โอกาสรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพในระยะใกล้มีน้อย
สื่ออิหร่านรายงานว่า กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารใกล้เมืองตาบริซ (Tabriz) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน ซึ่งเชื่อว่าเป็นครั้งแรกที่พื้นที่ดังกล่าวถูกโจมตี นับตั้งแต่สถานการณ์สู้รบรุนแรงขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นในอิหร่านระบุว่า รัฐบาลได้สั่งเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศในกรุงเตหะรานช่วงเช้าวันพุธ และยังรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีพื้นที่อับดานาน (Abdanan) และโชวาร์ (Chovar) ทางตะวันตก ใกล้ชายแดนอิรัก
การโจมตีดังกล่าวนับเป็นวันที่ 11 ติดต่อกัน โดยอิหร่านก็ยังคงยิงตอบโต้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต (Kuwait) บาห์เรน (Bahrain) และจอร์แดน (Jordan) ต่อเนื่องเช่นกัน
ด้านนายเอสกันดาร์ โมเมนี (Eskandar Momeni) รัฐมนตรีมหาดไทยอิหร่าน เดินทางเยือนปากีสถาน (Pakistan) เมื่อวันอังคาร ซึ่งทำหน้าที่เป็นหนึ่งในผู้ไกล่เกลี่ยหลักของความขัดแย้งร่วมกับกาตาร์ (Qatar) แต่การหารือดังกล่าวยังไม่ปรากฏสัญญาณว่าช่วยลดระดับความตึงเครียดลงได้
โฆษกกระทรวงมหาดไทยอิหร่านกล่าวกับสำนักข่าวเมห์ร (Mehr) ว่า “ไม่มีการเจรจา มีเพียงความเป็นไปได้ของการแลกเปลี่ยนข้อความเท่านั้น” พร้อมกล่าวต่อว่า “ข้อความใหม่ของเราคือ ศัตรูละเมิดบันทึกความเข้าใจ และควรต้องปฏิบัติตามบันทึกดังกล่าว” โดยอ้างถึงข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งขณะนี้แทบไม่มีผลบังคับใช้อีกแล้ว
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ปรับขึ้น 2.7% มาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในการซื้อขายที่ลอนดอนเมื่อวันพุธ ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงดีเซลขายส่งในยุโรป ก็เร่งตัวขึ้นเช่นกัน
ตลาดพันธบัตรตอบสนองต่อความกังวลเงินเฟ้อ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีและ 30 ปีปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบราว 2 เดือน จากความวิตกว่าความกดดันด้านราคาจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ต้องขึ้นดอกเบี้ย
สหรัฐฯ ระบุว่าจะยกระดับการทิ้งระเบิดต่อไปจนกว่าอิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง และหยุดโจมตีเรือบรรทุกพลังงานและเรือสินค้าในเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว ขณะที่อิหร่านยังยืนกรานว่าไม่ถอย และปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าเตหะรานกำลังมองหาการเจรจารอบใหม่
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มฮูตี (Houthis) ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านขู่ว่าจะเปิดแนวรบอีกด้าน โดยเตือนว่าผู้ประกอบการเดินเรืออาจตกเป็นเป้า หากแวะเทียบท่าที่ท่าเรือซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทะเลจากพื้นที่ใกล้ช่องแคบบับ อัล-มันดับ (Bab el-Mandeb) ทางตอนใต้ของทะเลแดง ตามการแจ้งเตือนของ Joint Maritime Information Center หน่วยติดตามความมั่นคงทางเรือระดับโลก
ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอย่างหนัก แม้อิหร่านยังคงโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง และสร้างความเสียหายอย่างมากต่อทหารและฐานทัพสหรัฐฯ
เมื่อค่ำวันอังคาร เพนตากอนระบุว่า ทหารกองทัพบกสหรัฐฯ ยศจ่าเชื่อว่าเสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพอากาศในจอร์แดนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ทหารนายดังกล่าวถูกประกาศว่าหายตัวไป
การเสียชีวิตดังกล่าวนับเป็นทหารสหรัฐฯ รายที่ 4 ในรอบสัปดาห์ หลังจากมีทหารอีก 2 นายเสียชีวิตในจอร์แดน และอีก 1 นายเสียชีวิตจากการโจมตีในภาคเหนือของอิรัก
อิหร่านระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ตลอด 11 วันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 คน และบาดเจ็บมากกว่า 500 คน
ทรัมป์ตอบคำถามเมื่อวันอังคารว่า อิหร่าน “น่าจะ” กำลังพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนผ่านการโจมตีในช่องแคบ ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ สูงขึ้น พร้อมย้ำว่ามีแนวโน้มจะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่ม และส่งสัญญาณว่าอาจโจมตีเป้าหมายที่เรียกว่า Pickaxe Mountain ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลสงสัยว่าเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์
“ถ้าเราถอนตัวพรุ่งนี้ เราก็ถือว่าประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ แต่เราจะไม่ถอนตัวพรุ่งนี้” ทรัมป์กล่าว
ด้านอิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้ด้วย “การโจมตีอันทรงพลัง” ต่อการโจมตีใดๆ ที่มุ่งเป้าไปยังโรงงานนิวเคลียร์หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่นๆ ของประเทศ อามีร์ ฮาตามี (Amir Hatami) ผู้บัญชาการทหารบกอิหร่าน กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า หากสหรัฐฯ เหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนอิหร่าน “จะต้องเผชิญกับประชาชนหลายล้านคนที่พร้อมเผชิญหน้าพวกเขาด้วยทุกอย่างที่มี”
ขณะเดียวกัน นายพีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แจ้งต่อวุฒิสมาชิกเมื่อวันอังคารว่า สงครามครั้งนี้ทำให้วอชิงตันมีค่าใช้จ่ายแล้ว 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม เจ้าหน้าที่รัฐบาลเคยประเมินตัวเลขไว้ที่ 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนวิจารณ์ว่าต่ำกว่าความเป็นจริง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-22/us-widens-strikes-on-iran-as-trump-downplays-prospects-of-talks?srnd=phx-politics