.
สงครามดาวเทียม รัสเซียดัน “Rassvet” เน็ตดาวเทียมวงโคจรต่ำครอบคลุมอาร์กติก–ไซบีเรีย ชน Starlink ของอีลอน มัสก์
1-7-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า รัสเซียกำลังเร่งเดินหน้าขยายเครือข่ายดาวเทียมบรอดแบนด์วงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit) ของตนเอง เพื่อสร้างโครงข่ายการสื่อสารทางเลือกที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ยืนยันว่า "ไม่ได้ด้อยไปกว่า" ระบบ Starlink ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) และในบางด้านอาจเหนือกว่าด้วยซ้ำ โดยโปรเจกต์ดาวเทียมที่ใช้ชื่อว่า Rassvet (หรือ "รุ่งอรุณ") นี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์รัสเซียในการสร้าง "ร่มอวกาศแห่งอธิปไตย" เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ และยกระดับขีดความสามารถในการทำสงครามโดรนท่ามกลางความกดดันจากชาติตะวันตก
Rassvet ถูกพัฒนาโดย Bureau 1440 บริษัทเอกชนด้านอวกาศของรัสเซียในเครือ IKS Holding โดยเริ่มส่งดาวเทียมทดลองชุดแรกในปี 2023 และล่าสุดได้ส่งดาวเทียมเชิงพาณิชย์ชุดแรกจำนวน 16 ดวงขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดาวเทียมรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Rassvet-3 มีน้ำหนัก 370 กิโลกรัม ทำหน้าที่เป็นฐานสถานี 5G เคลื่อนที่ เชื่อมต่อผ่านระบบเลเซอร์ด้วยความเร็วการรับส่งข้อมูลสูงถึง 1 Gbit/s โดยมีค่าความหน่วง (Latency) อยู่ที่ประมาณ 70 ms ภายใต้การลงทุนรวมของโครงการที่คาดว่าจะสูงถึง 5.15 แสนล้านรูเบิล (ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ความแตกต่างเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Rassvet และ Starlink คือการเลือกใช้ระดับวงโคจรที่ต่างกัน โดย Rassvet โคจรที่ระดับความสูงประมาณ 800 กิโลเมตร ซึ่งช่วยให้ดาวเทียมจำนวนน้อยลงสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่าเมื่อเทียบกับ Starlink ที่ใช้ดาวเทียมจำนวนหลายพันดวงในวงโคจรที่ต่ำกว่า (450-480 กิโลเมตร) นอกจากนี้ Starlink ยังเน้นกลุ่มผู้ใช้ในภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ในขณะที่ Rassvet ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานทั่วอาณาเขตของรัสเซีย รวมถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง อาร์กติก (Arctic), ไซบีเรีย (Siberia), ไครเมีย (Crimea) และตะวันออกไกล
ในเชิงการทหาร ปูตินเปิดเผยว่ารัสเซียกำลังพัฒนาโดรนโจมตีขนาดใหญ่ที่ควบคุมผ่านดาวเทียม ซึ่งมีความทนทานต่อมาตรการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic warfare) ได้ดีกว่า เนื่องจากใช้เครือข่าย 5G ที่ส่งลำคลื่นวิทยุเฉพาะจุดจากอวกาศ ต่างจากเครือข่ายภาคพื้นดินที่ถูกรบกวนได้ง่าย โดยโครงการนี้มีเป้าหมายที่จะส่งดาวเทียมให้ครบ 156 ดวงภายในสิ้นปี 2026 และเพิ่มเป็น 900 ดวงภายในปี 2035 แม้ว่าจะมีความท้าทายในการเปิดตัวอยู่บ้าง เช่น กรณีดาวเทียม "Object 4" ที่ล้มเหลวระหว่างภารกิจเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ทาง Bureau 1440 ยืนยันว่าขีดความสามารถโดยรวมของระบบยังคงไม่ได้รับผลกระทบ
นอกเหนือจากด้านการทหาร Rassvet จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญของรัสเซีย ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่เกินกว่าจะวางโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกหรือติดตั้งเสาสัญญาณมือถือได้ครบถ้วน โดยขณะนี้มีการทำข้อตกลงร่วมกับการรถไฟรัสเซีย (RzhD) เพื่อติดตั้งระบบสื่อสารบนรถไฟความเร็วสูง รวมถึงความร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่าง Beeline และ MegaFon เพื่อเชื่อมต่อฐานสถานีเกือบ 1,000 แห่งเข้ากับระบบดาวเทียม เพื่อมอบบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ประชาชน
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความสำเร็จของ Rassvet ถือเป็นก้าวสำคัญของ "อธิปไตยทางดิจิทัล" (Digital sovereignty) ของรัสเซีย ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก เพราะช่วยลดการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่เปราะบาง เช่น สายเคเบิลใต้ทะเลและเครือข่ายดาวเทียมที่ควบคุมโดยต่างชาติ โดยท้ายที่สุดแล้ว สำหรับมอสโก นี่ไม่ใช่การแข่งขันทางธุรกิจเพื่อเอาชนะ Starlink แต่คือการสร้าง "เครื่องมือเชื่อมต่ออัจฉริยะ" ที่มีความเป็นอิสระจากอิทธิพลของบริษัทและรัฐบาลในฝั่งตะวันตกอย่างสมบูรณ์
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/russia/641954-satellite-wars-russia-plans-rival-starlink/