จีนตอบโต้ EU สั่งห้ามส่งออกสินค้าไปบริษัทยุโรป
จีนตอบโต้ EU สั่งห้ามส่งออกสินค้าไปยัง 14 บริษัทยุโรป ตอบโต้ยุโรปโยงจีนในคว่ำบาตรรัสเซียรอบ 21
25-7-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประเทศจีน (China) โต้กลับสหภาพยุโรป (EU) ด้วยมาตรการจำกัดการส่งออกต่อบริษัท ไรน์เมทัล (Rheinmetall) และบริษัทอื่นๆ
ประเทศจีน (China) ได้ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกต่อนิติบุคคลและบริษัทในทวีปยุโรป (Europe) จำนวน 14 แห่ง รวมถึงบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์และระบบป้องกันประเทศยักษ์ใหญ่ของประเทศเยอรมนี (Germany) อย่างบริษัท ไรน์เมทัล เอจี (Rheinmetall AG) โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (EU) ที่บังคับใช้ต่อนิติบุคคลในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง (Hong Kong)
การส่งออกสินค้าที่ใช้งานได้สองทาง (Dual-use items) จากประเทศจีน (China) ไปยังบริษัททั้ง 14 แห่งจะถูกสั่งห้ามในทันที ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ประเทศจีน (China) เมื่อวันศุกร์ นอกจากนี้ยังสั่งห้ามการโอนย้ายสินค้าดังกล่าวโดยนิติบุคคลในต่างประเทศไปยังบริษัทเหล่านี้ด้วยเช่นกัน โดยการอนุมัติการส่งออกจะมีความจำเป็นเฉพาะภายใต้สถานการณ์พิเศษเท่านั้น
โฆษกกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการตอบโต้ชุดมาตรการคว่ำบาตรรอบที่ 21 (21st round) ของสหภาพยุโรป (EU) ต่อประเทศรัสเซีย (Russia) ซึ่งมุ่งเป้าไปที่นิติบุคคลในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง (Hong Kong) จำนวน 14 แห่ง ในแถลงการณ์ โฆษกได้ระบุถึงการเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรป (EU) ว่าเป็นการกระทำที่ "น่าอุกอาจ"
คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ระบุว่า กำลังประเมินมาตรการควบคุมการส่งออกของกรุงปักกิ่ง (Beijing) และจะประสานงานกับประเทศสมาชิกและบริษัทที่ได้รับผลกระทบ เพื่อประเมินผลกระทบก่อนที่จะแสวงหาคำชี้แจงจากฝ่ายประเทศจีน (China) โฆษกหลัก พูลา ปินโญ (Paula Pinho) กล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวในกรุงบรัสเซลส์ (Brussels)
การตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันนี้นับเป็นจุดลุกลามครั้งล่าสุดของความตึงเครียดระหว่างประเทศจีน (China) และทวีปยุโรป (Europe)
กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ได้กล่าวหาประเทศจีน (China) เกี่ยวกับแนวปฏิบัติทางการค้า ซึ่งระบุว่าส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของบล็อกโดยการสร้างความไม่สมดุลทางการค้าอย่างมหาศาลและการทำลายอุตสาหกรรมในท้องถิ่น ในส่วนของตน กรุงปักกิ่ง (Beijing) ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายล่าสุดของสหภาพยุโรป (EU) ในการจำกัดการลงทุนของประเทศจีน (China) ในภาคส่วนสำคัญบางประการ พร้อมประณามร่างพระราชบัญญัติเร่งรัดอุตสาหกรรมฉบับใหม่ (Industrial Accelerator Act) ที่เสนอขึ้นมา ว่าเป็นการปกป้องการค้าและละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization)
ประเทศเยอรมนี (Germany) มีภาวะการขาดดุลการค้ากับประเทศจีน (China) สูงที่สุดในสหภาพยุโรป (EU) เท่าที่เคยมีมา ตามข้อมูลการขาดดุลการค้าประจำปีของประเทศสมาชิกบล็อกกับประเทศจีน (China)
ทวีปยุโรป (Europe) ยังคงมีความกังวลอย่างลึกซึ้งว่า ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังให้สายใยชีวิตและเส้นทางการเงินแก่ประเทศรัสเซีย (Russia) ในขณะที่กำลังทำสงครามต่อสู้กับประเทศยูเครน (Ukraine)
ถึงกระนั้น แม้ความตึงเครียดจะยกระดับสูงขึ้น มหาอำนาจทั้งสองได้กำหนดเส้นตายในเดือนตุลาคม (October) เพื่อสร้างความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อขัดแย้งทางการค้า รวมไปถึงการสร้างแพลตฟอร์มร่วมกันเพื่อติดตามกระแสการค้า
ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจพิสูจน์ได้ว่ามีจำกัดสำหรับบริษัทในทวีปยุโรป (Europe) ที่ตกเป็นเป้าหมายของประเทศจีน (China) โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท ไรน์เมทัล (Rheinmetall) นาย อาร์มิน พัปแปร์เกอร์ (Armin Papperger) ได้บอกกับสำนักข่าว โพลิติโก (Politico) เมื่อปีที่แล้วว่า การพึ่งพาชิ้นส่วนจากประเทศจีน (China) ของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 1% เท่านั้น
นอกเหนือจากบริษัท ไรน์เมทัล (Rheinmetall) แล้ว กรุงปักกิ่ง (Beijing) ยังมุ่งเป้าไปที่บริษัทในทวีปยุโรป (Europe) ที่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศจีน (China) ด้วยเช่นกัน บริษัท ลาเฟิร์ต (Lafert) ซึ่งมีบริษัท สุมิโตโม เฮฟวี่ อินดัสตรีส์ (Sumitomo Heavy Industries) ของประเทศญี่ปุ่น (Japan) เป็นเจ้าของ เป็นผู้ผลิตมอเตอร์อุตสาหกรรมที่มีบริษัทย่อยในเมืองซูโจว (Suzhou) ด้านบริษัท การ์เน็ต (Garnet) ซึ่งเป็นบริษัทด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ มีสาขาในประเทศจีน (China) ที่จัดหาแม่เหล็กที่สามารถปรับแต่งตามความต้องการได้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-24/china-hits-back-at-eu-with-export-curbs-that-ensnare-rheinmetall?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy