สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทจีน–ฮ่องกง โยงช่วยอิหร่าน
สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทจีน–ฮ่องกง โยงช่วยอิหร่านจัดหาเทคโนโลยี 'แต่ไม่แตะสถาบันการเงินรายใหญ่ของจีน'
28-8-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ต่ออิหร่าน (Iran) ซึ่งครอบคลุมบริษัทและบุคคลหลายรายในจีน (China) และฮ่องกง (Hong Kong) แต่ยังหลีกเลี่ยงการกำหนดเป้าหมายต่อสถาบันการเงินรายใหญ่ของจีน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการทูตในวงกว้าง
การเปิดฉากลงโทษทางเศรษฐกิจระลอกล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ (US) ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ต่อ ประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ขยายวงกว้างเข้ากวาดล้างภาคธุรกิจใน ประเทศจีน (China) และ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) อย่างไรก็ตาม วอชิงตันยังคงหลีกเลี่ยงขั้นตอนที่มีผลกระทบรุนแรงกว่ามาก อย่างการพุ่งเป้าลงโทษสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของจีนโดยตรง
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury) ได้เปิดเผยแพ็กเกจมาตรการลงโทษซึ่งครอบคลุมบุคคลและเอนทิตีหลายสิบรายการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นิยามว่าเป็นปฏิบัติการ "ยุทธการนิติบุคคลนอกกฎหมายทางเศรษฐกิจ" (Operation Economic Outcast) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การรณรงค์ในขอบเขตที่กว้างขึ้นเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินที่ยังคงเหลืออยู่ของกรุงเตหะราน
การผนวกเอาเอนทิตีที่มีฐานการดำเนินงานในฮ่องกงเข้าไว้ในบัญชีคว่ำบาตรครั้งนี้ ดำเนินไปตามรูปแบบรูปแบบเดียวกับที่สหรัฐฯ เคยนำมาใช้ในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกรณีสงครามของ ประเทศรัสเซีย (Russia) ใน ประเทศยูเครน (Ukraine) ซึ่งในแคมเปญดังกล่าว วอชิงตันได้พุ่งเป้าไปที่ตัวกลางทางการค้าและบริษัทเดินเรือในฮ่องกงที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายสินค้า ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อน ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ เคยประกาศคว่ำบาตรบริษัทและบุคคลของจีนจำนวน 9 ราย จากข้อกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือแก่กองทัพอิหร่าน เพียงไม่กี่วันก่อนหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำ ณ กรุงปักกิ่ง (Beijing)
บรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่า มาตรการลงโทษอิหร่านรอบล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า วอชิงตันกำลังพยายามยกระดับต้นทุนในการทำธุรกิจกับ กรุงเตหะราน (Tehran) โดยที่ยังไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบสะท้อนกลับทางเศรษฐกิจและการทูตในวงกว้าง หากตัดสินใจคว่ำบาตรธนาคารขนาดใหญ่ของจีน กระนั้นก็ตาม ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามาตรการลงโทษบริษัทเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่เป็นภาคเอกชนที่มีความเชื่อมโยงหรือการถือครองสินทรัพย์ในสหรัฐฯ เพียงน้อยนิด
"การคว่ำบาตรต่อเอนทิตีเฉพาะเจาะจงนั้นไม่มีความหมาย เนื่องจากมาตรการลงโทษรายบริษัทไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้รวดเร็วพอที่จะวิ่งทันความเร็วในการจัดตั้งเอนทิตีใหม่ขึ้นมาทดแทน" นายเดเรก ซิสเซอร์ส (Derek Scissors) นักวิชาการอาวุโสแห่ง สถาบันอเมริกัน เอ็นเตอร์ไพรส์ (American Enterprise Institute: AEI) ผู้เฝ้าติดตามการลงทุนในต่างประเทศของจีนกล่าวระบุ
นายเดเรก ซิสเซอร์ส (Derek Scissors) อธิบายเสริมว่า บริษัทบางแห่งอาจเริ่มต้นในฐานะบริษัทนอมินี (shell companies) และเมื่อรอดพ้นการตรวจสอบ ก็จะขยายไปรองรับกิจกรรมทางการเงินที่ใหญ่ขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่า บริษัทหลายสิบแห่งที่สหรัฐฯ ประกาศระบุชื่อนั้น "เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กน้อยท่ามกลางจักรวาลของบริษัทประเภทนี้นับแสนนับหมื่นแห่ง"
ทางด้าน ประเทศจีน (China) นายหลิน เจียน (Lin Jian) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ส่งสัญญาณระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน ณ กรุงปักกิ่ง (Beijing) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ประเทศจีนจะยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่านต่อไป โดยระบุว่า "ความร่วมมือระหว่างจีนและอิหร่านดำเนินอยู่ภายใต้กรอบระหว่างประเทศมาโดยตลอด และไม่ควรถูกแทรกแซงหรือบั่นทอน" ขณะที่รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงยังไม่ได้ออกมากระทำความเห็นหรือตอบรับคำขอความคิดเห็นต่อมาตรการคว่ำบาตรใหม่ในทันที
เจาะลึกเครือข่ายจัดซื้อเทคโนโลยี และกลไกนอมินีในฮ่องกง
หนึ่งในเป้าหมายหลักของมาตรการครั้งนี้ คือเครือข่ายการจัดซื้อจัดจ้างทางเทคโนโลยีที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ บริษัท สวีต โอเชียน อินดัสเทรียล จำกัด (Sweet Ocean Industrial Ltd.) ซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกง โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวหาว่า บริษัทดังกล่าวทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาอุปกรณ์ระบบแสงเลเซอร์ (laser-optics equipment) และสินค้าละเอียดอ่อนอื่น ๆ ที่มีจุดหมายปลายทางส่งไปยัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาเลก อัชตาร์ (Malek Ashtar University of Technology) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่มีความเชื่อมโยงกับฝ่ายกลาโหมของอิหร่านและถูกคว่ำบาตรโดย องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (UN)
นอกจากนี้ บุคคลธรรมดาจำนวน 3 ราย ซึ่งประกอบด้วย นางลี่ น่า (Li Na), นายเถียน เจี้ยนไป๋ (Tian Jianbai) และ นางจาง ลี่เหมย (Zhang Limei) ซึ่งทั้งหมดมีฐานอยู่ในประเทศจีน ได้ถูกระบุชื่อในบัญชีคว่ำบาตร จากข้อกล่าวหาว่าช่วยประสานงานกิจกรรมการจัดซื้อจัดจ้างผ่านเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นการสนับสนุนการจัดหาเทคโนโลยีวิกฤตของอิหร่านสำหรับการวิจัยนิวเคลียร์และการพัฒนาขีปนาวุธ
"เครือข่ายลักษณะนี้ช่วยให้อิหร่านสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทาง (dual-use technology) ผ่านระบบที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางของบริษัทนอมินี ช่องทางการเงินอำพราง และตัวกลางด้านโลจิสติกส์ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออก" คำแถลงของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุ
มาตรการคว่ำบาตรยังขยายวงไปถึงบริษัทอีกหลายแห่งในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน ได้แก่ บริษัท เซินเจิ้น สวีต โอเชียน เทคโนโลยี จำกัด (Shenzhen Sweet Ocean Technology Ltd.), บริษัท อาร์พีที เทคโนโลยี จำกัด (RPT Technology Ltd.), บริษัท เทียนยี่ เทคโนโลยี จำกัด (Tiany Technology Ltd.) และ บริษัท เอ็มที เทรดดิ้ง แอนด์ โลจิสติกส์ เอชเค จำกัด (MT Trading and Logistics HK Ltd.)
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังระบุว่า บริษัท ดีอีซี โฟโตนิกส์ จำกัด (DEC Photonics Ltd.) ในฮ่องกง ได้ทำการโอนเงินซ้ำหลายครั้งไปยัง บริษัท เซินเจิ้น สวีต โอเชียน โดยบริษัทดังกล่าวมีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์เลเซอร์และออปติกบนเว็บไซต์ของตนเอง
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังกล่าวหาว่า บริษัท เฟยลี่ จำกัด (Feili Co.), บริษัท มินเวอร์ จำกัด (Minvur Ltd.), บริษัท เฟยซู จำกัด (Feisu Ltd.) และ บริษัท กุสกา จำกัด (Guska Co.) ในฮ่องกง ได้โอนเงินรายละหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐไปยังบริษัท Sweet Ocean และเครือข่าย เพื่อช่วยผู้ใช้ปลายทางในอิหร่านจัดซื้อสินค้า โดยกระทรวงการคลังระบุว่า เอนทิตีเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นบริษัทหน้าเชิดที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้กับเครือข่ายการเงินของอิหร่าน
ในส่วนของภาคโลจิสติกส์ วอชิงตันได้พุ่งเป้าลงโทษผู้ให้บริการขนส่งหลายรายที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน ได้แก่ บริษัท เซินเจิ้น หวาเหมย เหลียนอวิ้น อินเตอร์เนชันแนล โลจิสติกส์ จำกัด (Shenzhen Huamei Lianyun International Logistics Co.), บริษัท เซินเจิ้น โบสิทง โลจิสติกส์ จำกัด (Shenzhen Bositong Logistics Co.) และ บริษัท โบสิทง ซัพพลายเชน เซินเจิ้น จำกัด (Bositong Supply Chain Shenzhen Co.)
ทั้งนี้ บริษัท DEC Photonics, Tiany และ Shenzhen Bositong Logistics ซึ่งมีข้อมูลติดต่อระบุบนโลกออนไลน์ ยังไม่ได้ตอบรับคำขอความคิดเห็นจากสื่อมวลชนในทันที
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-08-25/dozens-of-chinese-firms-hit-by-bessent-s-d-day-iran-sanctions