.
Invesco เผยกองทุนรัฐ-แบงก์ชาติทั่วโลก 'กังวลหนี้สหรัฐฯกระทบดอลลาร์ระยะยาว' แห่ปรับพอร์ตสู่สินทรัพย์พลังงาน
30-6-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติและธนาคารกลางทั่วโลกซึ่งร่วมกันบริหารสินทรัพย์มูลค่าราว 29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังปรับทิศทางการลงทุน หันไปเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ด้านพลังงาน พร้อมแสดงความกังวลต่อสถานะระยะยาวของเงินดอลลาร์ จากผลสำรวจล่าสุดของบริษัทบริหารการลงทุนระหว่างประเทศ Invesco ซึ่งสะท้อนแรงสั่นสะเทือนของภูมิรัฐศาสตร์ต่อพอร์ตลงทุนระดับรัฐ
รายงานผลสำรวจประจำปีของ Invesco บริษัทบริหารจัดการการลงทุนระดับโลก ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign wealth funds) และธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งบริหารจัดการสินทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การ ลงทุนครั้งใหญ่ โดยหันมาเน้นลงทุนในสินทรัพย์ด้านพลังงานเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับแสดงความกังวลต่อสถานะของเงินดอลลาร์สหรัฐ (US dollar) ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
การสำรวจซึ่งครอบคลุมกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ 90 แห่ง และธนาคารกลาง 54 แห่ง พบว่าผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่กำลังมุ่งเน้นไปที่การกระจายความเสี่ยงและออกแบบพอร์ตการลงทุนให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากร การปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ และผลกระทบจากสงครามทั้งในประเทศยูเครน (Ukraine) และภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยร้อยละ 80 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy transition) เป็นการลงทุนที่น่าเชื่อถือที่สุดในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุน นอกจากนี้ ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยดึงดูดความสนใจให้นักลงทุนหันมาสนใจในภาคพลังงานมากขึ้น
เบนจามิน โจนส์ (Benjamin Jones) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Invesco กล่าวว่า ในโลกที่เผชิญกับภาวะช็อกทางเงินเฟ้อ ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ และสภาวะตลาดที่กระจุกตัว นักลงทุนกำลังคิดทบทวนสมมติฐานเดิมเกี่ยวกับการกระจายความเสี่ยง และออกแบบพอร์ตการลงทุนใหม่เพื่อให้สามารถทนต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ ความยืดหยุ่น (Resilience) จึงกลายเป็นข้อกำหนดที่จำเป็น ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกเสริมอีกต่อไป
รายงานยังระบุถึงความกังวลต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ (US dollar) ที่มีความ "แพร่หลายและลึกซึ้งยิ่งขึ้น" โดยร้อยละ 61 ของธนาคารกลางที่ร่วมตอบแบบสอบถามชี้ว่า ระดับหนี้สาธารณะของประเทศสหรัฐฯ (US) ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสถานะระยะยาวของเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์สำรอง เพิ่มขึ้นอย่างมากจากร้อยละ 20 ในปี 2024 แม้ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล (Israel) กับประเทศอิหร่าน (Iran) จะช่วยให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นร้อยละ 3 ในปีนี้ แต่บรรดานักวิเคราะห์เตือนว่า ความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ และภาระหนี้ที่สูงอาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะยาว
นอกจากนี้ สถาบันการเงินหลายแห่งยังรายงานว่ากำลังทบทวนการพึ่งพาผู้ดูแลผลประโยชน์ (Custodians) คู่สัญญา และโครงสร้างพื้นฐานการชำระบัญชีที่อยู่ในสหรัฐฯ เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยธนาคารกลางในยุโรปแห่งหนึ่งระบุว่าได้เปลี่ยนผู้ดูแลผลประโยชน์ที่อยู่ในสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่ธนาคารกลางในละตินอเมริกา (Latin America) ระบุว่ากำลังสร้างความสัมพันธ์กับผู้ดูแลผลประโยชน์นอกสหรัฐฯ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ "สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด" อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางบางแห่งเตือนว่าการดำเนินการดังกล่าวมีความเสี่ยง เนื่องจากอาจถูกตีความเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นมิตรต่อสหรัฐฯ ได้
ทั้งนี้ จากแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงดังกล่าว ส่งผลให้ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความตั้งใจที่จะเพิ่มการถือครองทองคำ (Gold) ในพอร์ตการลงทุนเพื่อเป็นหลักประกันอีกด้วย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/crs1h?utm_source=copy-link&utm_campaign=3358682&utm_medium=share_widget