.
อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน ท่ามกลางคำขู่ของ ทรัมป์ “ล้มสาธารณรัฐอิสลาม” หลังเผชิญหน้ากันรอบใหม่
29-6-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า อิหร่านยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรนท่ามกลางปฏิบัติการเชิงรุกของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศกลับมาปะทุและกระทบข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง ซึ่งเคยช่วยยุติการสู้รบส่วนใหญ่ในตะวันออกกลางชั่วคราว
ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีกันต่อในอ่าวเปอร์เซียนับจากเกิดสงครามที่ยืดเยื้อมานานสี่เดือน โดยฝ่ายต่าง ๆ กล่าวหากันและกันว่าละเมิดข้อตกลงชั่วคราวสหรัฐฯ–อิหร่านฉบับ 14 ข้อ ซึ่งลงนามเมื่อไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อน ข้อตกลงดังกล่าวออกแบบมาเพื่อหยุดยั้งการสู้รบที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสินค้าเดินอีกครั้ง และเปิดทางการเจรจาในประเด็นลึก เช่น โครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน
เมื่อสัปดาห์ก่อน การเจรจาโดยคนกลางรอบหนึ่ง นำโดยรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ (J.D. Vance) และประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ ฆอลีบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) จัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ ภายหลัง วอชิงตันผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเตหะราน แต่สถานการณ์กลับพลิก เมื่อการสู้รบและการกล่าวหากันกลับมาปะทุและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เตือนว่า “อาจถึงจุดหนึ่งที่เราไม่สามารถเดินสายเหตุผลได้อีกต่อไป และจะถูกบังคับให้ใช้กำลังทหารปิดงานที่เราเริ่มต้นไว้และประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง หากถึงเวลานั้น สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะไม่ดำรงอยู่อีกต่อไป” ราวหนึ่งชั่วโมงหลังข้อความดังกล่าว กองทัพคูเวตระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนกำลังตอบโต้ขีปนาวุธและโดรน “จากฝ่ายศัตรู” ขณะที่มีเสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นในบาห์เรน
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) แถลงว่ากองทัพเรือและกองทัพอากาศของตนได้เปิดปฏิบัติการร่วมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีล่าสุดของสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายในอิหร่าน IRGC ระบุผ่านช่องทางสื่อของรัฐ Press TV ว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และ “จะนำไปสู่การยุติกระบวนการทางการทูตทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง” พร้อมขู่ว่าฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค “จะได้สัมผัสกับนรกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งยืนยันว่ามีการโจมตีต่อสถานที่ตั้งของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานความสูญเสียในหมู่ทหารสหรัฐฯ หรือความเสียหายร้ายแรงต่อฐานที่มั่นในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หลายชั่วโมงต่อมา สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นเป็นครั้งที่สองในบาห์เรน กระทรวงการต่างประเทศบาห์เรนออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของราชอาณาจักรโดยเจตนาและซ้ำซาก พร้อมเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) เปิดประชุมฉุกเฉินเพื่อให้ความรับผิดชอบตกแก่ฝ่ายอิหร่าน
ในมิติทางทะเล กองบัญชาการภาคกลางสหรัฐฯ (US Central Command: CENTCOM) ระบุว่ากองกำลังของตนได้เปิดฉากโจมตีใหม่ หลังเรือบรรทุกน้ำมันติดธงปานามาลำหนึ่งถูกโดรนอิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ CENTCOM ระบุว่า “อิหร่านได้รับโอกาสให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง แต่เลือกไม่ทำเช่นนั้น” และย้ำว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เป็น “การตอบโต้โดยตรงต่อการรุกรานของอิหร่านต่อเรือพาณิชย์” โดยเป้าหมายมุ่งไปที่ระบบข่าวกรอง การสื่อสาร ระบบป้องกันภัยทางอากาศ คลังเก็บโดรน และสถานที่ใช้วางทุ่นระเบิดทางทะเลของอิหร่าน
สื่อของรัฐอิหร่าน IRIB รายงานว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นในเมืองซิริก (Sirik) ทางตอนใต้ของประเทศ โดยไม่ได้ลงรายละเอียดเพิ่มเติม IRGC ระบุเพิ่มเติมว่าการยิง “แบบไม่ลืมหูลืมตา” ของสหรัฐฯ ในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่เปลี่ยนแปลง “ความเป็นฝ่ายครองช่องแคบฮอร์มุซ” ของอิหร่าน แต่การโจมตีต่อ “ผู้ละเมิด” จะทำให้เรืออื่น ๆ จดจำเส้นทางเดินเรือที่ชัดเจนได้อีกครั้ง
การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบเมื่อวันเสาร์ เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดการยกระดับความตึงเครียดล่าสุด อิหร่านกำลังพยายามยืนยันการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราวหนึ่งในห้าของโลก ช่องแคบดังกล่าวเพิ่งเริ่มเปิดให้เรือเดินอีกครั้งหลังหยุดชะงักไปหลายเดือน ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า ปิดล้อมอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซียนับร้อยลำ เมื่อเรือเหล่านี้เริ่มทยอยออกผ่านช่องแคบในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันโลกจึงร่วงลงเข้าใกล้ระดับก่อนสงครามจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายใต้สมการการแข่งขันกันควบคุมเส้นทางเดินเรือ วอชิงตันผลักดันเส้นทางเดินเรือด้านใต้เลียบชายฝั่งโอมาน ขณะที่เตหะราน ซึ่งตั้งเป้าระยะยาวจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ช่องแคบฮอร์มุซ ต้องการให้เรือสินค้าใช้เส้นทางด้านเหนือผ่านน่านน้ำของอิหร่านและอยู่ใต้การกำกับดูแลของตน
ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ที่เชื่อมโยงกัน การสู้รบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในอ่าวเปอร์เซีย อิสราเอลระบุว่า ได้สังหารสมาชิกกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ที่ติดอาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดต่อสู้รถถัง และโจมตีแท่นยิงจรวดในพื้นที่เมืองนาบาติยะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิดพันธกรณีตามข้อตกลงสันติภาพในการรักษาการหยุดยิงในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลได้บุกเข้าไปตั้งแต่เดือนมีนาคม เพื่อติดตามกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ที่เตหะรานให้การสนับสนุน
แม้อิสราเอลจะไม่เป็นคู่สัญญาโดยตรงในข้อตกลงสหรัฐฯ–อิหร่าน ทั้งอิสราเอลและเลบานอนก็ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้งที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย โดยข้อตกลงล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ข้อตกลงเหล่านี้มีผลจำกัดในภาคสนาม เมื่ออิสราเอลยืนยันว่าตนจะไม่ถอนทหารออกจากดินแดนเลบานอนที่ยึดไว้ ขณะที่ฮิซบุลเลาะห์ก็ยืนยันจะไม่ปลดอาวุธตราบใดที่กองทัพอิสราเอลยังประจำการในพื้นที่ สะท้อนว่าข้อตกลงหยุดยิงในภูมิภาคยังอิงอยู่กับสมดุลอำนาจและแรงปะทะของมหาอำนาจซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/ybacj?utm_source=copy-link&utm_campaign=3358626&utm_medium=share_widget
--------------------------------
IRGC โจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหญ่ต่อฐานทัพสหรัฐฯ จำนวน 8 แห่ง ในตะวันออกกลาง
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหญ่ต่อฐานทัพสหรัฐฯ จำนวน 8 แห่ง ในภูมิภาค โดยอธิบายว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น "การตอบโต้อย่างเด็ดขาด" ต่อการรุกรานดินแดนอิหร่านของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
ในแถลงการณ์ IRGC ระบุว่า กองทัพเรือและกองกำลังอวกาศของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามได้ร่วมกันดำเนินปฏิบัติการระหว่างเวลา 02.00 น. ถึง 03.00 น. ของวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยมุ่งเป้าไปที่ "ฐานทัพสำคัญของสหรัฐฯ" จำนวนแปดแห่ง ซึ่งรวมถึง "ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม (Ali Al Salem Airbase) ในคูเวต" และ "กองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ที่ท่าเรือซัลมาน (Salman Port) ในบาห์เรน"
กองกำลังฯ ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวใช้ทั้งขีปนาวุธพิสัยไกลและโดรน และอ้างว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตกเป็นเป้าหมายได้ถูกทำลาย
ตามแถลงการณ์ ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่ายศัตรูได้โจมตีฐานที่มั่นชายฝั่งของอิหร่านจำนวน 5 แห่ง ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน "ศัตรูผู้รุกราน ซึ่งธรรมชาติของมันคือการผิดคำมั่นสัญญาและละเมิดข้อตกลง ได้โจมตีฐานที่มั่นชายฝั่งของสาธารณรัฐอิสลามจำนวนห้าแห่งในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การที่กองทัพเรือ IRGC เข้าสกัดกั้นเรือลำหนึ่งที่รุกล้ำเข้ามา [ในช่องแคบฮอร์มุซ]” แถลงการณ์ระบุ
คำเตือนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎในช่องแคบฮอร์มุซ IRGC ระบุว่า การเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของอิหร่าน ตาม บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ที่ปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งเพิ่งลงนามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า "นับจากนี้เป็นต้นไป เรือที่พบว่าละเมิดข้อกำหนดจะถูกดำเนินการอย่างเข้มงวดมากกว่าที่ผ่านมา"
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเตือนว่า "การรุกรานใด ๆ ของฝ่ายศัตรูในอนาคต ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม และแม้ว่าจะมุ่งเป้าไปยังเป้าหมายที่ถือว่ามีความสำคัญเพียงเล็กน้อย ดังเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมาและในคืนนี้ จะได้รับการตอบโต้อย่างรุนแรง"
IRGC ยังระบุอีกว่า "ฝ่ายศัตรูควรเข้าใจว่าการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ถือเป็นการละเมิดข้อที่หนึ่งของความตกลงอิสลามาบัด และจะส่งผลให้กระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องถูกระงับโดยสิ้นเชิง"
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายภายในอิหร่านอีกครั้ง.
CENTCOM ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวดำเนินการเพื่อตอบโต้การพุ่งเป้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์ ไม่นานหลังจากประกาศดังกล่าว สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่าน IRIB โดยอ้างแหล่งข่าวทางทหารที่มีข้อมูล รายงานว่าเกิดเหตุระเบิดในเขต Sirik County ในจังหวัดทางตอนใต้ของ Hormozgan
ตามแหล่งข่าวดังกล่าว "การระเบิดที่ได้ยินเกิดจากขีปนาวุธหลายลูกพุ่งเข้าใส่เสาสื่อสารโทรคมนาคมใกล้หมู่บ้าน Tahrouyi ในเมือง Sirik" ชาวบ้านยังรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งบนเกาะ Qeshm Island แม้ว่าตำแหน่งและสาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ได้รับการยืนยัน ตามรายงานระบุ
การปะทะที่กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ ซึ่งกองทัพเรือ IRGC ได้ยิงเตือนใส่เรือลำหนึ่งที่เพิกเฉยต่อคำเตือนเรื่องการใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ต่อมา CENTCOM รายงานว่าได้ทำการโจมตีเป้าหมายทางทหารภายในอิหร่าน หลังจากนั้น IRGC ได้ประกาศการโจมตีตอบโต้ต่อเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าว. "และสหรัฐอเมริกาได้ได้รับการตอบโต้ที่จำเป็นแล้ว" กองกำลังดังกล่าวระบุในขณะนั้น พร้อมเสริมว่า "สิ่งเดียวกันจะใช้กับการละเมิดในอนาคตใด ๆ ด้วย"
"หากการรุกรานนี้เกิดขึ้นซ้ำ การตอบโต้ของเราจะกว้างขวางมากกว่านี้"
กองกำลังสหรัฐได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งประกาศโดยประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน ในระหว่างรอบล่าสุดของการรุกรานทางทหารระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านที่ไม่ได้ถูกยั่วยุ
อิหร่านได้ตอบโต้การรุกรานดังกล่าวด้วยการโจมตีตอบโต้ไม่น้อยกว่า 100 ครั้ง และยังคงตอบโต้ต่อการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง.
ที่มา Press TV