.
กลุ่ม BRICS เร่งตั้ง ‘ตลาดซื้อขายธัญพืชร่วม’ เล็งคุมราคาเสินค้ากษตรโลก ใช้สกุลเงินท้องถิ่นแทนดอลลาร์
26-6-2026
Russia's Pivot to Asia รายงานว่า กลุ่มประเทศ BRICS กำลังดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการสร้างตลาดซื้อขายธัญพืชร่วม หรือตลาดแลกเปลี่ยนธัญพืชแห่ง BRICS โดยกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซีย (Russian Economic Development Ministry) แถลงว่า “ในปัจจุบันได้มีการจัดเตรียมแบบจำลองแนวคิดการดำเนินงานของตลาดแลกเปลี่ยนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการร่วมมือกับพันธมิตรหลายฝ่ายเพื่อพัฒนาแนวทางร่วมกันเกี่ยวกับข้อกำหนดทางเทคโนโลยีและการทำงานของแพลตฟอร์มการค้านี้”
ภายใต้แผนระดับชาติเพื่อการพัฒนาการแข่งขันของรัสเซียประจำปี 2026-2030 (Russia’s National Plan for the Development of Competition for 2026-2030) ได้กำหนดให้มีการพัฒนาและอนุมัติแผนการดำเนินงานสำหรับการจัดตั้งตลาดแลกเปลี่ยนแห่ง BRICS ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตามแผนนี้ ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ (Economic Development Ministry), กระทรวงการคลัง (Finance Ministry), กระทรวงเกษตร (Agriculture Ministry), สำนักงานต่อต้านการผูกขาดแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (Federal Antimonopoly Service หรือ FAS) และกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (Industry and Trade Ministry) ภายใต้การมีส่วนร่วมของธนาคารกลางแห่งรัสเซีย (Central Bank of Russia) ตลอดจนองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
จุดเริ่มต้นของการหารือในเรื่องนี้เริ่มจากการเสนอแนวคิดจัดตั้งตลาดซื้อขายธัญพืชร่วมแห่ง BRICS ซึ่งเสนอโดยสหภาพผู้ส่งออกและผู้ผลิตธัญพืชแห่งรัสเซีย (Russian Union of Grain Exporters and Producers) ในช่วงปลายปี 2023 ต่อมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2024 แนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเขาได้แสดงความประสงค์ที่จะให้ตลาดแลกเปลี่ยนดังกล่าวได้รับการยกระดับและเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเต็มรูปแบบในท้ายที่สุด
นอกจากนี้ ปฏิญญาคาซาน (Kazan Declaration) ที่ได้รับการรับรองหลังการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2024 ได้มีการระบุถึงการจัดตั้งแพลตฟอร์มการซื้อขายธัญพืช (สินค้าโภคภัณฑ์) ภายในกลุ่ม BRICS และการพัฒนาขั้นต่อไปเพื่อครอบคลุมภาคการเกษตรอื่นๆ ซึ่งความคิดริเริ่มนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของกลุ่มประเทศ BRICS ในเดือนเมษายน 2025
ตลาดแลกเปลี่ยนธัญพืชแห่ง BRICS ถูกริเริ่มขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อย้ายฐานการกำหนดราคาผลผลิตทางการเกษตรของโลกออกห่างจากตลาดซื้อขายล่วงหน้าของชาติตะวันตก เช่น ตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก (Chicago Mercantile Exchange) และเพื่อหลีกเลี่ยงระบบชำระบัญชีที่อิงตามสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US dollar-based clearing) เนื่องจากกลุ่มประเทศ BRICS มีสัดส่วนในการผลิตและการบริโภคธัญพืชทั่วโลกสูงถึงประมาณร้อยละ 44 ทั้งนี้ การผลักดันแพลตฟอร์มการค้าดังกล่าวได้รับแรงขับเคลื่อนจากวัตถุประสงค์หลักที่สำคัญหลายประการ ดังนี้:
การกำหนดราคาที่เป็นอิสระ (Independent Pricing): การสร้างดัชนีราคาอ้างอิงของ BRICS จะช่วยปกป้องกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จากกิจกรรมการเก็งกำไรและการบิดเบือนตลาดจากชาติตะวันตก ซึ่งช่วยรับประกันการประเมินมูลค่าสินค้าที่เป็นกลางและปราศจากอคติ
การแยกตัวออกจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (Decoupling from the US Dollar): ตลาดแลกเปลี่ยนของ BRICS จะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้าขายโดยตรงผ่านการใช้สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาระบบการเงินโลกที่ถูกครอบงำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Strengthening Food Security): ด้วยการเชื่อมโยงประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ เช่น ประเทศรัสเซีย (Russia), ประเทศอินเดีย (India) และประเทศบราซิล (Brazil) เข้ากับกลุ่มประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ในตลาดกำลังพัฒนา พันธมิตรกลุ่มนี้จึงสามารถรับประกันความเสถียรภาพและความต่อเนื่องอย่างไม่หยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานอาหารได้
การกระตุ้นมูลค่าการค้า (Boosting Trade Volumes): จากการประเมินของสหภาพผู้ส่งออกและผู้ผลิตธัญพืชแห่งรัสเซีย (Russian Union of Grain Exporters and Producers) มูลค่าการซื้อขายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องบนตลาดแลกเปลี่ยนแห่งนี้ภายในกลุ่ม BRICS อาจพุ่งสูงเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค การพัฒนาท่าเรือ และศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์การขนส่ง
ปัจจุบัน กลุ่มประเทศผู้ผลิตธัญพืชรายใหญ่ที่สุดของโลกคือ ประเทศจีน (China), ประเทศอินเดีย (India), ประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศรัสเซีย (Russia) โดยประเทศมหาอำนาจทางการเกษตรเหล่านี้เป็นผู้ควบคุมผลผลิตหลักของธัญพืชหลักของโลกอย่างข้าวโพด (Maize/Corn), ข้าวสาลี (Wheat) และข้าว (Rice) โดยมีรายละเอียดของผู้ผลิตชั้นนำของธัญพืชที่สำคัญแต่ละประเภท ดังนี้:
ข้าวโพด (Corn/Maize)
ประเทศสหรัฐฯ (US) เป็นประเทศผู้ผลิตข้าวโพดรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกกระจุกตัวอยู่อย่างหนาแน่นในภูมิภาคตะวันตกกลาง หรือที่เรียกว่า 'แถบข้าวโพด' (Corn Belt) ขณะที่ประเทศจีน (China) เป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง โดยส่วนใหญ่เป็นการปลูกข้าวโพดเพื่อการบริโภคของประชากรและการตอบสนองต่อความต้องการอาหารสัตว์จำนวนมหาศาล และประเทศบราซิล (Brazil) เป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลกและเป็นผู้ส่งออกหลักในระดับสากล
ข้าวสาลี (Wheat)
ประเทศจีน (China) เป็นประเทศผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีผลผลิตประมาณ 140 ล้านตันต่อปี อย่างไรก็ตาม ผลผลิตเกือบทั้งหมดถูกนำไปใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศเท่านั้น ขณะที่ประเทศอินเดีย (India) เป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง ซึ่งมีผลผลิตสูงเกินกว่า 110 ล้านตันต่อปี และประเทศรัสเซีย (Russia) เป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก และยังครองสถานะเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
ข้าว (Rice)
ประเทศจีน (China) ครองสถานะเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการเพาะปลูกอย่างมหาศาลในมณฑลทางตอนใต้ของประเทศ ขณะที่ประเทศอินเดีย (India) เป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ซึ่งมีผลผลิตข้าวเป็นทั้งอาหารหลักภายในประเทศและเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ นอกจากนี้ ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) และประเทศบังกลาเทศ (Bangladesh) ถือเป็นศูนย์กลางทางการเกษตรที่สำคัญที่ผลิตข้าวในปริมาณมหาศาลเพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศและในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ ประเทศบราซิล (Brazil), ประเทศจีน (China), ประเทศอินเดีย (India), ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) และประเทศรัสเซีย (Russia) ล้วนมีสถานะเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของกลุ่ม BRICS ในขณะที่ประเทศบังกลาเทศ (Bangladesh) มีสถานะเป็นประเทศผู้สมัครเข้าร่วมกลุ่ม BRICS และเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank หรือ NDB) ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาระดับพหุภาคีที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มประเทศสมาชิก BRICS
---
IMCT NEWS
ที่มา https://russiaspivottoasia.com/brics-countries-continue-to-work-on-a-grain-exchange/