.
สหรัฐฯ เรียกร้องโปรตุเกส–ยุโรปลดพึ่งพาจีน ชี้ไม่ควรพึ่งจีนในอุตฯยุทธศาสตร์ – โปรตุเกสย้ำสัมพันธ์กว่า 500 ปี ลงทุนจีนสอดคล้องกฎ EU
9-10-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า ประเทศโปรตุเกส (Portugal) รวมถึงบรรดาประเทศในทวีปยุโรป ไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ โดยเฉพาะประเทศจีน (China)
สำหรับการจัดหาสินค้าและอุปทานสินค้าสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันกำลังเร่งดำเนินการเพื่อจำกัดและควบคุมอิทธิพลของรัฐบาลปักกิ่งในภาคอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ทั่วโลก"เรามองว่าสภาวะดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับเรา ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับประเทศโปรตุเกส (Portugal) หรือสำหรับประเทศใดๆ ในโลกก็ตาม" นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นความกังวลต่อการขยายอิทธิพลและบทบาทของประเทศจีน (China) ในภูมิภาคยุโรป"เราเห็นว่าจำเป็นต้องมีความหลากหลายในการจัดหาสินค้าและห่วงโซ่อุปทาน"
นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) กล่าวเสริม ในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับ นายเปาโล รังเกล (Paulo Rangel) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโปรตุเกส ณ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (Portugal) ซึ่งนับเป็นจุดหมายสุดท้ายของการเดินทางเยือนหลายประเทศในยุโรป ซึ่งรวมถึงการเยือนประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) และประเทศกรีซ (Greece) ก่อนหน้านี้ประเด็นการเข้ามีบทบาทของทุนจีนนับเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่งในประเทศโปรตุเกส (Portugal)
เนื่องจากกลุ่มทุนและรัฐวิสาหกิจจากประเทศจีน (China) ได้เข้าถือหุ้นในสัดส่วนสำคัญในบริษัทชั้นนำระดับยุทธศาสตร์ของประเทศหลายแห่ง โดยรัฐวิสาหกิจ China Three Gorges (China Three Gorges) ถือหุ้นในสัดส่วน 22.2% ในบริษัท EDP (EDP) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบสาธารณูปโภคและไฟฟ้าหลักของประเทศ ขณะที่รัฐวิสาหกิจ State Grid (State Grid) ถือหุ้น 25% ในบริษัท REN (REN) ผู้ดำเนินงานโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้า และกลุ่มทุน Fosun (Fosun) ถือหุ้นในสัดส่วน 20.45% ใน Banco Comercial Português (Banco Comercial Português)
ซึ่งเป็นสถาบันการเงินพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศโปรตุเกส (Portugal)นอกจากนี้ ประเทศจีน (China) ยังถือเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในประเทศโปรตุเกส (Portugal) โดยข้อมูลสถิติจากธนาคารแห่งชาติโปรตุเกส (Bank of Portugal) ระบุว่า มูลค่าการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของประเทศจีน (China) ในประเทศโปรตุเกส (Portugal) มีมูลค่าสูงถึงประมาณ $1.21$ หมื่นล้านยูโร (€) หรือราว $1.35$ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ($) ณ สิ้นปี 2024ที่ผ่านมา
รัฐบาลโปรตุเกสหลายสมัยได้เปิดรับและแสดงท่าทียินดีต้อนรับเงินทุนจากประเทศจีน (China) อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศอื่นๆ ในประชาคมยุโรปจะเริ่มเพิ่มความระมัดระวังและตั้งข้อสงสัยต่อบทบาทของรัฐบาลปักกิ่งในภาคอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพิ่มมากขึ้นก็ตาม
ทางด้าน นายเปาโล รังเกล (Paulo Rangel) ซึ่งกล่าวเรียกประเทศสหรัฐฯ (US) ว่าเป็น "พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่" ได้ชี้แจงว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโปรตุเกส (Portugal) กับประเทศจีน (China) มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนหลังไปมากกว่า 500 ปี พร้อมทั้งยืนยันว่า การลงทุนของกลุ่มทุนจีนในประเทศโปรตุเกส (Portugal) ซึ่งเป็นประเทศทางตอนใต้ของยุโรปนั้น ดำเนินการถูกต้องและสอดคล้องกับกฎระเบียบทั้งในปัจจุบันและกฎระเบียบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตของสหภาพยุโรป (EU) ทุกประการขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (EU) อยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษากฎระเบียบใหม่เพื่อลดการพึ่งพาประเทศจีน (China) ของกลุ่มประชาคม
ซึ่งรวมถึงมาตรการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลงทุนจากประเทศจีน (China) ตลอดจนการเสนอมาตรการที่มุ่งให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทสัญชาติยุโรปในการเข้าประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นอันดับแรกนอกจากมิติเศรษฐกิจแล้ว ประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศโปรตุเกส (Portugal) ยังมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในด้านการทหารและความมั่นคง โดยประเทศสหรัฐฯ (US) ได้คงกำลังทางการทหารระยะยาว ณ ฐานทัพอากาศลาเชส (Lajes Field) บนหมู่เกาะอะซอร์ส (Azores) ของประเทศโปรตุเกส (Portugal) ซึ่งเป็นฐานทัพอากาศตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้รองรับการปฏิบัติการทางการทหารของกองทัพสหรัฐฯ และกองกำลังพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
ทั้งนี้ ประเทศโปรตุเกส (Portugal) เพิ่งอนุมัติแบบมีเงื่อนไขให้รัฐบาลวอชิงตันสามารถใช้ฐานทัพอากาศลาเชส (Lajes Field) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางการทหารของประเทศสหรัฐฯ (US) ในสงครามอิหร่านประเด็นความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับการหยิบยกขึ้นมาหารือในระหว่างการเจรจา ณ กรุงลิสบอน ระหว่าง นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) และ นายเปาโล รังเกล (Paulo Rangel) โดยประเทศโปรตุเกส (Portugal) ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนความพยายามทางการทูตเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลเตหะรานพัฒนาหรือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าประเทศโปรตุเกส (Portugal) ไม่ได้เข้าร่วมเป็นคู่ขัดแย้งในสงครามดังกล่าวท่าทีดังกล่าวนับว่าเกิดขึ้นในขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำประเทศสหรัฐฯ (US) ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บรรดาประเทศในยุโรปอย่างต่อเนื่องว่า ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนประเทศสหรัฐฯ (US) อย่างเพียงพอในการทำสงครามปราบปรามประเทศอิหร่าน (Iran)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-10-08/rubio-urges-portugal-and-europe-to-reduce-dependence-on-china?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy