ทรัมป์ปฏิเสธคำขอขีปนาวุธเพทริออตจากยูเครน
ทรัมป์ปฏิเสธคำขอขีปนาวุธเพทริออตจากยูเครน ย้ำ ‘เราก็ต้องการเหมือนกัน!’ ท่ามกลางรายงานคลังอาวุธสหรัฐฯ ร่อยหรอจากสงครามอิหร่าน
8-8-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำ ประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ได้ปฏิเสธคำร้องขอของ ประเทศยูเครน (Ukraine) ในการขอรับขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ เพทริออต (Patriot) เพิ่มเติม ท่ามกลางรายงานข่าวที่แพร่สะพัดว่า คลังขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐฯ ได้ลดลงอย่างมากจากผลกระทบของสงครามกับ ประเทศอิหร่าน (Iran)
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ผู้นำ ประเทศยูเครน (Ukraine) ได้ออกมาเตือนว่า ประเทศกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นที่ได้รับสนับสนุนจากชาติตะวันตกในการรับมือการโจมตีจาก ประเทศรัสเซีย (Russia) โดยเมื่อ วันพุธ (Wednesday) ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนไม่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธของรัสเซียได้เลยแม้แต่ลูกเดียวระหว่างการยิงถล่ม กรุงเคียฟ (Kyiv) ตลอดทั้งคืน
ประธานาธิบดีเซเลนสกี ได้กล่าวผ่านแถลงการณ์ทางวิดีโอเมื่อ วันพฤหัสบดี (Thursday) โดยระบุว่า "สหรัฐอเมริการู้ดีว่าเราต้องการอะไร และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นนามธรรม"
เมื่อผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ได้สอบถาม ประธานาธิบดีทรัมป์ เกี่ยวกับคำร้องขอของ ประเทศยูเครน (Ukraine) ในวันเดียวกัน นายทรัมป์ ได้ตอบกลับว่า "เอาละ ผมหมายความว่า เราเองก็ต้องการขีปนาวุธเหมือนกัน" พร้อมชี้ว่า อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ได้มอบกระสุนและอาวุธให้แก่ กรุงเคียฟ (Kyiv) ฟรี ๆ โดยไม่คิดมูลค่า คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (US$300 Billion) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคลังอาวุธสำรองของสหรัฐฯ
นายทรัมป์ กล่าวเสริมว่า "ตอนที่ผมออกจากตำแหน่งในปี 2021 คลังอาวุธยังคงเต็มอยู่ แต่เขาได้แจกจ่ายมันไปเป็นจำนวนมาก และตอนนี้เรากำลังเร่งสร้างมันขึ้นมาใหม่" อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า คลังอาวุธของประเทศยังคงอยู่ในสถานะที่ดี พร้อมกล่าวอ้างถึงการมีคลังอาวุธที่ "ไม่จำกัด"
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังระบุถึงสถานการณ์การโจมตีของ ประเทศรัสเซีย (Russia) ใน ประเทศยูเครน (Ukraine) โดยยืนยันว่า "เราไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เราถูกคั่นกลางด้วยมหาสมุทรรอบด้าน"
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่าตนเองได้ตกลงมอบใบอนุญาตให้ ประเทศยูเครน (Ukraine) สามารถผลิตขีปนาวุธ เพทริออต (Patriot) ได้เอง ซึ่งเป็นการกลับคำพูดจากแถลงการณ์ที่เขาเคยระบุไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนภายหลังการพบปะกับ ประธานาธิบดีเซเลนสกี
รายงานจากสื่อมวลชนหลายแห่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) กำลังประสบปัญหาขาดแคลนทั้งขีปนาวุธสกัดกั้นและกระสุนโจมตีแม่นยำสูง โดย สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) อ้างแหล่งข่าวในสัปดาห์นี้ว่า สหรัฐฯ ได้ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ ซาด (THAAD) ไปแล้วเกือบ 80% ของคลังที่มีอยู่เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดสงคราม
มีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เกิดความขัดแย้งในประเด็นดังกล่าวกับ นายพีต เฮกเซท (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกระทรวงสงครามสหรัฐฯ (US War Secretary) โดยสื่อมวลชนรายงานว่า นายเฮกเซท ปฏิเสธว่าไม่ได้ชี้นำประธานาธิบดีให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับภาวะคลังอาวุธร่อยหรอ ซึ่งทั้ง นายทรัมป์ และ นายเฮกเซท ต่างออกมาปฏิเสธข่าวการขาดแคลนคลังอาวุธต่อสาธารณชน พร้อมทั้งตำหนิสื่อมวลชนว่าเป็นผู้แพร่กระจาย "ข่าวปลอม" (Fake News)
ในขณะเดียวกัน ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ยกระดับการยิงถล่ม กรุงเคียฟ (Kyiv) และท่าเรือบริเวณทะเลดำ (Black Sea Ports) ของ ประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือสินค้า โรงงานพลังงาน และคลังสินค้าของ ไวลด์เบอร์รีส์ (Wildberries) ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของรัสเซียเทียบเท่าอเมซอน (Amazon)
ทางการ รัฐบาลมอสโก (Moscow) ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่พื้นที่ทางทหารและพื้นที่ใช้งานแบบทวิภาค (Dual-use sites) ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิต โรงเก็บชิ้นส่วนโดรน ตลอดจนเรือที่ใช้ขนส่งยุทโธปกรณ์ทางการทหาร
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/643961-trump-ukraine-interceptors-denied/