.
สหรัฐฯถูกตัดออกจากวงเจรจา 'อิหร่าน-โอมาน' ใกล้บรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แบบเก็บค่าผ่านทาง 'แบ่งรายได้คนละครึ่ง'
5-8-2026
The Telegraph รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ (US) ดูเหมือนจะถูกตัดออกจากข้อตกลงที่อาจเปิดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง เมื่ออิหร่าน (Iran) และโอมาน (Oman) ใกล้จะบรรลุข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยการรื้อฟื้นการจราจรทางเรือในช่องแคบดังกล่าว โดยเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือพาณิชย์และแบ่งรายได้กัน ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย
เจ้าหน้าที่จากทั้งฝ่ายประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศสหรัฐฯ (US) เปิดเผยว่า ประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศโอมาน (Oman) กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดการจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวอาจส่งผลให้กรุงเตหะรานได้ครอบครองอำนาจควบคุมเหนือเส้นทางน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้อย่างสมบูรณ์
รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) ดูเหมือนจะถูกตัดออกจากการมีส่วนร่วมในข้อตกลงฉบับใหม่นี้อย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายระบุตรงกันว่า ประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศโอมาน (Oman) ใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อฟื้นฟูการจราจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ด้วยวิธีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่าน แล้วนำรายได้มาแบ่งกันคนละครึ่ง
ตามกรอบข้อตกลงดังกล่าว เรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย (The Gulf) จะต้องสัญจรผ่านช่องทางเดินเรือที่ควบคุมโดยประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับชายฝั่งของเตหะราน ในขณะที่เรือสินค้าที่เดินทางออกจากอ่าวจะใช้ช่องทางเดินเรือที่อยู่ใกล้กับฝั่งของประเทศโอมาน (Oman)
การเจรจาดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านการรายงานของสื่อสิ่งพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) หลังจากที่ทางการเตหะรานได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่ระบุว่า ประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิหร่าน (Iran) กำลังเจรจาดีลของตนเองเพื่อเปิดช่องแคบและยุติสงครามอย่างสิ้นเชิง
ต่อมา ผู้นำสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความโจมตีอย่างรุนแรงผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาคณะผู้บริหารของสาธารณรัฐอิสลามแห่งประเทศอิหร่าน (Iran) ว่าเป็นพวก "สร้างเรื่องตลบแตลงอย่างไม่น่าเชื่อ" (Unbelievably duplicitous)
ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่ของประเทศอิหร่าน (Iran) ชี้แจงว่า สิ่งที่จะเรียกเก็บนั้นไม่ใช่ค่าผ่านทาง (Toll) แต่เป็น "ค่าบริการ" (Service fee) เพื่อนำมาใช้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านการดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการสัญจรของเรือ การรักษาความปลอดภัยให้แก่เรือบรรทุกสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมัน รวมถึงค่าตอบแทนบุคลากรที่ปฏิบัติงาน โดยรายได้ที่จัดเก็บจากค่าธรรมเนียมนี้จะถูกนำมาแบ่งปันระหว่างประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศโอมาน (Oman) ในสัดส่วนเท่าๆ กัน
ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศสหรัฐฯ (US) ได้ออกมาปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยระบุว่าข้อมูลรายงานจากฝ่ายอิหร่าน "ไม่ถูกต้อง" พร้อมเน้นย้ำว่า เส้นทางเดินเรือ "ชั่วคราว" ใดๆ ที่จัดตั้งขึ้นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) จะต้องไม่ต้องผ่านการอนุมัติหรือได้รับอนุญาตจากประเทศอิหร่าน (Iran) และจะต้องไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ทางการประเทศอิหร่าน (Iran) ยืนยันชัดเจนว่า จะยังไม่ยอมเปิดเส้นทางน้ำแห่งนี้จนกว่ารัฐบาลกรุงวอชิงตันจะยอมยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล (Naval blockade) ต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านเสียก่อน แม้ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับประเทศโอมาน (Oman) ได้แล้วก็ตาม
หากข้อตกลงนี้ถูกบังคับใช้จริง อาจช่วยให้การขนส่งทางเรือกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการบรรเทาปัญหาใหญ่ที่สุดที่กดดัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จากสงครามที่เปิดฉากร่วมกับประเทศอิสราเอล (Israel) มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทว่าสิ่งนี้ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงยิ่ง เนื่องจากประเทศอิหร่าน (Iran) จะสามารถแผ่อิทธิพลและอำนาจควบคุมเหนือช่องแคบยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้ได้มากกว่าช่วงก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้นเสียอีก
นายมาร์โค รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (US Secretary of State) ได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ฉากทัศน์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับเป้าหมายที่ประเทศสหรัฐฯ (US) ต้องการ โดยเขากล่าวต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า "หากเราสร้างบรรทัดฐานในตะวันออกกลางขึ้นมาว่า รัฐชาติใดรัฐชาติหนึ่งสามารถลุกขึ้นมาตัดสินใจควบคุมน่านน้ำสากล เรียกเก็บค่าธรรมเนียม และหากใครไม่จ่ายก็ขู่จะระเบิดเรือทิ้ง เราจะกลายเป็นผู้สร้างบรรทัดฐานที่อันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นซ้ำรอยในส่วนอื่นๆ ของโลกอย่างแน่นอน"
ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้กล่าวอ้างว่าทั้งสองฝ่ายกำลังกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อผ่อนคลายสงคราม หลังจากที่เขาได้ยกเลิกแผนการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ใส่สาธารณรัฐอิสลามแห่งประเทศอิหร่าน (Iran)
อย่างไรก็ดี ในวันจันทร์เช่นเดียวกัน นายเอสมาอิล บาฆาอี (Esmail Baghaei) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน (Iranian Foreign Ministry Spokesman) ได้ยืนยันว่า ไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐฯ (US) พร้อมเสริมว่า การหารือของกรุงเตหะรานเกิดขึ้นเฉพาะกับประเทศโอมาน (Oman) เท่านั้น และมุ่งเน้นไปที่การกำหนดเส้นทางเพื่อการเดินเรืออย่างปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เป็นหลัก
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/08/04/iran-and-oman-near-deal-to-reopen-strait-of-hormuz/?WT.mc_id=tmgoff_tw_post_to-reopen-strait-of-hormuz/