.
นายกฯ อังกฤษเตรียมใช้เวที UN โน้มน้าว ‘ทรัมป์’ ปลดล็อกขีปนาวุธ Patriot ให้ยูเครนสู้ศึกทางอากาศกับรัสเซีย
26-8-2026
Yahoo Finance รายงานว่า นายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ของสหราชอาณาจักร (UK) กล่าวว่า มีแนวโน้มจะเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UN General Assembly (UNGA) ที่นคร New York ในเดือนกันยายน เพื่อหารือกับผู้นำยุโรปและโน้มน้าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ให้เปิดทางแก่ยูเครน (Ukraine) เข้าถึงขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot เพิ่มเติมจากคลังอาวุธของสหรัฐฯ (US)
นายแอนดี เบอร์นแฮม (Andy Burnham) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า เขามีแนวโน้มที่จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA (U.N. General Assembly) ณ นครนิวยอร์ก (New York) ประเทศสหรัฐฯ (US) ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เพื่อผนึกกำลังร่วมกับบรรดาผู้นำประเทศในทวีปยุโรป ในการโน้มน้าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐฯ ให้ยินยอมจัดส่งขีปนาวุธป้องกันทางอากาศแบบ Patriot ให้แก่ ประเทศยูเครน (Ukraine)
นายแอนดี เบอร์นแฮม (Andy Burnham) ได้ตัดสินใจเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจาก นายเคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นคล้อยหลังการเดินทางเยือน กรุงเคียฟ (Kyiv) เมื่อวันจันทร์ ซึ่งผู้นำอังกฤษได้ประกาศอนุญาตให้ประเทศยูเครนสามารถสร้างขีปนาวุธร่อนแบบ Storm Shadow ขึ้นภายในประเทศตนเองได้ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อยกระดับและเสริมสร้างระบบป้องกันทางอากาศของยูเครน
"ผมยังไม่ได้ยืนยันรายละเอียดทั้งหมดอย่างเป็นทางการ แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่ผมจะเดินทางไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการหารือในวันนี้ เมื่อเดินทางออกจากเคียฟในวันนี้ ผมมีความชัดเจนอย่างยิ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องลงมือทำในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า" นายแอนดี เบอร์นแฮม (Andy Burnham) กล่าวระบุ
การเดินทางเข้าร่วมการประชุมประจำปีของ UNGA จะเปิดโอกาสให้ นายแอนดี เบอร์นแฮม (Andy Burnham) ได้หารือแบบพบปะซึ่งหน้า (face-to-face) นอกรอบการประชุมร่วมกับบรรดาผู้นำโลกหลายท่านที่เขาไม่เคยพบมาก่อน รวมถึงโอกาสในการเปิดการหารือทวิภาคีกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ผู้นำยูเครน ได้เดินหน้าเร่งรัดและเดินสายกดดันบรรดาประเทศพันธมิตรตะวันตกอย่างหนัก เพื่อขอให้นำคลังสำรองของขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ออกมาจัดส่งให้แก่ยูเครน ท่ามกลางสถานการณ์การโจมตีด้วยขีปนาวุธของ ประเทศรัสเซีย (Russia) ในยามค่ำคืนอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายร้อยคน เนื่องจากกองทัพรัสเซียอาศัยจังหวะความได้เปรียบจากการที่ยูเครนกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนระบบป้องกันทางอากาศที่ผลิตโดยสหรัฐฯ อย่างรุนแรง
ด้าน นายแอนดี เบอร์นแฮม (Andy Burnham) แสดงความเชื่อมั่นว่า ปัญหาการขาดแคลนดังกล่าวจะสามารถแก้ไขได้ ไม่ใช่โดย ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) เพียงลำพัง แต่ผ่านการทำงานร่วมกันเป็นพันธมิตรกับประเทศพันธมิตรต่างๆ
"ยังมีผู้เล่นรายอื่นในสมการนี้ที่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เรามีอิทธิพลในการเจรจาด้วย เรื่องนี้น่าจะเป็นทางออกที่ต้องอาศัยกลไกหลายชั้นและการเจรจาหลายระดับ" นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรกล่าวเสริม
คำแถลงของ นายแอนดี เบอร์นแฮม (Andy Burnham) มีขึ้นในขณะที่ นายแอนเดร เฟโดรอฟ (Andrei Fedorov) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้ออกมาเน้นย้ำและยกระดับคำขู่จาก ทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ว่า โรงงานผลิตขีปนาวุธในยูเครนจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกองทัพรัสเซีย พร้อมทั้งเปิดช่องถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิด "ปฏิบัติการกึ่งทางการทหาร" (semi-military retaliation) โดย "แหล่งข่าวที่ไม่ปรากฏชื่อ" ต่อโรงงานผลิตโดรนในสหราชอาณาจักร
"มันอาจปรากฏในรูปแบบของบางสิ่งบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นกับบรรดาผู้ประกอบการ หรือโรงงานต่างๆ ที่กำลังผลิตโดรนให้แก่ยูเครน พวกเขาอาจถูกโจมตีได้ โดยไม่ได้ดำเนินการโดยรัสเซีย แต่มาจากแหล่งข่าวที่ไม่ปรากฏชื่อ" นายแอนเดร เฟโดรอฟ (Andrei Fedorov) ให้สัมภาษณ์ต่อ สถานีโทรทัศน์บีบีซี (BBC)
เขายังระบุเพิ่มเติมว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่าง "รุนแรง" จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในรัสเซียและสื่อมวลชนภายในประเทศ "ในการดำเนินมาตรการตอบโต้บางประการต่อสหราชอาณาจักร"
คำแถลงของ นายแอนเดร เฟโดรอฟ (Andrei Fedorov) เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ออกคำเตือนไปยัง สหราชอาณาจักร (UK) ถึง "ผลลัพธ์ที่จะตามมา" สืบเนื่องจากรายงานที่ระบุว่า ยูเครนได้ใช้โดรนที่ได้รับการสนับสนุนจากกรุงลอนดอนและผลิตโดยบริษัทสัญชาติอังกฤษ ในการโจมตีเป้าหมายภายในดินแดนของรัสเซีย
ขณะที่ สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงลอนดอน (Russian Embassy in London) ได้ออกมากล่าวหา สหราชอาณาจักร (UK) ว่ากำลังยกระดับสงครามกับยูเครนด้วยการจัดหาอาวุธดังกล่าว ในขณะที่ "แสดงละครเสแสร้งว่ามีความปรารถนาในสันติภาพ"
ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรได้ดำเนินนโยบายจัดส่งโดรนให้แก่ยูเครนมานานหลายปี เพื่อช่วยให้ กรุงเคียฟ (Kyiv) สามารถยืนหยัดต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีแสนยานุภาพสูงกว่าได้ โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร (UK Ministry of Defense) ได้ประกาศแผนการที่จะเร่งยกระดับการจัดส่งโดรนให้แก่ยูเครนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 150,000 ลำภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่เคยให้สัญญาไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ระดับ 120,000 ลำ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.yahoo.com/news/world/articles/british-pm-andy-burnham-eyes-132853020.html