.
แอนดี้ เบิร์ทแฮมจะเป็น “สตาร์มเมอร์แบบไม่มีสตาร์มเมอร์ ได้หรือไม่?
24-6-2026
บทความนี้เสนอว่า แม้แอนดี้ เบิร์นแฮมจะถูกนำเสนอในฐานะผู้นำคนใหม่ที่สามารถฟื้นฟูพรรคแรงงานของอังกฤษได้ แต่ในความเป็นจริง เขาอาจเป็นเพียงการสานต่อนโยบายและแนวทางทางการเมืองของเคียร์ สตาร์มเมอร์มากกว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
หลังจากสตาร์มเมอร์ลาออกเมื่อวันจันทร์ การแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานก็เริ่มต้นขึ้นทันที
เบิร์นฮม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาลของโทนี่ แบลร์ และ กอร์ดอน บราวน์ได้กลับเข้าสู่รัฐสภาหลังชนะการเลือกตั้งซ่อมที่เมืองเมเกอร์ฟิลด์ในเขตแมนเชสเตอร์เมื่อสัปดาห์ก่อน และถูกมองว่าแทบจะการันตีชัยชนะในการชิงตำแหน่งผู้นำพรรค
เมื่อ Wes Streeting ซึ่งเป็นผู้สมัครอีกคนหนึ่งออกมาสนับสนุน เบร์นแฮมโอกาสของเขาก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น หากเป็นไปตามคาด เบิร์นแฮมอาจได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยอาศัยคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งซ่อมในเขตเดียวที่มีผู้ลงคะแนนไม่ถึง 25,000 คน
เบิร์นแฮมบนโซเชียลมีเดียว่า “ประเทศคาดหวังความมั่นคง ความจริงจัง และการให้ความสำคัญกับประเด็นที่สำคัญที่สุด และนั่นคือสิ่งที่ประเทศจะได้รับ” “ขบวนการแรงงานแข็งแกร่งที่สุดเมื่อมองไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ และเราจะทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นกระบวนการฟื้นฟูพรรคและประเทศของเรา”
ภาพลักษณ์ของเบิร์นแฮม
มองผิวเผิน เบิร์นแฮมดูแตกต่างจากสตาร์มเมอร์อย่างชัดเจน
สตาร์มเมอร์ มักถูกวิจารณ์ว่าแข็งทื่อและขาดเสน่ห์ ขณะที่ เบิร์นแฮมพูดด้วยสำเนียงชนชั้นแรงงานจากภาคเหนือ สวมเสื้อเชิ้ตธรรมดาและกางเกงยีนส์ และพยายามสร้างภาพว่าตนแตกต่างจากชนชั้นการเมืองในกรุงลอนดอน
สื่ออังกฤษจำนวนมากยอมรับภาพลักษณ์นี้
หนังสือพิมพ์ Financial Times ระบุว่าเบิร์นแฮมนโยบายจากการพูดคุยกับประชาชนในซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่ The Times เขียนว่าความคิดทางการเมืองของเขาได้รับอิทธิพลจากประวัติศาสตร์คาทอลิกของภาคเหนือของอังกฤษและประสบการณ์ในวัยเด็กที่เคยเป็นเด็กช่วยพิธีในโบสถ์
หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาจะเป็นนายกรัฐมนตรีนิกายโรมันคาทอลิกคนแรกในประวัติศาสตร์อังกฤษ
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนบทความมองว่า เมื่อพิจารณาให้ลึกกว่าภาพลักษณ์เบิร์นแฮมกลับมีความคล้ายคลึงกับสตาร์มเมอร์ มากกว่าที่หลายคนคิด
เบิร์นแฮม กับสตาร์มเมอร์ต่างกันจริงหรือ?
แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะแตกต่าง แต่ทั้งสองคนมาจากสายการเมืองเดียวกัน
สตาร์มเมอร์จบจาก University of Oxford เบิร์นแฮมจาก University of Cambridge
ทั้งคู่เป็นตัวแทนของแนวทาง “New Labour” แบบสายกลางที่สืบทอดมาจาก Tony Blair มากกว่าฝ่ายซ้ายของ Jeremy Corbyn
ในปี 2015 ทั้งคู่พยายามสกัดไม่ให้ Corbyn ขึ้นเป็นผู้นำพรรค แต่ไม่สำเร็จ ต่อมาสตาร์มเมอร์เข้ารับตำแหน่งผู้นำพรรคในปี 2020 และปรับพรรคให้มีจุดยืนใกล้ชิดสหรัฐฯ และสนับสนุนอิสราเอลมากขึ้น บทความระบุว่า ไม่มีสัญญาณใดที่บ่งชี้ว่า เบิร์นแฮมเปลี่ยนทิศทางดังกล่าว
ปัญหาเรื่องอิสราเอลและปาเลสไตน์
บทความมองว่าจุดยืนของพรรคแรงงานต่อความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญ
เบิร์นแฮมของ Labour Friends of Israel เช่นเดียวกับสตาร์เมอร์
เขายังสนับสนุนการเคลื่อนไหวของสตาร์มเมอร์ที่นำไปสู่การขับ Corbyn ออกจากศูนย์กลางอำนาจของพรรค และเคยกล่าวว่าพรรคแรงงานกำลังเผชิญ “วิกฤตการต่อต้านชาวยิว”
ระหว่างการหาเสียงชิงตำแหน่งผู้นำพรรคในปี 2015 เบิร์นแฮมเคยกล่าวว่า หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี การเดินทางต่างประเทศครั้งแรกของเขาจะเป็นการเยือนอิสราเอล
บทความจึงสรุปว่า จุดยืนดังกล่าวไม่น่าจะช่วยดึงฐานเสียงฝ่ายซ้ายหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งมุสลิมกลับคืนมา
จุดยืนด้านสงครามและนโยบายต่างประเทศ
ในปี 2003 เบิร์นแฮมสนับสนุนการเข้าร่วมสงครามอิรักของสหราชอาณาจักร ซึ่งภายหลังเขาเรียกว่าเป็นการตัดสินใจที่ “ทรมานใจ”
เขายังสนับสนุน ยูเครนอย่างแข็งขัน และประกาศว่าจะ “ยืนเคียงข้างยูเครนตราบเท่าที่จำเป็น” บทความจึงมองว่า นโยบายต่างประเทศของ Burnham ไม่น่าจะแตกต่างจากรัฐบาลก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นการอพยพเข้าเมือง
เบิร์นแฮม จำนวนผู้อพยพเข้าสหราชอาณาจักรควรลดลงมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม บทความชี้ว่าจุดยืนในอดีตของเขาสวนทางกับคำกล่าวในปัจจุบัน ในปี 2015 เขาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น และในปี 2019 สนับสนุนสวัสดิการสำหรับผู้อพยพที่เพิ่งเดินทางมาถึง
ด้วยเหตุนี้ พรรค Reform UK ของ Nigel Farage จึงเรียกเขาว่า “Open Borders Burnham” หรือ เบิร์นแฮมผู้สนับสนุนพรมแดนเปิด”
นโยบายเศรษฐกิจและภาษี
บทความระบุว่า เบิร์นแฮมการใช้จ่ายภาครัฐในระดับสูง รวมถึง การแปรรูปกลับเป็นของรัฐ (nationalization) การควบคุมราคาพลังงาน การสร้างที่อยู่อาศัยสาธารณะ การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของเขา Miatta Fahnbulleh เคยเสนอ ภาษีความมั่งคั่ง (wealth tax)
ภาษีกำไรส่วนเกินของบริษัทพลังงาน การเพิ่มภาษีกำไรจากการลงทุน การเพิ่มภาษีทรัพย์สิน การเพิ่มภาษีเงินปันผล ผู้เขียนจึงมองว่า ผู้เสียภาษีอังกฤษอาจต้องรับภาระภาษีเพิ่มขึ้นหาก เบิร์นแฮมสู่อำนาจ
บทสรุปของบทความ
บทความสรุปว่า เบิร์นแฮมกำลังจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่หกของสหราชอาณาจักรในรอบเจ็ดปี ตามมุมมองของผู้เขียน เขาไม่ได้เสนอการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งใหญ่ในด้านเศรษฐกิจ นโยบายต่างประเทศ หรือการย้ายถิ่นฐาน
Nigel Farage วิจารณ์ว่า “แผนการบริหารประเทศของ เบิร์นแฮมคือการเป็นสตาร์มเมอร์ต่อไปในรูปแบบใหม่ และหวังว่าประชาชนจะไม่สังเกตเห็น”
ขณะเดียวกัน เบิร์นแฮมให้มีการถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นระเบียบ ส่วน Farage เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ อย่างไรก็ตาม สตาร์มเมอร์ยืนยันว่าพรรคแรงงานจะเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งภายในพรรค เพื่อพยายามรักษาอำนาจของพรรคต่อไปจนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า
ที่มา RT