.
เปิด 5 เส้นทางยุทธศาสตร์สำรองหาก "ช่องแคบมะละกา" ปิดตาย
7-5-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์พลังงานเตือนว่า ช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งใน “จุดคอขวด” (chokepoint) ทางการเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก กำลังกลายเป็นจุดเสี่ยงใหญ่ของวิกฤตพลังงานรอบใหม่ เนื่องจากมีเรือขนน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านคิดเป็นราว 30% ของปริมาณการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก
ในกรณีที่ช่องแคบมะละกาต้องปิดหรือการเดินเรือถูกรบกวนอย่างรุนแรง ทางเลือกหลักในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ เส้นทางเดินเรือทางทะเลทางเลือก และเส้นทางภาคพื้นดิน–ท่อพลังงาน ที่สามารถช่วยบรรเทาความตึงเครียดได้บางส่วน แม้จะมีต้นทุนและข้อจำกัดสูงกว่าก็ตาม
ช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) ถือเป็นหนึ่งในจุดอับทางยุทธศาสตร์ (Chokepoints) ที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยเป็นเส้นทางหลักที่รองรับการขนส่งน้ำมันทางทะเลในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 30 ของการไหลเวียนน้ำมันทั่วโลก ส่งผลให้พื้นที่นี้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นจุดปะทุของวิกฤตพลังงานครั้งใหม่ได้ทุกเมื่อ
จากการวิเคราะห์เส้นทางเดินเรือทางเลือก (Alternative maritime routes) พบว่ามีเส้นทางผ่านจุดอับในมหาสมุทรแปซิฟิก 3 แห่งภายในหมู่เกาะของประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ที่สามารถใช้เป็นทางเบี่ยงได้ แต่ต้องแลกด้วยระยะทางที่ไกลขึ้นและต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่:
ช่องแคบซุนดา (Sunda Strait): มีความกว้างแคบที่สุดประมาณ 24 กิโลเมตร
ช่องแคบลอมบอกและช่องแคบมากัสซาร์ (Lombok and Makassar Straits): มีความกว้างประมาณ 20 กิโลเมตร
ช่องแคบออมไบ-เวตาร์ (Ombai–Wetar Straits): ตั้งอยู่ใกล้ประเทศติมอร์ (Timor) มีความกว้างประมาณ 27 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังมี Northern Sea Route (NSR) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือผ่านแถบอาร์กติกของประเทศรัสเซีย (Russia) ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการขนส่งพลังงานมุ่งหน้าสู่ทวีปเอเชีย (Asia)
ในส่วนของเส้นทางบนบก (Land-based routes) มีโครงการยุทธศาสตร์ที่สำคัญดังนี้:
โครงการแลนด์บริดจ์ประเทศไทย (Thailand Land Bridge): ข้อเสนอการเชื่อมต่อผ่านระบบราง ถนน และท่อส่งน้ำมัน ระยะทาง 90 กิโลเมตร ข้ามคอคอดกระ เพื่อเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าด้วยกัน
ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (China–Myanmar Economic Corridor - CMEC): โครงการท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียเข้าสู่ประเทศจีน (China) ผ่านประเทศเมียนมา (Myanmar) โดยมีขีดความสามารถในการขนส่ง 442,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งยังถือว่าห่างไกลจากปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่านช่องแคบมะละกาที่มีสูงถึง 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China–Pakistan Economic Corridor - CPEC): ข้อเสนอโครงการท่อส่งน้ำมันระยะทาง 3,600 กิโลเมตร จากท่าเรือกวาดาร์ (Gwadar Port) มุ่งหน้าสู่เขตปกครองตนเองซินเจียง (Xinjiang) ของจีน โดยมีขีดความสามารถคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
บทสรุปเชิงวิเคราะห์ระบุว่า ในปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางใดในบรรดาข้อเสนอทั้งหมดที่สามารถทดแทนช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้พื้นที่นี้ยังคงสถานะจุดอับทางยุทธศาสตร์โลกที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในปัจจุบัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/SputnikInt/status/2052030875823693851?s=20