.
ศึกอิหร่านทดสอบบทบาทผู้นำ BRICS ของอินเดีย หลังกลุ่มเสียงแตกเรื่องสงครามตะวันออกกลาง
1-5-2026
SCMP รายงานว่า สงครามอิหร่านพ่นพิษ บททดสอบภาวะผู้นำอินเดียท่ามกลางคำถามถึง "ความเกี่ยวข้องทางการเมือง" ของกลุ่ม BRICS
วิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้กลายเป็นบททดสอบสำคัญต่อภาวะผู้นำของอินเดีย (India) ในฐานะประธานกลุ่ม BRICS หลังจากที่สมาชิกทั้ง 10 ประเทศไม่สามารถบรรลุฉันทามติหรือออกแถลงการณ์ร่วมต่อสถานการณ์สงครามได้ในการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ณ กรุงนิวเดลี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ความล้มเหลวในการสร้างจุดยืนร่วมกันสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสมาชิกใหม่อย่าง อิหร่าน (Iran) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ต่างตกอยู่ในสถานะ "คู่สงคราม" (Belligerents) ในความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอล (Israel) เปิดฉากโจมตีกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ความแตกแยกภายในและขีดจำกัดของฉันทามติ
นายรันธีร์ ไจสวาล (Randhir Jaiswal) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ยอมรับว่าที่ประชุมไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันอย่างรุนแรงต่อกรณี "เอเชียตะวันตก" ทำให้อินเดียในฐานะประธานต้องออกเพียง "เอกสารสรุปผลการหารือ" (Chair's Summary) ที่มีน้ำหนักน้อยกว่าแถลงการณ์ร่วมอย่างมาก
นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันให้ความเห็นต่อสถานการณ์นี้ดังนี้:
ความเสียหายต่อภาพลักษณ์อินเดีย: เจมส์ ชิน (James Chin) จากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย มองว่าความล้มเหลวครั้งนี้ส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือทางการทูตของอินเดียมากกว่าตัวกลุ่ม BRICS เอง โดยอินเดียควรจะบริหารจัดการให้เกิดแถลงการณ์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแทนการออกเพียงเอกสารสรุป
ความล้มเหลวของฐานะตัวแทน Global South: ศาสตราจารย์ราชัน กุมาร (Rajan Kumar) จากมหาวิทยาลัยชวาหะลาล เนรู ระบุว่าการที่ BRICS ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมปกป้องสมาชิกอย่างอิหร่านที่ถูกโจมตีได้ สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มขาดกลไกในการระงับข้อพิพาทภายในและไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงที่มีประสิทธิภาพให้กับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) ได้
อุปสรรคจากนโยบาย "เล่นหลายขั้ว": รุชาลี สห (Rushali Saha) จาก Horizon Intelligence ตั้งข้อสังเกตว่าอินเดียเผชิญความยากลำบากในการรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและโลกมุสลิม ต่างจากบราซิล (Brazil) ที่เคยเป็นประธานในปี 2025 และสามารถออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีอิหร่านได้อย่างเป็นเอกฉันท์
ปัจจัยแทรกซ้อนทางยุทธศาสตร์
นอกจากความขัดแย้งระหว่างสมาชิกที่เป็นคู่สงครามแล้ว ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ลังเลที่จะแสดงจุดยืนที่อาจสร้างความไม่พอใจต่อวอชิงตัน ขณะเดียวกันอินเดียยังต้องปกป้องผลประโยชน์ในโครงการลงทุนกับอิหร่านและข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับ UAE
สถานการณ์ปัจจุบันนำไปสู่คำถามสำคัญเกี่ยวกับ "ความเกี่ยวข้องทางการเมือง" (Political Relevance) ของกลุ่ม BRICS ว่าจะเป็นเพียงเวทีเจรจาทางเศรษฐกิจหรือจะสามารถยกระดับเป็นกลไกภูมิรัฐศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลได้จริงหรือไม่ โดยการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเดือนหน้าจะเป็นตัวตัดสินว่าอินเดียจะสามารถกอบกู้เอกภาพของกลุ่มกลับมาได้ทันก่อนการประชุมสุดยอดประจำปีในเดือนกันยายนหรือไม่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/3352055/iran-war-tests-indias-brics-leadership-political-relevance-questions-mount?module=top_story&pgtype=homepage