.
EU โอนผลกำไร 1,400 ล้านยูโร จาก 'สินทรัพย์รัสเซียที่ถูกอายัด' ส่งมอบให้ 'ยูเครนช่วยสู้ศึกสงคราม'
6-8-2026
European Union รายงานว่า EU รับโอนผลกำไร 1,400 ล้านยูโรจากสินทรัพย์รัสเซียที่ถูกอายัด ส่งต่อให้ยูเครนสู้รบต่อ ยอดสะสมแตะ 8,000 ล้านยูโร สหภาพยุโรป (EU) ได้รับรายได้อีก 1.4 พันล้านยูโรจากผลกำไรพิเศษที่เกิดจากดอกเบี้ยบนเงินสดซึ่งมาจากสินทรัพย์ของธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) ที่ถูกอายัดไว้และเก็บอยู่ใน Central Securities Depositories (CSDs) โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้สนับสนุนยูเครน ท่ามกลางสงครามที่ยังยืดเยื้อกับรัสเซีย
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) ได้รับเงินจำนวน 1.4 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นกำไรพิเศษจากผลพลอยได้ (Windfall Profits) ที่เกิดจากดอกเบี้ยของยอดคงเหลือเงินสด อันมีต้นทางมาจากสินทรัพย์สำรองของ ธนาคารกลางรัสเซีย (Central Bank of Russia: CBR) ซึ่งถูกอายัดไว้ใน สถาบันรับฝากหลักทรัพย์ส่วนกลาง (Central Securities Depositories: CSDs)
การได้รับเงินจำนวนดังกล่าวนับเป็นนับเป็นส่งมอบเงินงวดที่ 5 แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นต่อจากการส่งมอบเงินงวดที่ 4 ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2026 โดยครอบคลุมรายได้สะสมที่เกิดขึ้นตลอดช่วงครึ่งแรกของปี ค.ศ. 2026
นับตั้งแต่มีการอายัดสินทรัพย์ของ ประเทศรัสเซีย (Russia) เป็นต้นมา สินทรัพย์ดังกล่าวได้สร้างกำไรพิเศษจากผลพลอยได้รวมแล้วทั้งสิ้นกว่า 8 พันล้านยูโร
นางอัวร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) กล่าวว่า "ประเทศรัสเซีย (Russia) จะต้องชดใช้ค่าเสียหายต่อการทำลายล้างที่ตนเองได้ก่อขึ้น และเรากำลังนำรายได้ที่ได้จากสินทรัพย์ของรัสเซียที่ถูกอายัดมาใช้เพื่อให้มั่นใจว่ารัสเซียจะชดใช้ตามนั้น" ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุเพิ่มเติมว่า "เรากำลังจัดสรรเงินเพิ่มเติมอีกจำนวน 1.4 พันล้านยูโรให้แก่ ประเทศยูเครน (Ukraine) ซึ่งเงินจำนวนนี้จะเข้าช่วยเหลือการต้านทานอย่างต่อเนื่องของยูเครนต่อสงครามอันผิดกฎหมายของรัสเซีย"
เงินงบประมาณเหล่านี้มาจากสินทรัพย์ของ ธนาคารกลางรัสเซีย (Central Bank of Russia: CBR) ที่ถูกอายัดภายใต้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจของ สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งประกาศใช้เพื่อตอบโต้สงครามก้าวร้าวของ ประเทศรัสเซีย (Russia) ที่มีต่อ ประเทศยูเครน (Ukraine)
ในขณะที่ตัวสินทรัพย์หลักยังคงถูกอายัดไว้อย่างเข้มงวด แต่ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากยอดเงินสดนั้นไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของ ประเทศรัสเซีย (Russia) อีกต่อไป
ตามข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) และ ผู้แทนทรงอิทธิพลฝ่ายการต่างประเทศและความมั่นคง (High Representative) คณะรัฐมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) จึงได้มีมติเห็นชอบให้นำผลกำไรสุทธิเหล่านี้ไปใช้ในการสนับสนุน ประเทศยูเครน (Ukraine)
มาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ สหภาพยุโรป (EU) ที่จะยืนหยัดเคียงข้าง ประเทศยูเครน (Ukraine) ตราบเท่าที่จำเป็น เงินรายได้จำนวน 95% จะถูกนำไปใช้ช่วยเหลือ ประเทศยูเครน (Ukraine) ผ่าน กลไกความร่วมมือด้านเงินกู้แก่ยูเครน (Ukraine Loan Cooperation Mechanism: ULCM) ขณะที่อีก 5% จะถูกส่งมอบผ่าน กองทุนความสงบสุขแห่งยุโรป (European Peace Facility: EPF)
สำหรับ กลไกความร่วมมือด้านเงินกู้แก่ยูเครน (ULCM) จะทำหน้าที่มอบทุนสนับสนุนแบบไม่ต้องชดใช้คืน เพื่อช่วยเหลือ ประเทศยูเครน (Ukraine) ในการชำระคืนเงินกู้ความช่วยเหลือทางการเงินระดับมหภาคของ สหภาพยุโรป (EU) ที่ได้เบิกจ่ายไปตลอดปี ค.ศ. 2025
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการชำระคืนเงินกู้ที่ได้รับจากกลุ่มประเทศผู้ให้กู้ทวิภาคี G7 ภายใต้โครงการ ข้อตกลงเงินกู้เร่งด่วนจากรายได้พิเศษของกลุ่ม G7 (G7 Extraordinary Revenue Acceleration Loans: ERA Loans) ซึ่งยอดรวมการสนับสนุนภายใต้เงินกู้ ERA นี้มีมูลค่าสูงถึง 45 พันล้านยูโร
ในอีกด้านหนึ่ง กองทุนความสงบสุขแห่งยุโรป (EPF) จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ ประเทศยูเครน (Ukraine) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนทางทหารและการป้องกันประเทศ
หากย้อนดูภูมิหลัง เพื่อเป็นการตอบโต้การรุกราน ประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างรุนแรงและไร้ความชอบธรรมของ ประเทศรัสเซีย (Russia) ทาง สหภาพยุโรป (EU) และประเทศสมาชิก ได้ร่วมกันอนุมัติมาตรการจำกัดและมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจหลายชุดต่อ ประเทศรัสเซีย (Russia)
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลงโทษเหล่านี้ สินทรัพย์ของ ธนาคารกลางรัสเซีย (Central Bank of Russia: CBR) ที่ถือครองไว้ในเขต สหภาพยุโรป (EU) จึงถูกอายัดไว้ทั้งหมด
การห้ามทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์และทุนสำรองของ ธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) รวมถึงหน่วยงานในเครือ ได้ส่งผลให้เกิดการสะสมของเงินสดและเงินฝากในงบการเงินของ สถาบันรับฝากหลักทรัพย์ส่วนกลาง (CSDs) จากตราสารทางการเงินที่ครบกำหนดชำระ จนก่อให้เกิดรายได้พิเศษจำนวนมหาศาล
สืบเนื่องจากข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) และ ผู้แทนทรงอิทธิพลฝ่ายการต่างประเทศและความมั่นคง (High Representative) ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024 คณะรัฐมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) จึงได้มีมติว่า สถาบันรับฝากหลักทรัพย์ส่วนกลาง (CSDs) ที่ถือครองสินทรัพย์และทุนสำรองของ ธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) เกินกว่า 1 ล้านยูโรขึ้นไป จะต้องกันยอดเงินสดพิเศษที่สะสมขึ้นมา และห้ามจำหน่ายจ่ายโอนรายได้สุทธิที่เกิดจากสินทรัพย์เหล่านั้น
ต่อมาจากการยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมในเดือนมีนาคม เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2024 คณะรัฐมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) ได้ผ่านความเห็นชอบตราสารกฎหมายหลายฉบับ เพื่อเปิดทางให้สามารถนำกำไรสุทธิเหล่านี้ไปใช้เพื่อประโยชน์ของ ประเทศยูเครน (Ukraine) ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กระทั่งในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2025 คณะรัฐมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) ได้มีมติห้ามการโอนสินทรัพย์ที่ถูกอายัดของ ธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) กลับไปยัง ประเทศรัสเซีย (Russia) ในรูปแบบที่ยั่งยืนและมีผลผูกพันถาวรยิ่งขึ้น โดยอาศัยอำนาจตาม กฎระเบียบ Regulation 2025/2600 ซึ่งใช้ มาตรา 122 แห่งสนธิสัญญาว่าด้วยการทำงานของสหภาพยุโรป (Article 122 TFEU) เป็นฐานทางกฎหมายรองรับ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/vonderleyen/status/2084915907915137343?s=20