.
ญี่ปุ่นเผยสมุดปกขาวกลาโหม เตือนภัยความมั่นคงร้ายแรง จับตาจีน-รัสเซีย-เกาหลีเหนือประสานกำลังทหาร สั่นคลอนเสถียรภาพเอเชีย
5-8-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ญี่ปุ่นระบุว่า ความร่วมมือทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีน (China), รัสเซีย (Russia) และเกาหลีเหนือ (North Korea) กำลังยกระดับความเสี่ยงด้านความมั่นคงของญี่ปุ่น โดยสมุดปกขาวด้านกลาโหมฉบับล่าสุดของโตเกียวชี้ถึงการลาดตระเวนร่วมของเครื่องบินทิ้งระเบิดจีน-รัสเซียที่มีท่าทีท้าทายมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนของมอสโกต่อการปรับปรุงกองทัพของเปียงยาง
การประสานความร่วมมือทางการทหารที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างประเทศจีน (China), ประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศเกาหลีเหนือ (North Korea) กำลังยกระดับความเสี่ยงด้านความมั่นคงให้แก่ประเทศญี่ปุ่น (Japan) อย่างมีนัยสำคัญ ทางการกรุงโตเกียว (Tokyo) ได้ระบุไว้ในสมุดปกขาวด้านการป้องกันประเทศ (Defense White Paper) ฉบับล่าสุด ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตระเวนทางอากาศด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดผสมระหว่างจีนและรัสเซียที่มีลักษณะยั่วยุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนการที่กรุงมอสโก (Moscow) ให้การสนับสนุนการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ทางการทหารของประเทศเกาหลีเหนือ (North Korea) ให้มีความทันสมัย
รายงานดังกล่าว ซึ่งเป็นการประเมินสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงรอบประเทศญี่ปุ่น (Japan) เป็นประจำทุกปี ได้บันทึกเหตุการณ์การลาดตระเวนของเครื่องบินทิ้งระเบิดสังกัดจีนและรัสเซียเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ฝูงบินดังกล่าวได้ทำการบินมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของกรุงโตเกียว (Tokyo) หลังจากบินผ่านเกาะทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น (Japan) ก่อนที่เครื่องบินเหล่านั้นจะทำการบินวนกลับก่อนที่จะรุกล้ำเข้าสู่น่านฟ้าของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ประเทศจีน (China) และประเทศรัสเซีย (Russia) ยังได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าร่วมเส้นทางบินในลักษณะเดียวกันนี้อีกครั้งในเดือนมิถุนายนของปีนี้
"การปฏิบัติการบินร่วมกันของเครื่องบินทิ้งระเบิดและภารกิจซ้อมรบทางทะเลระหว่างจีนกับรัสเซีย มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการแสดงกำลังเพื่อข่มขู่ประเทศของเรา และถือเป็นข้อวิตกกังวลที่รุนแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติ" ข้อความตอนหนึ่งในสมุดปกขาวกลาโหมซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารระบุ ทั้งนี้ ภารกิจการบินร่วมกันของเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์จีน-รัสเซียใกล้พื้นที่ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ถูกจัดขึ้นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งนับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ทว่าการซ้อมรบที่เริ่มมีความก้าวร้าวเด็ดขาดมากขึ้นเรื่อยๆ นี้ เกิดขึ้นในขณะที่กรุงปักกิ่ง (Beijing) พยายามกดดัน นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan) ให้ถอนคำพูดที่เธอได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเกี่ยวกับประเด็นเกาะไต้หวัน (Taiwan)
ปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศจีน (China) และประเทศรัสเซีย (Russia) กำลังประสานงานกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการส่งสัญญาณทางการเมืองผ่านการซ้อมรบทางการทหาร ตามทัศนะของ นายริโฮ ไอซาวะ (Riho Aizawa) นักวิจัยจากสถาบันการศึกษาเพื่อการป้องกันประเทศแห่งญี่ปุ่น (National Institute for Defense Studies) ณ กรุงโตเกียว (Tokyo) โดยนายริโฮ ไอซาวะ ได้เขียนไว้ในรายงานฉบับล่าสุดว่า "ในขณะนี้ ประเทศจีน (China) และประเทศรัสเซีย (Russia) มีความสัมพันธ์ในรูปแบบที่จีนสามารถใช้ประโยชน์จากกำลังทางทหารของรัสเซียในการเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศญี่ปุ่น (Japan) ในช่วงเวลาที่เอื้อต่อผลประโยชน์ทางการเมืองของจีนได้"
ในช่วงปีนี้ กองทัพของประเทศญี่ปุ่น (Japan) จำเป็นต้องออกปฏิบัติการตอบโต้ภัยคุกคามทางอากาศร่วมระหว่างจีนและรัสเซียถี่ครั้งยิ่งขึ้น ข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น (Ministry of Defense) ที่เปิดเผยในเดือนกรกฎาคม แสดงให้เห็นว่าจำนวนครั้งของการส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดกั้น (Scrambles) เพื่อเฝ้าระวังเครื่องบินทหารของจีนหรือรัสเซียที่บินเข้าใกล้ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ในไตรมาสแรกของปีนี้ ได้พุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี
นอกเหนือจากภัยคุกคามทางอากาศแล้ว ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ยังเพิ่มความระมัดระวังต่อกิจกรรมทางเรือของจีนและรัสเซียรอบหมู่เกาะของตน โดยในเดือนกรกฎาคม ทางการกรุงโตเกียว (Tokyo) เปิดเผยว่าได้ตรวจพบเรืออัปสปายรบพิฆาตของประเทศจีน (China) เปิดฉากยิงปืนกลภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone: EEZ) บริเวณเกาะแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Ocean) ซึ่งก่อนหน้านี้ เรือพิฆาตลำดังกล่าวถูกพบว่ากำลังแล่นร่วมกับเรือฟริเกตของประเทศรัสเซีย (Russia) และเรือรบอีกลำของประเทศจีน (China) ในบริเวณใกล้เคียง
รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า สนธิสัญญาพันธมิตรทางการทหารระหว่างประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศเกาหลีเหนือ (North Korea) ที่ได้รับการลงนามในปี 2024 กำลังทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาคลังอาวุธของกรุงเปียงยาง (Pyongyang) โดยเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าที่ "รวดเร็วเป็นพิเศษ" ของเกาหลีเหนือในการพัฒนาขีปนาวุธ ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Missiles) ขั้นสูง โดยสมุดปกขาวระบุว่า "ความร่วมมือทางการทหารกับประเทศรัสเซีย (Russia) ก่อให้เกิดความกังวลว่า ขีดความสามารถทางการทหารของประเทศเกาหลีเหนือ (North Korea) จะเพิ่มสูงขึ้นทั้งในระยะกลางและระยะยาว"
แม้ว่าจะยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงการประสานงานทางการทหารแบบสามฝ่ายอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศจีน (China), ประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศเกาหลีเหนือ (North Korea) แต่สมุดปกขาวของญี่ปุ่นก็ได้บันทึกถึงการปรากฏตัวร่วมกันของผู้นำทั้งสามประเทศในพิธีสวนสนามทางการทหาร ณ กรุงปักกิ่ง (Beijing) เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และเป็นครั้งแรกที่สมุดปกขาวฉบับนี้ได้เพิ่มหมวดเฉพาะว่าด้วยความพยายามของประเทศญี่ปุ่น (Japan) ในการสร้างสรรค์และยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น ตลอดจนให้ความสำคัญกับบทบาทของโดรน (Drones) และเทคโนโลยีอย่าง AI (Artificial Intelligence) ที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับการสงครามสมัยใหม่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-08-04/japan-defense-report-warns-on-china-russia-nk-military-links?srnd=phx-politics