.
สหรัฐฯ ทุ่มกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ “เร่งผลิตชิ้นส่วนขีปนาวุธ Patriot - THAAD” หลังสต๊อกอาวุธลดลงจากสงครามยูเครน-อิหร่าน
4-8-2026
สำนักช่าว SCMP รายงานว่า สหรัฐฯ (US) บรรลุข้อตกลงมูลค่ามากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ร่วมกับบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) และบริษัท นอร์ธรอป กรัมแมน (Northrop Grumman) เพื่อเร่งกำลังการผลิตชิ้นส่วนขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบพาทริออต (Patriot) และระบบธาด (THAAD) หลังจากความขัดแย้งในประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศยูเครน (Ukraine) ส่งผลกระทบสร้างความตึงตัวแก่คลังอาวุธสำรองของประเทศสหรัฐฯ (US) อย่างหนัก
ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งประกาศโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) และบริษัท นอร์ธรอป กรัมแมน (Northrop Grumman) เมื่อวันจันทร์ มีขึ้นตามหลังการประกาศสัญญาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 5.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นพาทริออต (Patriot)
ที่ผ่านมา ประเทศสหรัฐฯ (US) ได้จัดส่งยุทโธปกรณ์จำนวนมากให้แก่บรรดามิตรประเทศ พร้อมๆ กับการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ในความขัดแย้งกับประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งจุดกระแสความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปริมาณคลังอาวุธยุทโธปกรณ์ป้องกันภัยทางอากาศและอาวุธนำวิถีแม่นยำสูง
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า ข้อตกลงกรอบทำงาน (framework deal) ฉบับนี้ จะช่วยขยายกำลังการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นพาทริออต (Patriot) เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า และขยายกำลังการผลิตระบบธาด (THAAD) เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า
ขณะเดียวกัน สถาบันการศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (Centre for Strategic and International Studies: CSIS) ซึ่งเป็นคลังสมองวิจัยในกรุงวอชิงตัน (Washington) ประเมินเมื่อเร็วๆ นี้ว่า กองทัพสหรัฐฯ มีขีปนาวุธสกัดกั้นพาทริออต (Patriot) สำรองไว้ในคลังน้อยกว่า 1,000 ลูก และมีขีปนาวุธสกัดกั้นธาด (THAAD) น้อยกว่า 250 ลูก ซึ่งทั้งสองระบบถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศสหรัฐฯ (US)
ระบบป้องกันภัยทางอากาศทั้งสองชนิดถูกนำไปใช้งานอย่างหนักในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) ส่งผลให้ทีมเจรจาของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) ต้องเร่งกดดันให้ผู้รับเหมาภาคเอกชนดำเนินงานอย่างรวดเร็วขึ้นตามข้อตกลงการผลิตเบื้องต้นที่เคยทำไว้เมื่อช่วงต้นปี เพื่อยกระดับปริมาณผลผลิตขีปนาวุธให้ทันต่อสถานการณ์
ด้านประเทศยูเครน (Ukraine) กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนขีปนาวุธพาทริออต (Patriot) อย่างเรื้อรัง ซึ่งขีปนาวุธระบบดังกล่าวยังคงเป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวในคลังยุทโธปกรณ์ของประเทศยูเครน (Ukraine) ที่มีความสามารถในการยิงตกขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missiles) ได้
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) เสริมว่า ข้อตกลงฉบับนี้จะช่วยจัดตั้งแหล่งผลิตแห่งที่สองสำหรับมอเตอร์เชื้อเพลิงแข็งขีปนาวุธ PAC-3 (PAC-3 solid rocket motors) พร้อมทั้งยกระดับอัตราการผลิตระบบจุดชนวนเพื่อความปลอดภัย (ignition safety devices) ให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ ประเทศสหรัฐฯ (US) ยังได้บรรลุข้อตกลงกรอบทำงานในลักษณะเดียวกันกับบริษัท อาร์ทีเอ็กซ์ (RTX) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท เรธีออน (Raytheon) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธร่อนทามาฮอว์ก (Tomahawk cruise missiles) จากอัตราปัจจุบันที่ผลิตได้ประมาณ 60 ลูกต่อปีสำหรับกองทัพสหรัฐฯ ให้ขยับขึ้นเป็น 1,000 ลูกต่อปีในท้ายที่สุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/bvryk?utm_source=copy-link&utm_campaign=3362841&utm_medium=share_widget