.
ทรัมป์ประกาศเตรียมโจมตีอิหร่านอย่างหนัก เพื่อตอบโต้ "การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว" ต่อกองกำลังสหรัฐฯ
30-7-2026
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาจะสั่งเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างหนัก เพื่อตอบโต้สิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น "การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว" (Surprise Attack) ต่อกองกำลังสหรัฐฯ ในช่วงข้ามคืน ซึ่งทำให้ช่วงเวลาหยุดการสู้รบหลายวันในตะวันออกกลางต้องสิ้นสุดลง
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของ Fox News ว่า "เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก พวกเขาจะได้รับบทเรียนครั้งใหญ่" จากนั้นทรัมป์กล่าวเพิ่มเติม ซึ่ง Fox News รายงานโดยปกปิดคำหยาบบางส่วนว่า "เราจะจัดการพวกมันอย่างหนัก"
อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command – CENTCOM) ระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกล (Ballistic Missiles) เข้าใส่กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเมื่อช่วงดึกของวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากทั้งสองฝ่ายเพิ่งหยุดการสู้รบได้เพียงช่วงสั้น ๆ
CENTCOM ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การโจมตีมีต้นทางจากอิหร่าน แต่ขีปนาวุธทั้งหมดถูกสกัดไว้ได้
แถลงการณ์ระบุว่า "กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกจากอิหร่าน ในความพยายามโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวต่อกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง"
ทรัมป์กล่าวกับ Fox News เมื่อเช้าวันพุธว่า ทหารสหรัฐฯ มีเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการยิงสกัดขีปนาวุธที่พุ่งเข้ามา
มีรายงานว่าเป้าหมายคือฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
แม้ CENTCOM จะไม่ได้ระบุว่า ขีปนาวุธมีเป้าหมายที่ใด แต่สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปยังฐานทัพของสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดน
สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียตอบโต้ด้วยการโจมตีในอิรัก
ต่อมา CENTCOM แถลงผ่าน X ว่า กองกำลังสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้ร่วมกันโจมตี "ฐานส่งกำลังบำรุงและคลังอาวุธของกลุ่มก่อการร้ายหลายแห่ง" ในพื้นที่ทางตะวันออกของอิรัก เมื่อวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนมากกว่า 30 ครั้ง ในช่วงสามวันที่ผ่านมา ซึ่ง CENTCOM ระบุว่าเป็นฝีมือของ "กลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน"
ซาอุดีอาระเบีย: ไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้ง แต่พร้อมตอบโต้
กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีดังกล่าวดำเนินการร่วมกับ CENTCOM
พร้อมย้ำว่า ซาอุดีอาระเบีย ไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย แต่จะตอบโต้ต่อการกระทำที่เป็นการรุกรานทุกกรณี
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า โดรนที่ถูกปล่อยจากอิรักโดย "กองกำลังติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน" ได้พยายามโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านปิโตรเลียมของประเทศ
กองกำลัง PMF เผยมีสมาชิกเสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน
ด้าน กองกำลัง Popular Mobilization Forces (PMF) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรัก ออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาวันอังคารว่า
การโจมตีดังกล่าวทำให้สมาชิกของกองกำลังเสียชีวิต อย่างน้อย 20 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 32 คน.
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หลังการสู้รบกลับมาปะทุอีกครั้ง
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาทวีความรุนแรง หลังจากช่วงหยุดการสู้รบระหว่างกรุงวอชิงตันและกรุงเตหะรานเป็นเวลา 2 วัน สิ้นสุดลง ส่งผลให้ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลงติดต่อกัน 3 วัน
ก่อนหน้านี้ The New York Times รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ชะลอแผนการยกระดับสงครามกับอิหร่าน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณคงคลังของขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot และกระสุนสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ปฏิเสธความกังวลดังกล่าว โดยระบุว่าเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการลดลงของคลังอาวุธ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อวันอาทิตย์ โดยอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านว่า อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าจะ ยุติการโจมตี ตราบใดที่สหรัฐฯ ไม่เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน
มีรายงาน "กิจกรรมน่าสงสัย" ในทะเลแดง
แยกจากสถานการณ์ดังกล่าว ศูนย์ประสานงานการค้าเพื่อความมั่นคงทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UK Maritime Trade Operations Centre: UKMTO) รายงานผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า พบ "กิจกรรมน่าสงสัย" ในทะเลแดง
หน่วยงานระบุว่า กัปตันเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดขณะแล่นผ่านบริเวณตอนใต้ของทะเลแดง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ประกาศแจ้งเตือนถูกเผยแพร่ในวันอังคาร
ยังไม่ยืนยันว่าเป็นฝีมือของกลุ่มฮูตี
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าเหตุการณ์ที่มีรายงานนั้นเป็นฝีมือของ กลุ่มฮูตี ในทะเลแดงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้อ้างว่าเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่ซาอุดีอาระเบียจะตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหาร
ช่องแคบบับอัลมันเดบ จุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมัน
ช่องแคบบับอัลมันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) ในทะเลแดง เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะน้ำมันที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยง ช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ ช่องแคบแห่งนี้ยังเป็น จุดคอขวด (Chokepoint) ที่สำคัญของการขนส่งสินค้าทางทะเลของโลก
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากช่องแคบบับอัลมันเดบถูกปิด การส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวจะหยุดชะงัก และจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตด้านอุปทานน้ำมันที่เกิดขึ้นจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน.
ที่มา CNBC