.
สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทเดินเรือจีน-ฮ่องกง ขนส่งน้ำมันอิหร่าน เล็งลงโทษสถาบันการเงินต่างชาติ อายัดทรัพย์สิน
30-7-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า สหรัฐ (US) ประกาศคว่ำบาตรบริษัทเดินเรือจากจีนแผ่นดินใหญ่ (China) และฮ่องกง (Hong Kong) หลายแห่ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จากข้อกล่าวหาว่าดำเนินการเรือบรรทุกน้ำมันที่ขนส่งน้ำมันดิบจากอิหร่าน (Iran) ไปยังจีน ขยายมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะรานควบคู่กับการใช้กำลังทางเรือของสหรัฐ
ประเทศสหรัฐฯ (US) ได้ประกาศบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ต่อกลุ่มบริษัทเดินเรือในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง (Hong Kong) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าบริหารจัดการเรือบรรทุกน้ำมันที่ทำหน้าที่ขนส่งน้ำมันของประเทศอิหร่าน (Iran) ไปยังประเทศจีน (China) อันเป็นการขยายผลแคมเปญกดดันทางเศรษฐกิจของกรุงวอชิงตัน (Washington) ต่อกรุงเตหะราน (Tehran) ควบคู่ไปกับยุทธการปิดล้อมทางทะเล (naval blockade)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (US Department of State) เปิดเผยว่า บริษัทจำนวน 8 แห่งได้รับการระบุชื่อในมาตรการคว่ำบาตร จากการบริหารจัดการเรือบรรทุกน้ำมันที่ทำหน้าที่ขนย้ายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของประเทศอิหร่าน (Iran) ไปยังประเทศจีน (China) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates: UAE) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ "กองเรือเงา" ("shadow fleet") ที่หลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของอิหร่าน
เรือจำนวน 6 ลำจากทั้งหมด 8 ลำที่ระบุโดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Department of the Treasury) ถูกเจาะจงกล่าวหาว่าขนส่งน้ำมันดิบของอิหร่านไปยังประเทศจีน (China) โดยในบางกรณีมีการขนส่งน้ำมันปริมาณหลายล้านบาร์เรลในช่วงปี 2026
"การระบุมาตรการคว่ำบาตรในวันนี้ ทำหน้าที่สนับสนุนการบังคับใช้ยุทธการปิดล้อมของกองทัพเรือสหรัฐฯ (US Navy) ต่อท่าเรือและแนวชายฝั่งของประเทศอิหร่าน (Iran)" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นาย ทอมมี พิก็อตต์ (Tommy Pigott) กล่าว
การดำเนินการในครั้งนี้ยังมุ่งเป้าไปที่สองบริษัทของประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าบีบบังคับเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ให้ต้องเข้าซื้อประกันภัยทางทะเลเพื่อคุ้มครองความเสี่ยง ซึ่งรวมถึงการยึดเรือ ซึ่งกรุงวอชิงตัน (Washington) ระบุว่าเป็นความเสี่ยงที่ถูกสร้างขึ้นโดยกรุงเตหะราน (Tehran) เอง
ทั้งนี้ สำนักข่าว เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ (South China Morning Post) ได้ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน (Washington) เพื่อขอความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า หนึ่งในบริษัทบริหารจัดการเรือที่ถูกคว่ำบาตรมีฐานการดำเนินงานอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่อีกห้าแห่งมีฐานตั้งอยู่ในฮ่องกง (Hong Kong) ทั้งหมดหรือบางส่วน
"ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ดิ่งลงอย่างหนักและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงถึงระดับสามหลัก ระบอบปกครองดังกล่าวจึงมีความต้องการเงินสดอย่างกะทันหันและดิ้นรนอย่างยิ่ง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นาย สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) กล่าว
"ประเทศสหรัฐฯ (US) จะไม่ยินยอมให้ประเทศอิหร่าน (Iran) จับการค้าโลกเป็นตัวประกัน หรือใช้การขนส่งทางเรือระหว่างประเทศในการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การก้าวร้าว และการกดขี่ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ ไออาร์จีซี (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC)"
นาย ทอมมี พิก็อตต์ (Tommy Pigott) กล่าวเพิ่มเติมว่า การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบถือเป็น "ผลประโยชน์ระดับโลก" (global interest) และกรุงวอชิงตัน (Washington) จะทำงานร่วมกับบรรดาพันธมิตรเพื่อโดดเดี่ยวกรุงเตหะราน (Tehran) จนกว่าจะยุติพฤติกรรมที่สร้างความไม่เสถียรตามที่ถูกกล่าวหา
คำแถลงของเขาได้ทำการเชื่อมโยงมาตรการทางเศรษฐกิจเข้ากับยุทธการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ โดยตรง โดยระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรทำหน้าที่สนับสนุนการบังคับใช้มาตรการตลอดแนวท่าเรือและชายฝั่งของประเทศอิหร่าน (Iran)
ประเทศจีน (China) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเป้าหมายหลักในแคมเปญของกรุงวอชิงตัน (Washington) ในการสกัดการส่งออกน้ำมันของประเทศอิหร่าน (Iran) โดยบรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวหาผู้ซื้อและเครือข่ายการขนส่งของจีนหลายต่อหลายครั้ง ว่าเป็นผู้จัดหาท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจแก่กรุงเตหะราน (Tehran) ผ่านการเข้าซื้อน้ำมันดิบราคาปรับลดพิเศษ แม้จะเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรของอเมริกันก็ตาม
ในบรรดาบริษัทที่ถูกระบุชื่อในคำสั่งคว่ำบาตรเมื่อวันพุธ ได้แก่ บริษัท ฉี หาง ชิป แมเนจเมนท์ จำกัด (Qi Hang Ship Management Limited) ซึ่งมีฐานอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของและผู้บริหารจัดการเรือ เวลล์ เซล (Well Sail) ชักธงหมู่เกาะมาร์แชล (Marshall Islands)
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวได้ขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของอิหร่านปริมาณหลายแสนบาร์เรลไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates: UAE) ในปีนี้
นอกจากนี้ ยังได้ลงโทษคว่ำบาตร บริษัท คอนฟิเดนท์ เอเพกซ์ จำกัด (Confident Apex Limited) ซึ่งมีฐานอยู่ในฮ่องกง (Hong Kong) ผู้เป็นเจ้าของและผู้บริหารจัดการเรือ ลิลี (Lily) ชักธงประเทศโมซัมบิก (Mozambique) ซึ่งเรือลำดังกล่าวได้ขนส่งน้ำมันอิหร่านปริมาณหลายล้านบาร์เรลนับตั้งแต่ปี 2025 ตามข้อมูลจากกระทรวงฯ
ส่วนเรือเป้าหมายลำอื่นมีสายสัมพันธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อการขนส่งสินค้าที่มีปลายทางไปยังประเทศจีน (China)
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เรือ อัล ซาลมี (Al Salmi) ซึ่งเป็นเจ้าของและบริหารจัดการโดย บริษัท บิลเลียน เน็กซัส อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (Billion Nexus International) มีฐานอยู่ในฮ่องกง (Hong Kong) ได้ส่งมอบน้ำมันอิหร่านหลายแสนบาร์เรลไปยังประเทศจีน (China) นับตั้งแต่ปีที่แล้ว
ขณะที่เรือ บรีซ วี (Breeze V) ซึ่งบริหารจัดการโดย บริษัท เนวาดา สปิริต คอมพานี (Nevada Spirit Company) มีฐานอยู่ในฮ่องกง (Hong Kong) ถูกระบุว่าได้ขนส่งน้ำมันหลายล้านบาร์เรลไปยังประเทศจีน (China) ในปีนี้ ส่วนเรือ นัตสึมิ (Natsumi) ซึ่งบริหารจัดการโดย บริษัท มาริโนวา เฟรต (Marinova Freight) มีฐานอยู่ในฮ่องกง (Hong Kong) ได้ขนส่งน้ำมันดิบอิหร่านหลายล้านบาร์เรลไปยังประเทศจีน (China) นับตั้งแต่ปี 2022
ด้านเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำ คือ เรือ คริสตัล (Crystal) เป็นเจ้าของและบริหารจัดการโดย บริษัท วาสต์ ไมตี จำกัด (Vast Mighty Limited) ซึ่งกระทรวงการคลังระบุว่ามีฐานอยู่ในฮ่องกง (Hong Kong) และหมู่เกาะมาร์แชล (Marshall Islands) โดยถูกระบุว่าได้ขนส่งน้ำมันอิหร่านหลายล้านบาร์เรลไปยังประเทศจีน (China) ในปีนี้
ส่วนเรืออีกสองลำที่บริหารจัดการโดยบริษัทที่มีฐานอยู่ในหมู่เกาะมาร์แชล (Marshall Islands) ได้แก่ เรือ นิเรตา (Nireta) และเรือ เยโฮป (Yehope) ได้ขนส่งน้ำมันดิบอิหร่านหลายแสนบาร์เรลไปยังประเทศจีน (China) ในช่วงปี 2026 กระทรวงการคลังระบุ
ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะส่งผลให้อายัดสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทเป้าหมายที่อยู่ในเขตอำนาจศาลของประเทศสหรัฐฯ (US) และโดยทั่วไปจะห้ามไม่ให้บุคคลและภาคธุรกิจของอเมริกันดำเนินธุรกรรมใดๆ ร่วมกับบริษัทเหล่านั้น
นอกจากนี้ สถาบันการเงินต่างชาติและบริษัทอื่นๆ อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรเช่นเดียวกัน หากพวกเขายังคงดำเนินธุรกรรมบางประการร่วมกับบริษัทที่ถูกระบุชื่อเหล่านั้นต่อไป
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/13jg0?utm_source=copy-link&utm_campaign=3362307&utm_medium=share_widget