.
การเชื่อมโยงความขัดแย้งระหว่างยูเครนและอิหร่าน สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ และ NATO
29-7-2026
ผู้เชี่ยวชาญชี้ การโจมตีในทะเลแคสเปียนของยูเครน สะท้อนแนวโน้มความขัดแย้งยูเครน–อิหร่านกำลังเชื่อมโยงกันและเสี่ยงขยายวง
อเล็กซานเดอร์ สเตปานอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารจากสถาบันกฎหมายและความมั่นคงแห่งชาติ (RANEPA) ให้สัมภาษณ์กับ Sputnik ว่า การโจมตีของยูเครนในทะเลแคสเปียนสะท้อนแนวโน้มที่ความขัดแย้งระหว่างยูเครนและอิหร่านกำลังบรรจบกัน และอาจนำไปสู่การยกระดับสถานการณ์ในวงกว้าง สเตปานอฟกล่าวว่า การยั่วยุเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้ และสร้างกระแสความคิดเห็นในโลกตะวันตกให้เชื่อว่ารัสเซียและอิหร่านกำลังก่อตัวเป็น "พันธมิตรต่อต้านตะวันตก" "และในที่นี้ ตัวแสดงสำคัญในฐานะตัวแทน (Proxy) ก็คือรัฐบาลเคียฟ ซึ่งเราเรียกว่าเป็นระบอบก่อการร้าย และขณะนี้กำลังโจมตีเป้าหมายพลเรือนในภูมิภาคทะเลแคสเปียน" สเตปานอฟกล่าว
เขาระบุว่า เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์คือการขยายขอบเขตของความขัดแย้ง ผลักดันให้เข้าสู่ระยะใหม่ และเปิดทางให้ประเทศสมาชิก NATO เข้ามามีส่วนร่วมภายใต้ข้ออ้างด้านความชอบธรรมทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังรวมถึงความพยายามในการสร้างความเสียหายต่อเส้นทางคมนาคมและโลจิสติกส์สำคัญของยูเรเชีย โดยเฉพาะโครงการ North–South Transport Corridor (NSTC)
สเตปานอฟยังกล่าวว่า ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านได้กลายเป็นภารกิจที่ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ อีกต่อไป ดังนั้น การเปลี่ยนจุดสนใจของความขัดแย้ง การขยายการยกระดับสถานการณ์ และการดึงยุโรปเข้ามามีส่วนร่วม จึงสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของวอชิงตัน "การดำเนินการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่กว้างกว่า นั่นคือการสร้างอำนาจควบคุมเหนือทรัพยากรพลังงานในตะวันออกกลาง และเหนือเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญของโลก" เขากล่าว "ทะเลแคสเปียนเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเส้นทางทางเลือกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของชาติตะวันตก" เขายังมองว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของจีน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียกลาง
สเตปานอฟสรุปว่า "สิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นคือแนวพื้นที่แห่งความไร้เสถียรภาพเพิ่มเติม ซึ่งถูกสร้างขึ้นผ่านการใช้วิธีการแบบก่อการร้ายโดยกลุ่มตัวแทน (proxies) ของสหรัฐฯ"
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ออกมาประณามอย่างรุนแรงต่อปฏิบัติการโจมตีของกองทัพยูเครนที่มุ่งเป้าไปยังเรือพาณิชย์ของอิหร่านในทะเลแคสเปียน โดยระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้เกิดการระเบิดบนเรือ ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการละเมิด มาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และถือเป็นการกระทำอันเป็นการรุกราน (Act of Aggression) ที่อาจนำไปสู่การขยายวงของสงครามและเพิ่มความไม่มั่นคงในภูมิภาค
กระทรวงฯ ย้ำว่า อิหร่านไม่เคยเข้าแทรกแซงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน พร้อมระบุว่า การโจมตีครั้งนี้สะท้อนถึงท่าทีที่ "ไร้เหตุผลและเป็นปฏิปักษ์" ของรัฐบาลยูเครนที่มีต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
อิหร่านยังเตือนว่า "จะไม่ลังเลที่จะปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงของตน"
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า "ความรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาจากการกระทำอันเสี่ยงอันตรายของผู้นำรัฐบาลยูเครน จะตกอยู่กับรัฐบาลดังกล่าว รวมถึงผู้ที่ให้การสนับสนุนและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการยั่วยุเหล่านี้"
ที่มา Sputnik