.
วุฒิสภาสหรัฐฯ เคาะดีลคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่านฉบับใหม่ ให้อำนาจ 'ทรัมป์' เรียกภาษีรัสเซีย 500% พร้อมลงโทษผู้ซื้อน้ำมันดิบรัสเซียรายใหญ่ 5 ชาติ
29-7-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาจากสองพรรคการเมือง (bipartisan group of senators) ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เกี่ยวกับร่างกฎหมายสำคัญที่เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน เพื่อมอบอำนาจให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) สามารถกำหนดมาตรการข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อบรรดาประเทศผู้ซื้อพลังงานรายใหญ่ของประเทศรัสเซีย (Russia) ตลอดจนประเทศอิหร่าน (Iran)
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนมาตรการดังกล่าว ซึ่งเคยได้รับการผลักดันโดย สว. ลินด์ซีย์ เกรแฮม (Lindsey Graham) ผู้ล่วงลับ โดยการลงมติทางวิธีพิจารณา (procedural vote) ต่อร่างกฎหมายนี้ถูกกำหนดขึ้นในช่วงค่ำวันอังคาร
ร่างกฎหมายดังกล่าวขยายผลการลงโทษต่อประเทศอิหร่าน (Iran) และเจาะจงมุ่งเป้าไปที่การส่งออกก๊าซและน้ำมันของประเทศรัสเซีย (Russia) โดยให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการมุ่งเป้าจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อประเทศผู้ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของรัสเซียรายใหญ่ 5 อันดับแรก เช่นเดียวกับประเทศ 5 อันดับแรกที่ให้ความช่วยเหลือประเทศรัสเซีย (Russia) ในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน ตามเนื้อหาในร่างกฎหมายที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันอังคาร
แม้ว่าร่างกฎหมายนี้จะเป็นสิ่งที่ สว. ลินด์ซีย์ เกรแฮม (Lindsey Graham) และบรรดาผู้สนับสนุนประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างแข็งขันพยายามแสวงหามาอย่างยาวนาน ทว่าข้อกฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบให้ความสัมพันธ์ทางการค้าของประเทศสหรัฐฯ (US) กับประเทศจีน (China) และประเทศอินเดีย (India) ซึ่งมีความผันผวนอยู่แล้ว ต้องตกอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยง เนื่องจากทั้งสองประเทศถือเป็นผู้ซื้อพลังงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย (Russia)
ขณะเดียวกัน บรรดาสมาชิกนิติบัญญัติจากพรรคเดโมแครตบางรายได้ออกมาคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเตือนว่ามาตรการดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในฐานะข้ออ้างทางกฎหมายสำหรับการกำหนดจัดเก็บภาษีศุลกากรระลอกใหม่ในวงกว้าง
ตามกำหนดการ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีกำหนดจะเปิดทำเนียบขาว (White House) ต้อนรับการเข้าพบของประธานาธิบดีแห่งประเทศยูเครน นาย โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ในวันอังคาร ขณะที่ประธานาธิบดีแห่งประเทศยูเครนมีกำหนดจะเข้าร่วมหารือกับบรรดาสมาชิกรัฐสภา ณ แคปิตอล ฮิลล์ (Capitol Hill) ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน
ร่างกฎหมายฉบับนี้มีโอกาสสูงที่จะผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ (US Senate) ในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (US House of Representatives) ได้ปิดสมัยประชุมเพื่อเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนเดือนสิงหาคม (August recess) เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ร่างกฎหมายจะยังไม่สามารถประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายได้จนกว่าจะถึงเดือนกันยายนเป็นอย่างเร็วที่สุด
ร่างกฎหมายดังกล่าวยังได้ทำการขยายอายุพระราชบัญญัติการคว่ำบาตรอิหร่านปี 1996 (Iran Sanctions Act of 1996) ออกไปจนถึงปี 2031 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะสูญญากาศของอำนาจทางกฎหมาย โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจขั้นที่สอง (secondary economic sanctions) ต่อบริษัทที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกันซึ่งดำเนินธุรกิจกับประเทศอิหร่าน (Iran) และเดิมมีกำหนดจะหมดอายุลงในปีนี้
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดจัดเก็บภาษีศุลกากรแบบครอบคลุม (blanket tariff) ในอัตรา 500% ต่อสินค้านำเข้าจากประเทศรัสเซีย (Russia) เข้าสู่ประเทศสหรัฐฯ (US) และจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 100% ต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงาน 5 อันดับแรก และประเทศที่ทำการนำเข้าน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย หรือประเทศที่อำนวยความสะดวกในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร (รายชื่อผู้ซื้อน้ำมันดิบรัสเซีย 5 อันดับแรกคือ จีน, อินเดีย, สโลวาเกีย, ฮังการี และอาเซอร์ไบจาน ส่วนผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติรัสเซีย 5 อันดับแรกคือ จีน, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, ฮังการี และเบลเยียม)
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนในช่วงสุดท้ายของร่างกฎหมายในสัปดาห์นี้ ได้ทำการจำกัดกรอบเวลาอำนาจการจัดเก็บภาษีศุลกากรใหม่ให้อยู่ภายในระยะเวลา 5 ปี
(อนึ่ง สามารถติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้จากรายงาน: สหภาพยุโรปวางแผนคว่ำบาตรสถิติใหม่ 1,600 บริษัทฐานช่วยเหลือรัสเซีย / EU Plans to Sanction Record 1,600 Firms For Helping Russia)
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาว (White House) เคยมีความพยายามในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศรัสเซีย (Russia) แต่ได้ทำการผ่อนผันข้อยกเว้นชั่วคราว (temporary waivers) หลายครั้งสำหรับการซื้อขายน้ำมัน หลังจากเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ระหว่างสงครามกับประเทศอิหร่าน (Iran) ได้จุดชนวนให้เกิดสภาวะตึงตัวในตลาดน้ำมันทั่วโลก โดยข้อยกเว้นชั่วคราวดังกล่าวได้หมดอายุลงเมื่อเดือนที่แล้ว
เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้เคยลงโทษจัดเก็บภาษีศุลกากร 25% ต่อสินค้าจากประเทศอินเดีย (India) อันเนื่องมาจากกรณีที่กรุงนิวเดลี (New Delhi) เข้าซื้อพลังงานจากประเทศรัสเซีย (Russia) ก่อนที่จะทำการยกเลิกในเวลาต่อมาเพื่อช่วยบรรลุข้อตกลงทางการค้าครอบคลุมระหว่างสหรัฐฯ-อินเดีย ขณะที่ประเทศจีน (China) ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย (Russia) รอดพ้นจากบทลงโทษในลักษณะเดียวกัน หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) พยายามที่จะจำกัดความตึงเครียดทางการค้ากับกรุงปักกิ่ง (Beijing)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-28/us-senators-announce-deal-on-new-russia-iran-sanctions-bill?srnd=phx-politics