.
ญี่ปุ่นเตรียมประกาศว่า โตเกียวและวอชิงตันร่วมกันแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน
3-8-2026
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ (Satsuki Katayama) เตรียมประกาศในวันจันทร์ว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาได้ร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อหยุดยั้งการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่น 2 รายต่อ Reuters
แหล่งข่าวซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากความอ่อนไหวของประเด็นดังกล่าว ระบุว่า คาตายามะน่าจะย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองประเทศในการรับมือกับสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็น การอ่อนค่าของเงินเยนที่มากเกินไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คาตายามะจะประกาศว่าเป็น "ปฏิบัติการร่วม" (joint action) หรือไม่ แหล่งข่าวรายหนึ่งตอบว่า "ใช่" พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า "ปฏิบัติการยังคงดำเนินอยู่" กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ในทันทีเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็ยังไม่ได้ตอบคำร้องขอความเห็นจาก Reuters
การแทรกแซงเงินเยนร่วมกันครั้งแรกในรอบ 15 ปี
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่แหล่งข่าวในตลาดระบุว่า ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้เข้าซื้อเงินเยนในตลาดหลายระลอก หากได้รับการยืนยัน จะถือเป็น การแทรกแซงตลาดเงินร่วมกันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 โดยมีเป้าหมายเพื่อพยุงค่าเงินเยนจากระดับที่อ่อนค่าที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ปี 1986
แหล่งข่าวในตลาดเปิดเผยกับ Reuters ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้เข้าซื้อเงินเยนโดยใช้เงินดอลลาร์ในช่วงเวลาซื้อขายของตลาดนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดี
ขณะที่ข้อมูลของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) บ่งชี้ว่า ทางการอาจใช้เงินสูงถึง 58.97 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนค่าเงินเยน
BOJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย
การแทรกแซงครั้งแรกของญี่ปุ่นเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะมีมติในวันศุกร์ให้ คงนโยบายการเงินไว้ตามเดิม พร้อมส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน คือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นที่ขยายตัวมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ได้ปรับจุดยืนนโยบายการเงินไปในทิศทางที่ เข้มงวดมากขึ้น (hawkish) ญี่ปุ่นยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากเทขายเงินเยนและถือครองเงินดอลลาร์แทน
หลังจาก คาซูโอะ อุเอดะ (Kazuo Ueda) ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงข่าวเกี่ยวกับมติด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางไม่นาน ค่าเงินเยนก็พุ่งแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการคาดการณ์ของตลาดว่า อาจเป็นผลจากการเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการเข้าซื้อเงินเยนอีกระลอกโดยทางการญี่ปุ่น
อัตสึชิ มิมูระ (Atsushi Mimura) เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซัตสึกิ คาตายามะ (Satsuki Katayama) กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อวันศุกร์ว่า "ในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ผมต้องการดำเนินการอย่างใกล้ชิดและสอดประสานกับนโยบายการเงินต่อไป"
คำกล่าวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่า กระทรวงการคลังญี่ปุ่น (MOF) และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับการอ่อนค่าของเงินเยน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตรียมพร้อมแทรกแซง
Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า เมื่อวันศุกร์ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้แจ้งธนาคารหลายแห่งว่า อาจมีการเข้าแทรกแซงตลาดเงินเยน และขอให้ธนาคารต่าง ๆ "เตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการในอนาคต"
ก่อนหน้านี้ สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า "สำหรับผมแล้ว เงินเยนดูเหมือนจะมีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก"
นอกจากนี้ ภาพถ่ายของ Reuters จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ ยังเผยให้เห็นสมุดบันทึกของเบสเซนต์ ซึ่งมีหัวข้อ "To Do" และมีข้อความเขียนไว้ว่า "Buy Japanese Yen (JPY) $5–10 bil" (ซื้อเงินเยนญี่ปุ่น มูลค่า 5–10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ความกังวลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น อีกหนึ่งสัญญาณของการประสานงานระหว่างสองประเทศ คือการที่ กระทรวงการคลังญี่ปุ่น โพสต์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์ม X ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยระบุว่า "กระทรวงมีเครื่องมือหลากหลายในการรองรับความต้องการสภาพคล่องของตลาด"
รวมถึงการเข้าถึง FIMA Repo Facility ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งสามารถจัดหาสภาพคล่องเงินดอลลาร์ให้เป็นการชั่วคราวได้ กลไกดังกล่าวถูกจัดตั้งขึ้นในปี 2020 เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงินในช่วงการระบาดของโควิด-19
FIMA Repo Facility เปิดโอกาสให้ญี่ปุ่นสามารถระดมสภาพคล่องสกุลดอลลาร์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออกสู่ตลาดโดยตรง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินทุนในการเข้าแทรกแซงค่าเงิน
นักวิเคราะห์กังวลผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ
นักวิจารณ์บางส่วนเตือนว่า ญี่ปุ่นอาจมีข้อจำกัดในการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหากต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนมากที่ถือครองอยู่ เพื่อนำเงินมาสนับสนุนการซื้อเงินเยน อาจทำให้เกิดแรงเทขายในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Treasury yields) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ต้องการ
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า สัญญาณความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ มีแรงจูงใจสำคัญมาจากความกังวลของวอชิงตันต่อการปรับตัวสูงขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
หากญี่ปุ่นไม่สามารถหยุดยั้งการอ่อนค่าของเงินเยนและการเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นได้ ความผันผวนดังกล่าวอาจลุกลามไปยังกระแสเงินทุนทั่วโลก และกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอีก
"ทั้งสองประเทศมีเหตุผลที่จะร่วมมือกัน"
โนบุยาสุ อาตาโกะ (Nobuyasu Atago) อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า "ทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นต่างเผชิญความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะเร่งตัวจนธนาคารกลางตามสถานการณ์ไม่ทัน" เขากล่าวเสริมว่า "ทั้งสองฝ่ายมองเห็นประโยชน์ของการร่วมมือกัน"
ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการรักษาความเชื่อมั่นของตลาด
สะท้อนถึงความกังวลของรัฐบาลญี่ปุ่นต่อการปรับตัวสูงขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB)
มิโนรุ คิอุจิ (Minoru Kiuchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลจะเพิ่มความพยายามในการสื่อสารกับตลาดการเงิน โดยระบุว่า "การรักษาความเชื่อมั่นของตลาดต่อความยั่งยืนทางการคลังของญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง"
คิอุจิ ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าให้การสนับสนุนนโยบายการคลังและนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ได้กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์
ที่มา CNBC