จับตาซัมมิตจีนหวั่นสหรัฐฯ ใช้โมเดล AI 'Mythos'
จับตาซัมมิต 'สี-ทรัมป์' เดือด! จีนหวั่นสหรัฐฯ ใช้โมเดล AI 'Mythos' เป็นอาวุธไซเบอร์ทำลายเศรษฐกิจ เตรียมแผนตอบโต้หากโดนคว่ำบาตรเทคฯ
5-8-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จีนกำลังกังวลมากขึ้นว่า Mythos ของ Anthropic PBC อาจถูกนำมาใช้เล่นงานเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก เพิ่มประเด็นผันผวนใหม่ให้กับความตึงเครียดที่ทวีขึ้นอยู่แล้วก่อนการประชุมสุดยอดที่วางแผนไว้ระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
แหล่งข่าวที่รับทราบเรื่องนี้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในกรุงปักกิ่งมีความกังวลต่อขีดความสามารถด้านไซเบอร์ของ Mythos และโมเดล AI แนวหน้ารุ่นอื่น ๆ ที่พัฒนาโดยบริษัทสหรัฐฯ โดยมองว่าโมเดลอย่าง Mythos อาจถูกใช้เป็นอาวุธเชิงรุกได้ ขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามว่าเหตุใด Anthropic จึงปิดกั้นจีนไม่ให้เข้าถึงระบบดังกล่าวเพื่อการใช้งานปกติ
แหล่งข่าวยังระบุว่า จีนต้องการรักษาบรรยากาศที่ค่อนข้างผ่อนคลายก่อนการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของสีที่มีกำหนดในวันที่ 24 กันยายน และกำลังมองหาท่าทีแบบ “win-win” ในการหารือด้าน AI ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนผู้นำทั้งสองพบกัน อย่างไรก็ดี ความไม่ไว้วางใจยังคงสูงระหว่างสองรัฐบาล โดยสหรัฐฯ แสดงความกังวลว่าบริษัทจีนกำลังนำโมเดลแนวหน้าของอเมริกาไปใช้ฝึกโมเดลของตนเอง
สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ขู่เมื่อเดือนที่แล้วว่าอาจมีมาตรการคว่ำบาตรที่ยังไม่ระบุรายละเอียด หากพบว่านักพัฒนาโมเดลได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา หลัง Moonshot AI จากปักกิ่งเปิดตัวระบบที่ถูกมองว่าทัดเทียมโมเดลชั้นนำบางตัวของสหรัฐฯ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนซึ่งกำกับดูแลการควบคุมการส่งออก เตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะใช้ “ทุกมาตรการที่จำเป็น” เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามของสหรัฐฯ
แหล่งข่าวกล่าวว่า ปักกิ่งยังไม่ได้เตรียมมาตรการใด ๆ ต่อ Anthropic หรือผู้พัฒนา AI รายอื่นของสหรัฐฯ ในทันที แต่เจ้าหน้าที่กำลังร่างทางเลือกตอบโต้ไว้ หากสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการกับบริษัทจีนในภาคส่วนนี้ โดยทางเลือกของจีนอาจรวมถึงการคว่ำบาตร หรือการขึ้นบัญชีบริษัท AI สหรัฐฯ ไว้ในบัญชีจำกัดการดำเนินงานของประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศจีนปัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบคำถาม ส่วนกระทรวงพาณิชย์จีนไม่ตอบกลับคำขอให้แสดงความคิดเห็นที่ส่งทางแฟกซ์
ด้านทรัมป์ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลของเขากำลังพิจารณามาตรการควบคุม AI เพิ่มเติม แต่ขณะเดียวกันก็ระวังไม่ให้มาตรการดังกล่าวทำให้บริษัทสหรัฐฯ เสียเปรียบคู่แข่งจีน “เราต้องระวังทั้งสองทาง” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา “เราไม่ต้องการจำกัดพวกเขาจนจู่ ๆ เรากลายเป็นเบอร์สองรองจากจีน”
ลิซ ฮัสตัน (Liz Huston) โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่ารัฐบาลกำลัง “เร่งนวัตกรรมให้มากขึ้น เพื่อขยายช่องว่างระหว่างอเมริกากับโลกส่วนที่เหลือ”
ความตึงเครียดดังกล่าวสะท้อนว่า AI กำลังกลายเป็นสมรภูมิที่คาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ในความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน แม้สองประเทศยังคงเป็นคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ หลังจากบรรลุข้อตกลงพักรบ 12 เดือนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเกี่ยวกับภาษีและการจัดหาวัตถุดิบแร่หายาก ขณะที่คาดว่าข้อตกลงนั้นจะถูกขยายเวลาออกไป แต่ทั้งสองฝ่ายยังเดินหน้าผลักดันการพึ่งพาตนเองในอุตสาหกรรมสำคัญ และคงข้อจำกัดกว้างขวางต่อเทคโนโลยีปลายทาง
AI ถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักของมาตรการจำกัดด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะข้อจำกัดต่อความสามารถของจีนในการจัดหาชิป Nvidia Corp. ระดับแนวหน้าที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีดังกล่าว มาตรการใหม่ต่อหุ่นยนต์และอินเวอร์เตอร์ไฟฟ้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้จีนครองความได้เปรียบอยู่แล้ว ได้ขยายข้อพิพาทออกไปยังภาคส่วนที่ปักกิ่งมองว่าเป็นหัวใจของการผลิตขั้นสูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อู๋ ซินป๋อ (Wu Xinbo) ผู้อำนวยการ Center for American Studies มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ในเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) กล่าวว่า ความกังวลของจีนต่อ Anthropic สอดคล้องกับความวิตกด้านความมั่นคงแห่งชาติในวงกว้างเกี่ยวกับบริษัท AI สหรัฐฯ โดยอ้างถึงศักยภาพในการเก็บข้อมูลลูกค้าและส่งต่อให้รัฐบาลหรือกองทัพสหรัฐฯ
“นั่นคือเหตุผลที่ความกังวลต่อความท้าทายด้านความมั่นคงแห่งชาติจากบริษัท AI สหรัฐฯ เหล่านั้นกำลังเพิ่มขึ้น” อู๋กล่าว “เรื่องนี้เข้าใจได้มาก คุณต้องระมัดระวัง”
Anthropic ก้าวขึ้นมาเป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญของการคุมเข้มการเข้าถึง AI ขั้นสูงของจีนในสหรัฐฯ โดยซีอีโอ ดาริโอ อาโมเดอี (Dario Amodei) เรียกร้องให้วอชิงตันกันชิปประสิทธิภาพสูงออกจากจีน และบังคับให้มีการทดสอบความปลอดภัยสำหรับโมเดลที่ทรงพลัง นอกจากนี้ บริษัทยังกล่าวหานักพัฒนาจีน รวมถึงทีม Qwen ของ Alibaba Group Holding Ltd. ว่านำผลลัพธ์จากระบบ Claude ไปใช้ฝึกโมเดลคู่แข่งอย่างไม่เหมาะสม
อาโมเดอียังเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า AI จีนที่ก้าวหน้าขึ้นอาจกระทบความเหนือกว่าทางทหารของสหรัฐฯ หรือทำให้การกดปราบภายในประเทศรุนแรงขึ้น โดยเรียกพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าเป็น “ภัยคุกคามที่มีศักยภาพสูงสุด” ในบรรดารัฐบาลเผด็จการ เมื่อปีที่แล้ว บริษัทได้บล็อกการให้บริการแก่บริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของจีน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ทั้งนี้ เพราะ Anthropic ไม่ได้ดำเนินงานในจีน มาตรการคว่ำบาตรใด ๆ จากปักกิ่งจึงน่าจะมีผลทางธุรกิจจำกัดในทันที
Anthropic ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น และอ้างถึงแถลงการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับจีนและการสนับสนุนการควบคุมชิป
นโยบายของวอชิงตันเองต่อ Anthropic ก็ยังไม่ลงตัว ในเดือนมิถุนายน ฮาวเวิร์ด ลัตนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีพาณิชย์ สั่งให้บริษัทต้องขอใบอนุญาตก่อนส่งมอบโมเดล Mythos 5 และ Fable 5 ให้กับหน่วยงานต่างชาติทั่วโลก บริษัทจึงปิดการใช้งานโมเดลดังกล่าวชั่วคราว ก่อนบรรลุข้อยุติกับ รัฐบาล
บริษัทยังมีข้อพิพาทกับรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับการใช้ AI ของบริษัทโดยกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งปะทุจากการที่ Anthropic ยืนกรานให้มีมาตรการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับเครื่องมือของตน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้สั่งห้ามรัฐบาลกลางใช้เทคโนโลยีของบริษัท และ Anthropic กำลังท้าทายคำสั่งดังกล่าวในศาล
ปักกิ่งแสดงให้เห็นแล้วในเดือนมิถุนายนว่าพร้อมโต้กลับเมื่อสหรัฐฯ ใช้มาตรการต่อบริษัทเทคโนโลยีของจีน โดยจีนประกาศควบคุมการส่งออกต่อ MP Materials Corp. และ USA Rare Earth Inc. หลังจากเพนตากอนเพิ่มบริษัทจีนรายใหญ่ รวมถึง Alibaba และ BYD Co. เข้าในรายชื่อบริษัทที่ระบุว่าสนับสนุนกองทัพจีน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนยังคงหยิบยกประเด็นที่เป็นรอยร้าวระหว่างสองประเทศขึ้นมาหารือ ขณะที่กำลังปูทางสู่การประชุมสุดยอดในเดือนกันยายน รองนายกรัฐมนตรีเหอ ลี่เฟิง (He Lifeng) แสดง “ความกังวลอย่างจริงจัง” ต่อข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและการค้าล่าสุดของสหรัฐฯ ระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับเบสเซนต์และเจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ โดยไม่ได้ระบุมาตรการที่เป็นประเด็น รายงานสรุปการหารือของทั้งสองฝ่ายไม่ได้กล่าวถึง AI
ในเวลาเดียวกัน โมเดลแบบ open-weight ของจีน ซึ่งสามารถดาวน์โหลดและดัดแปลงได้ฟรี ทำให้ปักกิ่งมีโอกาสนำเสนอภาพลักษณ์ตนเองในเวทีโลกว่าเป็นผู้ผลักดัน AI ที่เข้าถึงได้ในวงกว้าง จีนส่งเสริมโมเดลเปิด เสนอเทคโนโลยีและการฝึกอบรมแก่ประเทศกำลังพัฒนา และช่วยจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือ 29 ชาติ ซึ่งอาจทำให้ปักกิ่งมีอิทธิพลมากขึ้นต่อมาตรฐานในอนาคต
แม้ผู้พัฒนาสหรัฐฯ บางราย รวมถึง OpenAI จะมีโมเดลแบบ open-weight แต่แกนหลักของอุตสาหกรรมอเมริกันยังคงเน้นระบบ proprietary ที่บริษัทขายให้ลูกค้า แต่ยังคงควบคุมเทคโนโลยีพื้นฐานไว้ ขณะที่บริษัทจีน เช่น DeepSeek ได้ปล่อยโมเดลราคาย่อมเยาแบบเปิดที่โดยทั่วไปยังตามหลังซอฟต์แวร์ล้ำสมัยที่สุดของคู่แข่งสหรัฐฯ แต่ยังเป็นสินค้าที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับราคา
อย่างไรก็ดี จีนเองก็มีความกังวลด้านความมั่นคงต่อ AI ที่พัฒนาโดยบริษัทจีนเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้หารือกับบริษัท AI รวมถึง Alibaba เกี่ยวกับแนวทางลดความเสี่ยงจากโมเดลที่ทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ
บัญชีโซเชียล Yuyuantantian ซึ่งเชื่อมโยงกับสื่อทางการของจีนและมักถูกใช้เพื่อส่งสัญญาณแนวคิดเชิงนโยบายอย่างไม่เป็นทางการ เสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้มีระบบปล่อยโมเดล AI แบบแบ่งระดับ โดยกำหนดการเข้าถึงตามขีดความสามารถและระดับความเสี่ยงของแต่ละโมเดล
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-08-03/china-is-getting-more-anxious-about-mythos-before-trump-meets-xi?srnd=phx-politics