เครื่องล้างจานของคุณสามารถสอดแนมคุณได้
พวกเขาเคยบอกคุณแล้วว่า เครื่องล้างจานของคุณสามารถสอดแนมคุณได้
30-6-2026
ย้อนกลับไปในปี 2012 นิตยสาร Wired ได้เผยแพร่บทความหัวข้อ "CIA Chief: We'll Spy on You Through Your Dishwasher" (ผู้อำนวยการ CIA: เราจะสอดแนมคุณผ่านเครื่องล้างจานของคุณ)
นั่นไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิดหรือจินตนาการแต่อย่างใด แต่เป็นการอ้างอิงจากคำกล่าวของ เดวิด เพเทรอัส (David Petraeus) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ CIA และกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมของ In-Q-Tel ซึ่งเป็นบริษัทเงินร่วมลงทุนของ CIA
เพเทรอัสกล่าวว่า เทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet of Things (IoT) เป็นสิ่งที่ "เปลี่ยนโลก" (transformational) โดยเฉพาะในด้าน "clandestine tradecraft" หรือเทคนิคการปฏิบัติการลับของหน่วยข่าวกรอง
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ วงการข่าวกรองมองว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โทรทัศน์ ระบบนำทางในรถยนต์ สวิตช์ไฟ แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งหมด จะกลายเป็นพรมแดนใหม่ของการสอดแนม
เพเทรอัสกล่าวว่า "สิ่งที่เป็นเป้าหมายจะสามารถถูกค้นหา ระบุตำแหน่ง เฝ้าติดตาม และควบคุมจากระยะไกล ผ่าน RFID เครือข่ายเซ็นเซอร์ เซิร์ฟเวอร์ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต"
นี่คือข้อความที่ทุกคนควรจดจำ
พวกเขาไม่ได้ปกปิดเรื่องนี้เลย ตรงกันข้าม พวกเขาบอกอย่างชัดเจนว่า บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) จะกลายเป็นบ้านที่ใช้สอดแนม (Spy Home) ครั้งหนึ่ง หากต้องการดักฟังบ้านของคุณ เจ้าหน้าที่ต้องแอบติดเครื่องดักฟังไว้บนโคมไฟระย้าหรือซ่อนอุปกรณ์ไว้ในบ้าน
แต่ในปัจจุบัน พวกเขาเพียงแค่รอให้คุณซื้ออุปกรณ์เอง ติดตั้งแอปพลิเคชัน เชื่อมต่อกับ Wi-Fi และกดยอมรับข้อตกลงการใช้งานที่แทบไม่มีใครอ่าน ก่อนจะสละความเป็นส่วนตัวของตนเอง
Wired ระบุอย่างถูกต้องว่า อุปกรณ์เหล่านี้จะสร้างข้อมูลที่มีการระบุพิกัด (geolocation) และติดแท็กข้อมูลไว้ ซึ่งสามารถถูกดักรับและติดตามได้แบบเรียลไทม์
ประเด็นเรื่อง "เครื่องล้างจาน" ไม่ได้หมายถึงเครื่องล้างจานเพียงอย่างเดียว
แต่หมายถึง บ้านทั้งหลังจะกลายเป็นจุดรับฟังและสถานีติดตาม โทรทัศน์ เครื่องควบคุมอุณหภูมิ ระบบไฟฟ้า ตู้เย็น โทรศัพท์ เครื่องเล่น PlayStation รถยนต์ นาฬิกาอัจฉริยะ และแม้กระทั่งไมโครชิปของสัตว์เลี้ยง ล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการเฝ้าระวัง
นี่คือวิธีที่การควบคุมแบบเผด็จการค่อย ๆ ขยายตัว ไม่ใช่ผ่านการเคาะประตูบ้าน แต่ผ่าน ความสะดวกสบาย ความบันเทิง และค่าบริการรายเดือน
เพเทรอัสยังยอมรับอีกว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะ"เปลี่ยนความเข้าใจของเราเกี่ยวกับความลับ (secrecy)" และจะทำให้ต้องทบทวน "แนวคิดของเราเกี่ยวกับอัตลักษณ์และความลับ"
นี่คือภาษาที่หน่วยข่าวกรองและกองทัพใช้เพื่ออธิบายถึง การสิ้นสุดของความเป็นส่วนตัว
พวกเขาเข้าใจตั้งนานแล้วว่า เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต การไม่เปิดเผยตัวตนแทบจะเป็นไปไม่ได้
คุณไม่จำเป็นต้องมีหมายค้นเพื่อสะกดรอยใครอีกต่อไป อุปกรณ์ของเขาจะเป็นผู้เปิดเผยตัวเขาเองบ้านของเขาจะเปิดเผยตัวเขาเอง รถยนต์ของเขาจะเปิดเผยตัวเขาเอง ร่องรอยดิจิทัลทั้งหมดของเขาจะกลายเป็นแผนที่สำหรับรัฐบาลและหน่วยข่าวกรอง
ปัจจุบัน แนวคิดเดียวกันนี้กำลังขยายไปสู่ระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ ซึ่งสามารถติดตามโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ระบบอินโฟเทนเมนต์ในรถยนต์ อุปกรณ์ Bluetooth อุปกรณ์ติดตามอย่าง AirTag และแม้กระทั่งสัตว์ต่าง ๆ
ทั้งหมดนี้คือสถาปัตยกรรมเดียวกับที่เพเทรอัสกล่าวชื่นชมไว้ตั้งแต่ปี 2012
พวกเขาเริ่มต้นด้วยการเรียกมันว่า เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology)
ต่อมากลายเป็นเรื่องของ ความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety)
จากนั้นกลายเป็น ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security) และท้ายที่สุด มันอาจกลายเป็น ระบบการเฝ้าระวังอย่างครอบคลุม (Total Surveillance)
ในอดีต ผู้ที่ออกมาเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้มักถูกเยาะเย้ย แต่ผู้อำนวยการ CIA เป็นผู้กล่าวเรื่องนี้ด้วยตนเองตั้งแต่กว่าสิบปีก่อน สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปก็คือ เทคโนโลยีในปัจจุบันได้พัฒนาไปจนสามารถรองรับสิ่งที่เคยเป็นเพียงความมุ่งหมายในอดีตได้แล้ว.
ที่มา https://www.armstrongeconomics.com/government-surveillance/they-told-you-your-dishwasher-could-spy-on-you/