ทองคำและเงินร่วงหนักหลังความกังวลเรื่องดอกเบี้ย
Thailand
ทองคำและเงินร่วงหนัก หลังความกังวลเรื่องดอกเบี้ยกดดันตลาดโลหะมีค่า
24-6-2026
ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันอังคาร หลังแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกจากความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันลุกลามมายังตลาดโลหะมีค่าด้วย สัญญาทองคำล่วงหน้าปรับลดลง 1.5% สู่ระดับ 4,142 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินล่วงหน้าร่วงลงมากกว่า 5% แตะระดับ 61.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนฟื้นตัวบางส่วนและปิดการซื้อขายบริเวณ 62.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การปรับตัวลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งอาจกลับมาใช้นโยบายที่เข้มงวดมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทองคำซึ่งที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤต เริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้น หลังปัจจัยสนับสนุนหลายประการที่เคยผลักดันราคาเริ่มถูกตั้งคำถามจากนักลงทุน
แรงกดดันล่าสุดมาจากการประชุมเฟด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้การนำของเควิน วอร์ซ ซึ่งมีท่าทีเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟด อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี โดยทั่วไป อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนมีแรงจูงใจมากขึ้นในการถือครองสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้
ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งในวอลล์สตรีทเริ่มปรับลดมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ หลังการประชุมดังกล่าว
Bank of America ระบุว่า เป้าหมายราคาทองคำที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจทำให้เฟด ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป
ด้าน Deutsche Bank ระบุในรายงานล่าสุดว่า “กลุ่มสายเหยี่ยวกำลังขับไล่กลุ่มกระทิงออกจากตลาดทองคำ”
พร้อมปรับเป้าหมายราคาทองคำในไตรมาส 3 ลงมาอยู่ที่ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากเฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบัน ธนาคารยังเตือนเพิ่มเติมว่า หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3-4 ครั้ง ราคาทองคำอาจอ่อนตัวลงสู่ระดับ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
นักวิเคราะห์มองว่า การร่วงลงของทองคำและโลหะเงินในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับปัจจัยด้านนโยบายการเงินมากกว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นแรงหนุนสำคัญของสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเปราะบาง แต่ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดโลหะมีค่าในระยะสั้น.
ที่มา CNBC
© Copyright 2020, All Rights Reserved