วิกฤตซ้ำซ้อนตลาดพลังงานโลก
วิกฤตซ้ำซ้อนตลาดพลังงานโลก โรงงานก๊าซ Barzan ของกาตาร์ระเบิดระหว่างกู้ระบบ หลังถูกอิหร่านถล่มในสงคราม
23-6-2026
Euronews รายงานว่า ซาอัด เชลิดา อัล-คาบี (Saad Sherida Al-Kaabi) รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านกิจการพลังงานของประเทศกาตาร์ (Qatar) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Qatar Energy เปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงจากอุบัติเหตุตามมาด้วยเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีคนงานเสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 66 ราย ณ สถานีส่งออกก๊าซธรรมชาติหลักของกาตาร์ในพื้นที่ราส ลัฟฟาน (Ras Laffan) เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่กลุ่มคนงานกำลังพยายามเริ่มเดินระบบปฏิบัติการอีกครั้ง ณ โรงงานจัดส่งก๊าซ Barzan ภายในนิคมก๊าซธรรมชาติเหลว Ras Laffan LNG complex ทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากที่พื้นที่ดังกล่าวถูกประเทศอิหร่าน (Iran) ทิ้งระเบิดโจมตีในช่วงสงขลาที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรี อัล-คาบี ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ กรุงโดฮา (Doha) เมื่อบ่ายวันจันทร์ว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นนี้เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม (Industrial accident)
ขณะเดียวกัน วิดีโอที่มีการโพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อคืนวันอาทิตย์ แสดงให้เห็นภาพลูกไฟขนาดมหึมาและเพลิงไหม้รุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงงานจัดส่งก๊าซดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Euronews ในกรุงโดฮารายงานว่า แรงระเบิดได้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวง และมีรายงานว่าสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ไกลถึงประเทศบาห์เรน (Bahrain) ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน
ก่อนหน้านี้ กาตาร์ได้ตัดสินใจระงับกระบวนการผลิตพลังงานทั้งหมด หลังจากโรงงานแห่งนี้ถูกกองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีในช่วงวันแรกๆ ของสงครามอิหร่าน และต่อมายังได้รับผลกระทบจากการที่อิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งส่งผลให้กาตาร์ไม่สามารถจัดส่งสินค้าทางเรือให้แก่กลุ่มประเทศคู่ค้าได้ ทว่าหลังจากที่รัฐบาลกรุงเตหะรานเริ่มลดการควบคุมช่องแคบลงเนื่องจากกระบวนการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างถาวรยังคงดำเนินต่อไป กาตาร์จึงได้เริ่มดำเนินการเพื่อเริ่มต้นระบบสถานีส่งออกใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งนำไปสู่อุบัติเหตุที่จุดชนวนให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ตามมาที่โรงงานก๊าซ Barzan ตามแถลงการณ์ของบริษัท Qatar Energy
เหตุระเบิดในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่รอบใหม่ต่อตลาดพลังงานโลก (Global energy markets) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่ากาตาร์ยังคงสถานะเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน มีขีดความสามารถในการผลิตก๊าซสูงถึง 77 ล้าน metric tonnes ต่อปี ซึ่งกาตาร์จะนำก๊าซส่วนใหญ่มาใช้ประโยชน์ภายในประเทศเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า และเพื่อนำไปเป็นพลังงานขับเคลื่อนโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล (Water desalination plants) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในพื้นที่เขตทะเลทรายของคาบสมุทรอาหรับ (Arabian Peninsula)
นอกจากนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางการระบุว่าขีปนาวุธของอิหร่านเคยยิงตกใส่ศูนย์แปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลักในราส ลัฟฟาน จนเกิดเพลิงไหม้และสร้างความเสียหายในวงกว้าง (Extensive damage) ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยทางรัฐบาลโดฮาได้สั่งระงับการผลิตในพื้นที่ดังกล่าวไปก่อนแล้วเนื่องจากการโจมตีของอิหร่าน ทั้งนี้ กาตาร์เป็นประเทศที่ถือครองและแบ่งปันผลประโยชน์ในแหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งขนาดมหึมาในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) ร่วมกับประเทศอิหร่าน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.euronews.com/2026/06/22/major-explosion-at-qatars-largest-energy-site-injures-dozens-as-18-remain-unaccounted-for